ไลฟ์สไตล์

'ส.นักเขียนฯ'จี้'กก.'แจงกวี'พานแว่นฟ้า'ผิดกติกา

'ส.นักเขียนฯ'จี้'กก.'แจงกวี'พานแว่นฟ้า'ผิดกติกา

21 ก.ย. 2556

'ส.นักเขียนฯ'ย้ำต้องยึด'กฎ'เคยมีเขียนเกินต้องตัดสิทธิ์ 'พินิจ'ชี้บทกวีผิดกติกา 'นิรันดร์ศักดิ์'อ้างเป็นดุลยพินิจกก.ด้าน'วิมล'ซัด'จิตสำนึก'ชี้ปัญหาอยู่ที่หัวขบวน

                    21 ก.ย.56 นายเจน สงสมพันธุ์ นายกฯสมาคมนักเขียนฯ กล่าวถึงกรณีบทกวียอดเยี่ยมชนะเลิศ รางวัลพานแว่นฟ้าเข้าข่ายผิดกติกาว่า กรณีดังกล่าวก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นแล้ว โดยผู้ส่งเข้าประกวดก็รับทราบว่า เขียนเกินที่กติกากำหนดไว้ ซึ่งก็ปรับให้งานชิ้นนั้นตกไป เพราะถือว่า ยึดตามกฎที่ตั้งไว้ ซึ่งต้องดูว่าในการตั้งกฎกติกามีคำว่า "ประมาณ" หรือไม่ หากไม่มีก็ไม่ควรที่จะให้ผ่านการพิจารณาตั้งแต่ชั้นเลขานุการฯแล้ว เพราะชั้นเลขานุการฯจะต้องดูผลงานอย่างละเอียดและยึดตามกติกา หากผลงานชิ้นไหนผ่านเกณฑ์ก็ต้องจัดทำรายงาน มีหมายเหตุ เพื่อส่งมายังขั้นตอนต่อไป ซึ่งคณะกรรมการอาจมีการปรับเปลี่ยนแล้วแต่ยุคสมัยในการกลั่นกรองได้

                   "ทั้งนี้ก็ต้องกลับไปดูว่าการตั้งกติกาขึ้นอย่างไร หากไม่ยึดตามกฎ แล้วจะตั้งกฎเพื่ออะไร ซึ่งเชื่อว่า คณะกรรมการมีคำชี้แจง และพร้อมชี้แจงในส่วนกรณีดังกล่าว" นายเจน กล่าว

                   นายเจน กล่าวต่อว่า ผลงานที่ผ่านชั้นเลขานุการฯ มาถึงชั้นคณะกรรมการ แล้วยังให้ผ่านอีกก็ต้องดูคำชี้แจงว่าเป็นอย่างไร หรือจะมีการปฏิรูปพานแว่นฟ้า หรือมีการปฏิรูปอะไรก็ต้องแจงได้ โดยเชื่อว่า คณะกรรมการมีคำตอบในการแจงผลงานทุกชิ้น

                   ด้านนายพินิจ นิลรัตน์ กล่าวว่า หากเป็นการขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการส่งผลงาน เมื่อออกมาเป็นกฎกติกา ก็ควรยึดหลักตามกฎ เพราะเป็นหลักการพื้นฐาน และการคัดกรองตั้งแต่ต้น ต้องมีความละเอียดและยึดหลักตามที่กติกากำหนดอย่างชัดเจน หากเรื่องไหนไม่ผ่านชั้นเบื้องต้นก็ตัดออกได้เลย แต่หากตั้งกฎไม่ยึด แล้วจะตั้งกฎขึ้นเพื่ออะไร ตรงนี้ต้องชัดเจนเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจและเดินไปทิศทางเดียวกัน

                    นายนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์ กล่าวว่า การตัดสินอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการแต่ละท่าน ซึ่งบางท่านอาจดูในเรื่องฉันทลักษณ์ หรือบางท่านดูในส่วนของเนื้อหา ความแปลกใหม่ ซึ่งอาจมีการยืดหยุ่นกันได้

                   เมื่อถามต่อว่า หากกฎกติกากำหนดให้ฉันทลักษณ์ 6-12 บท แต่ผลงานที่ออกมานอกเหนือจากนั้น จะทำเช่นไร นายนิรันด์ศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามในคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องกวี

                  อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการประกวดแข่งขันบทกวี"รางวัลพานแว่นฟ้า" ครั้งที่ 12 ประจำปี 2556 ซึ่งโยงบทกวีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทำผิดกติกา

                  โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและการตัดสิน และขั้นตอนการพิจารณาวรรณกรรมการเมืองประเภทเรื่องสั้นและบทกวี ระบุว่า 7.2) บทกวี เป็นวรรณกรรมการเมืองประเภทบทกวี หากเป็นฉันทลักษณ์แบบแผน ขนาดความยาว 6 - 12 บท แต่ทั้งนี้บทกวีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ มีถึง 14 บท ซึ่งเป็นประเด็นคำถามร้อนแรงในขณะนี้

 

 

"วิมล ไทรนิ่มนวล" ซัด "จิตสำนึก" ชี้ ปัญหาอยู่ที่หัวขบวน 3-4 คน

                

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "วิมล ไทรนิ่มนวล" นักเขียนชื่อดังโพสต์ข้อความถึงกรณีคณะกรรมการตัดสินพานแว่นฟ้าที่ถูกสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ว่า

               "รางวัลพานแว่นฟ้า...ปัญหายังมีจนได้"

               เรื่องคณะกรรมการตัดสินรางวัลพานแว่นฟ้า ตัดสินให้งานที่มีความยาวผิด "กติกา" นั้น ผมคิดว่าคณะกรรมการรู้ (ก็มีตั้งหลายคน) แต่พวกเขาเห็นว่างานชิ้นนั้นดีเด่น(ถูกใจ)กว่างานชิ้นอื่นๆ จะคัดออกก็เสียดาย เลยให้รางวัล โดยอาจจะคิดว่าคงไม่มีใครสนใจ

               ตอนนี้คนในวงวรรณกรรมหลายคนรอว่าคณะกรรมการจะแถลงข่าวว่าอย่างไร (หรือแถลงไปแล้ว?) ถ้ายอมรับผิด และพิจารณาใหม่ก็ไม่สายเกินไป

               แต่ถ้าตะแบงเหมือนที่พวกรัฐบาลและกองเชียร์รัฐบาลนิยมทำกัน ก็น่าเสียใจ และมันจะทำลายความนิยมหรือความขลังของรางวัลไปเรื่อยๆ

               บางทีอาจจะเสื่อมยิ่งกว่าที่กรรมการสามสี่คนเคยด่ารางวัลซีไรต์ (ว่าไร้ค่า) กระทบผมว่า เป็น "รางวัลโบรชัวร์โรงแรม" ทั้งที่คนด่าส่งก็เคยส่งงานเข้าประกวดรางวัลซีไรต์หลายครั้ง...มากกว่าผมอีก และส่งก่อนหน้าผมหลายปี

               ผมเห็นว่ากรรมการหลายคนที่เป็นหัวขบวนของรางวัลนี้ มุ่งปักธงเนื้อหาของงานเขียนไว้แล้ว ว่าจะต้องเป็นอย่างไร จึงเป็นเหตุหนึ่งให้ละลืมกฎเกณฑ์ของรางวัลนี้ไป

               ปัญหาของรางวัลนี้ไม่ได้เกิดจากใคร แต่เกิดจากหัวขบวนสามสี่คนดังที่รู้ๆกันอยู่ในแวดวงวรรณกรรม ผมไม่ทราบว่าปัญหาใดๆจะเกิดตามมาอีกหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน

               แต่ผมมั่นใจว่าพวกหัวขบวนของรางวัลนี้จะไม่ลาออก ทั้งที่ควรจะลาออกมาตั้งแต่ด่าตะเพิดไล่หลังกรรมการจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยแล้ว

               ก็เข้าใจว่า "สปิริต" นั้นมีไว้สำหรับเรียกร้องเอาจากคนอื่น

               ก็เข้าใจว่า "การไม่เคารพกฎ - กติกา" นั้นมีไว้สำหรับประณามคนอื่น

               ก็เข้าใจว่า "อำนาจ" นั้นแม้เล็กน้อยเพียงใดก็สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ ไม่ใช่ตนและพวกตน

               ก็เข้าใจว่ามันเป็น "จิตสำนึก" ของพวกที่ประกาศตนว่า "รักความเป็นธรรม - ต้องการความยุติธรรม" และต่อสู้เพื่อให้ได้มันมา

 

....................................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- รุมเชือด!'พานแว่นฟ้า'ยก'เบี้ย'ชนะ-ชี้ผิดกติกา : http://www.komchadluek.net/detail/20130921/168736/รุมเชือด!พานแว่นฟ้ายกเบี้ยชนะชี้ผิดกติกา.html