ไลฟ์สไตล์

พัฒนาเกษตรไทยสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์

พัฒนาเกษตรไทยสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์

23 ก.ย. 2556

ส.ป.ก.มุ่งพัฒนาภาคการเกษตรไทย สู่มาตรฐานการผลิต 'สมาร์ทฟาร์มเมอร์' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน

 

                          การกำหนดเขตเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชหรือการจัดโซนนิ่ง นับเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้เกษตรกรปลูกพืชตามคุณภาพดินที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรส่งผลต่อการส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรไทยเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer)ด้วยคุณลักษณะ 6 ประการ ที่สำคัญคือ มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม มีความภาคภูมิใจในความเป็นเกษตรกร มีความรักเกษตรกรเหมือนญาติ พร้อมกับการกำหนดเป้าหมายที่สำคัญ 2 ประการ คือ เกษตรกรไทยต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 180,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี และมีการผลิตสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานสากล ด้วยระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ดี (จีเอพี)

                          ดังนั้นสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่รับนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงร่วมดำเนินการ 2 เรื่องหลัก คือ 1.การกำหนดเขตเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชในเขตปฏิรูปที่ดิน และ 2.การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์เพื่อสนับสนุนให้ภาคการเกษตรของไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

                          ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานเรื่องโซนนิ่งในส่วนของ ส.ป.ก.นั้น จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่จะกำหนดกรอบเกี่ยวกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ว่าเหมาะกับพืชชนิดใด ในขณะที่ ส.ป.ก.มีเครื่องมือทางด้านภูมิศาสตร์สารสนเทศ หรือ จีไอเอส เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่ได้จัดโซนนิ่งแล้วว่าอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือไม่ และมีพื้นที่ใดบ้าง จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดส่งให้จังหวัดเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ ประสานการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดและสหกรณ์จังหวัด ซึ่งที่ผ่านมา ส.ป.ก.ได้นำส่งข้อมูลต่างๆ ให้จังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพยายามผลักดันให้เจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดเข้าไปมีบทบาทในการทำงานมากขึ้น

                          “ส.ป.ก.ถือว่าได้เปรียบหน่วยงานอื่นๆ เนื่องจากมีเครื่องมือจีไอเอส ในการตรวจสอบพื้นที่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยทำให้การดำเนินการปลูกพืชที่เหมาะสมในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น ส.ป.ก.จึงพยายามผลักดันให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้การส่งเสริมเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นไปด้วยดี” เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าว

                          อย่างไรก็ตาม การดำเนินตามนโยบายของกระทรวงทั้งในเรื่องโซนนิ่ง และสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ต้องเร่งผลักดันควบคู่กันไป โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2557 ที่จะถึงนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังกำหนดตัวชี้วัดใหม่ที่ถือว่ามีความท้าทายต่อการทำงานของทุกหน่วย คือ เกษตรกรต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 180,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี นอกจากนั้นยังมีตัวชี้วัดที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง คือ การผลิตที่มีมาตรฐานตามระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ดี (จีเอพี) เพื่อการเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ที่สมบูรณ์แบบ 

                          "การกำหนดตัวชี้วัดในเชิงรายได้นั้นมาจากการประมาณรายได้พื้นฐานตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้เกษตรกรต้องมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน หรือมีรายได้ขั้นต่ำต่อปี 180,000 บาท เน้นปรับกระบวนการผลิตของเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมี หันมาใช้ปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อการผลิตสินค้าเกษตรกรที่มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น พร้อมกับการสร้างต้นแบบเกษตรกรที่สามารถปฏิบัติได้จริง เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้เห็นถึงแนวทางการประกอบอาชีพเกษตรกรที่มีความมั่นคงมากขึ้น"

                          ดร.วีระชัย กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดดังกล่าว ส.ป.ก.จะเน้นการทำงานแบบกระบวนการกลุ่ม โดยเบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสำรวจกลุ่มเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่มีศักยภาพ เพื่อสอบถามถึงความต้องการในการพัฒนาองค์ความรู้ และนำไปต่อยอดพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นจะนำความต้องการของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ มาจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ตุลาคม 2556 นี้เป็นต้นไป

                          “หัวใจของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ไม่ได้มองที่รายได้เป็นตัวหลักเท่านั้น แต่ยังมองถึงกระบวนการผลิตที่ดีและได้มาตรฐาน เพื่อเป็นต้นแบบในเชิงรูปธรรมที่ชัดเจนให้เกษตรกร หรือเยาวชนรุ่นใหม่ที่ต้องการประกอบอาชีพเกษตรกรในอนาคต พร้อมกับผนวกการจัดโซนนิ่งพื้นที่เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานระดับพื้นที่ให้แก่เกษตรกรได้ตัดสินใจเลือกปลูกพืชตามสภาพของดินที่เหมาะสม โดย ส.ป.ก.จะขับเคลื่อนด้วยการเน้นกระบวนการกลุ่มมากกว่าการสนับสนุนเป็นรายบุคคล เพราะเชื่อว่าการดำเนินงานในกลุ่มเกษตรกรจะทำให้มีพลังขับเคลื่อนและสามารถขยายผลการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง” เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าว

                          ด้าน สุวรรณ บูราพรนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) ส.ป.ก. กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ ที่มีเขตปฏิรูปที่ดินไปแล้วกว่า 50% หรือประมาณ 30 จังหวัด คาดว่าจะสามารถดำเนินสำรวจให้แล้วเสร็จได้ทั้งหมดช่วงต้นเดือนกันยายน ส่วนการส่งเสริมสมาร์ทฟาร์มเมอร์ น่าจะสามารถดำเนินการได้ทันในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน

                          "เบื้องต้นได้กำหนดเป้าหมายการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรไว้ประมาณ 6,300 ภายในปี 2557 สำหรับในการเก็บข้อมูลกลุ่มเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จะเป็นเรื่องของการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันของกลุ่ม และองค์ความรู้ที่ต้องการพัฒนาเพื่อต่อยอดการผลิตสินค้าของกลุ่ม หรือการพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว ส.ป.ก.จะนำมาประมวลเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรตามความต้องการ"

                          ผอ.สพท.ย้ำด้วยว่า จากผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานดังกล่าว เบื้องต้น ส.ป.ก.ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถพัฒนากลุ่มเกษตรกรเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้ประมาณ 60% จากเป้าหมาย 6,300 ราย และได้เกษตรกรที่มีความสามารถเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง มีศักยภาพที่พร้อมจะเป็นผู้นำ และเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้ไม่น้อยกว่า 10%

                          ทั้งนี้ ส.ป.ก.จะบูรณาการทุกกระบวนการที่ดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่การส่งเสริมเกษตรกรในนิคมการเกษตร การส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน โดยอาศัยกระบวนการขับเคลื่อนโดยชุมชน โดยกลุ่มเกษตรกรเองด้วยการอาศัยเครื่องมือที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรกร การถอดบทเรียนจากสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ซึ่งจากผลการสำรวจความต้องการของกลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความชื้น เป็นต้น

                          นับเป็นอีกก้าวของ ส.ป.ก.ในการสร้างอนาคตเกษตรกรไทยคงไม่น้อยหน้าอาชีพใดๆ และเป็นอาชีพที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลาน ด้วยความมั่งคงทางรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

 

------------------------

(ส.ป.ก.มุ่งพัฒนาภาคการเกษตรไทย สู่มาตรฐานการผลิต 'สมาร์ทฟาร์มเมอร์' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน)