
'ผ่าของใหม่ในไตรมาส4'โลกรถที่ไม่เคยเงียบเหงา
'ผ่าของใหม่ในไตรมาส4'โลกรถที่ไม่เคยเงียบเหงา : คอลัมน์เปิดโลกยนตกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี
สัปดาห์นี้ ขอประมวลสถานการณ์ สภาพแวดล้อมวงการรถยนต์ไทยให้แฟนได้ติดตาม ความเคลื่อนไหวของแวดวงรถยนต์ก่อนจะหมดฝนและเข้าฤดูการขาย ซึ่งตัวเลขยอดขายแม้จะเติบโตแต่หน้าโชว์รูมอาจจะเงียบเหงาลง คนเดินน้อยลง แม้ว่าภาพรวมจะเป็นเช่นนี้ แต่ว่าลองติดตามดูครับ ผมว่าวงการรถไม่เงียบเหงาแน่ๆ แต่จะคึกคักสุดขีดกับของใหม่ๆ ที่จะกระตุ้นวงการนี้อย่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่สัมผัสได้ เช่น เครื่องยนต์ 3 ตัวใหม่จากสามค่ายรถยนต์ ค่ายแรกคือ เชฟโรเลต มีกำหนดแนะนำเครื่องดีเซลดูราแมกซ์ เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด
ใหม่ ออกมาในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งผมมีรายละเอียดแล้วเครื่องนี้ แต่รอเวลาที่เหมาะสม (รับปากจีเอ็มไว้) จะมาเจาะลึกให้แฟนคอลัมน์ติดตามกัน อีกเครื่องหนึ่งคือ เครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ขนาด 1.0 ลิตร ผู้ชนะรางวัลระดับโลก อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิ้น ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด (International Engine of the Year Award) 2 ปีซ้อน สื่อมวลชนจะได้สัมผัสของจริงในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ที่เชียงใหม่ ในกิจกรรมระดับภูมิภาคอาเซียน
เครื่อง 1,000 ซีซี จากฟอร์ด ที่วางในรถเฟียตต้าใหม่ ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดของโลกก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นโครงสร้างใหม่ของเครื่องยนต์เบนซินที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดเครื่องหนึ่งของโลกและฟอร์ดก็เลือกที่จะนำมาวางขายในเมืองไทย ซึ่งเราเชื่อกันส่วนใหญ่จากประสบการณ์ว่า เครื่องเล็ก มันจะไหวหรือซึ่งในโลกนี้เขากำลังหันไปทำเครื่องเล็กๆ ให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องขนาดใหญ่กันครับ เครื่องสุดท้ายคือ เครื่อง 1.2 ลิตรของโตโยต้า ซึ่งจะวางในยาริสใหม่ หรือยาริส อีโค คาร์ เครื่อง 1.2 ลิตร คงคุ้นเคยกันในรถอีโค คาร์กันมาแล้ว เพราะเห็นประสิทธิภาพในรถ มิราจ มาร์ช และสวิฟท์ กันทั่วทุกหนแห่ง พี่ใหญ่อย่าง โตโยต้า ก็ลงเครื่องนี้กับเขาเหมือนกัน ต้องลองติดตามกันว่า เครื่อง 1.2 ลิตรใหม่นี้จะลากตัวถังไซส์ใหญ่อย่าง ยาริส ได้ดีเพียงใด
นอกจากนี้ภายในปีหน้าเครื่องยนต์ดีเซลของกระบะค่ายต่างๆ ยกเว้นฟอร์ด กับมาสด้า เห็นทีจะต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นระบบหัวฉีดแบบเพียโซ่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียไม่เกินมาตรฐานกำหนดที่เตรียมบังคับใช้ ฟอร์ดกับมาสด้านั้นเขาเปลี่ยนระบบล่วงหน้าไว้แล้วในเรนเจอร์กับบีที 50 โปร เครื่องเปลี่ยนน้ำมันก็เปลี่ยนครับโดยเฉพาะดีเซล จะมีดีเซลเกรดพรีเมียมที่สะอาดและประหยัดมากขึ้นออกมา (26 ก.ย.นี้ ปตท.แนะนำน้ำมันดีเซล มาตรฐาน Euro 5 รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย) เพื่อรองรับเครื่องใหม่ๆ
ทางด้านรถรุ่นใหม่ จ่อคิวอยู่เห็นวิ่งกันให้ขวักไขวแล้วด้วย นั่นคือรถตระกูล เอสยูวี ขนาดซับคอมแพ็คใหม่ของฟอร์ด ให้ชื่อรุ่นว่า แอคโค่ สปอร์ต รถอเนกประสงค์คันกะทัดรัดที่มาพร้อมกับนวัตกรรมด้านประโยชน์ใช้สอยมากมาย กำหนดเปิดตัวไม่นานนี้ ส่วนพี่ใหญ่อย่างโตโยต้า แน่นอนว่า กำลังเดินสายการผลิตยาริส อีโค คาร์เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรตัวนี้ราคาเริ่มที่ 4 แสนต้นๆ และไปจบลงราว 6.2 แสนบาท มีแต่เกียร์อัตโนมัติเอาใจคนเมืองเต็มที่ ในส่วนของรถค่ายพี่ใหญ่นี้รอคิวเปลี่ยนแปลงใหญ่ ทั้งอัลติสและวีโก้ เป็นคิวต่อไป ในช่วงนี้รถใหม่ๆ ที่เป็นข้อมูลออกมาอย่างไม่เป็นทางการก็มีเยอะ เช่น รถอีซูซู แบบอฌนกประสงค์ มิว7 โฉมใหม่ ซึ่งใช้แพลตฟอร์มเดียวกับเทรลเบรเซอร์ และฟอร์ด เอฟเวอเรสต์ คู่แข่งตัวสำคัญซึ่งพัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มเรนเจอร์ กระบะ ส่วนค่ายมิตซูบิชิ เขาจดจ่ออยู่กับ รถรุ่นหลัก คือ มิตซูบิชิ กระบะที่ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมเช่นเดียวกับ นิสสัน ฟอร์นเทียร์ ซึ่งส่งลงตลาดไล่เลี่ยกับกระบะของมิตซูบิชิ รถที่น่าตื่นเต้นคือการเติมเต็มแพลตฟอร์มของอีโค คาร์ของค่ายต่างๆ หลังจากที่ออก 5 ประตูและรถซีดานมาแล้วก็ต้องเป็นเอ็มพีวีหรือรถกึ่งรถตู้ อย่างเช่น ฮอนด้าก็มีภาพรถชนิดนี้ออกมาเผยแพร่ ส่วนค่ายที่มีแต่ 5 ประตูอย่างซูซูกิ สวิฟท์ ก็รอปล่อยตัวซีดานออกมาสู่ตลาดในปลายปีนี้แน่นอนครับ วงการนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันไม่เคยเงียบเหงา
..........................
('ผ่าของใหม่ในไตรมาส4'โลกรถที่ไม่เคยเงียบเหงา : คอลัมน์เปิดโลกยนตกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)



