ไลฟ์สไตล์

รุมเชือด!'พานแว่นฟ้า'ยก'เบี้ย'ชนะ-ชี้ผิดกติกา

รุมเชือด!'พานแว่นฟ้า'ยก'เบี้ย'ชนะ-ชี้ผิดกติกา

21 ก.ย. 2556

เฟซบุ๊ก'พินิจ'เชือด'พานแว่นฟ้า'บทกวียอดเยี่ยมชนะเลิศ ผิดกติกาด้าน'ศิริวร'แชร์จี้ถามประเด็นร้อน ขณะที่'กก.'รูดซิปปากเงียบ

                       21 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกสังคมออนไลน์ เมื่อ "พินิจ นิลรัตน์" นักวิจารณ์ฝีปากกล้า โพสต์ข้อความถึงกรณีการประกวดแข่งขันบทกวี"รางวัลพานแว่นฟ้า" ครั้งที่ 12 ประจำปี 2556 ซึ่งโยงบทกวีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทำผิดกติกาโดยมีข้อความว่า

                      "ผมขอไม่พูดถึงเนื้อหา และมิพักต้องอธิบายว่า ‘บทกวียอดเยี่ยม’ รางวัลพานแว่นฟ้า ครั้งที่ ๑๒ ประจำปี ๒๕๕๖ นั้น มีจุดบกพร่องในเชิงฉันลักษณ์ตรงไหน กี่จุด ผมจะไม่ไปแตะตรงนั้น พูดให้ชัดก็คือ ผมไม่มีเจตนาไปคอยจับผิดทั้ง ‘รูปแบบ’ และ ‘เนื้อหา’ ให้ขุ่นเคืองใจใคร แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่อง ‘กฎกติกา’ ล้วนๆ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ เปิดเผย ประชาสัมพันธ์เชิญชวน เป็นที่รับรู้ในวงกว้างอยู่แล้วทั้งสิ้น

                      ‘หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและการตัดสิน และขั้นตอนการพิจารณาวรรณกรรมการเมืองประเภทเรื่องสั้นและบทกวี' ระบุว่า “๗.๒) บทกวี เป็นวรรณกรรมการเมืองประเภทบทกวี หากเป็นฉันทลักษณ์แบบแผน ขนาดความยาว ๖ - ๑๒ บท...”

                      คำถามก็คือ บทกวีที่ ‘คณะกรรมการวรรณกรรมแห่งรัฐสภา’ ตัดสินให้รางวัลยอดเยี่ยม (รางวัลเงินสด ๑ แสนบาท) ชื่อ “เบี้ย” นี้ ‘มี ๑๔ บท’ (กับอีกครึ่งบท) ผ่านมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ผมเห็นว่า “ผิดหลักเกณฑ์” อย่างชัดแจ้งโดยไม่ต้องตีความใดๆ ให้ซับซ้อน ถือเป็น “โมฆะ” ตั้งแต่ต้น

                      หรือว่ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกติกาตอนไหน อย่างไร ใครทราบเรื่องนี้ช่วยให้ความกระจ่างด้วยครับ / ด้วยความเคารพ

                      ทั้งนี้ หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวไปแล้ว เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวมากมาย อาทิ นายเรืองเดช จันทรคีรี นี่คือผลของการไม่รับฟังปรโตโฆสะ ถึงอย่างไร ผมก็ไม่อยากให้แสดงอาการได้ทีขี่แพะไล่กันจนเกินเลยให้ผู้ที่ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดทำจดหมายคัดค้านไปที่คณะกรรมการจะดีที่สุด เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าผิดกติกาแน่นอนแล้ว (ซึ่งเห็นได้ไม่ยากเลย) ก็แถลงชี้แจงเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้

                      ขณะที่ Siriworn Kaewkan กระผมขอตอบแทนคณะกรรมการดังนี้กรั๊บ-อิอิ กติกาบอกว่า “๗.๒) บทกวี เป็นวรรณกรรมการเมืองประเภทบทกวี หากเป็นฉันทลักษณ์แบบแผน ขนาดความยาว ๖ - ๑๒ บท...”-อิอิ แต่บทกวีที่เราตัดสินให้ได้รางวัลนั้น "เป็นฉันทลักษณ์ที่ไม่มีแบบแผน และเต็มไปด้วยฉันทลักษณ์ที่เขียนแบบผิดๆ ถูกๆ" ซึ่งทางเรายืนยันว่า บทกวีดังกล่าวไม่ใช่งาน "ฉันทลักษณ์แบบแผน" ที่พวกคุณจับกลุ่มนั่งจับผิดกันอยู่-รู้ไว้ด้วย-ลงชื่อ-กรรมการฝ่ายก้าวหน้า-555

 

 

               
"วงการวรรณกรรมเต้น"รุมแชร์ประเด็นคำถาม ขณะที่"กก.พานแว่นฟ้า"ยังไม่มีคำตอบ

 

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก วรรณกรรมพานแว่นฟ้า ได้มีผู้ใช้เข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นเรื่องกติกาในการประกาศผลรางวัล โดยผู้ใช้ที่ชื่อว่า Siriworn Kaewkan หรือ ศิริวร แก้วกาญจน์ นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความดังกล่าวว่า มีหลายคนเขาสงสัย เรื่องกติกากับงานที่ได้รางวัล https://www.facebook.com/photo.php?fbid=450318431756003&set=a.115621941892322.18645.100003335497611&type=1&theater

                      กับสิ่งที่เกิดขึ้น (ไม่เกี่ยวกับคุณภาพของตัวบท) ผมถือว่าบทกวีชิ้นนี้ถือเป็นโมฆะ นักประชาธิปไตยก้าวหน้าทั้งหลายที่กลายเป็นใบ้ ก็ถือเป็นมนุษย์โมฆะ รวมทั้งคณะกรรมการการประกวดรางวัลเพื่อ "เชิดชูประชาธิปไตย" ก็ไม่พ้นความเป็นโมฆะ รวมเจ้าภาพด้วยก็ได้-อิอิ หรือใครจะอยากเถียง!-อิอิ

                      ทั้งนี้ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบยังไม่มีฝ่ายคณะกรรมการพานแว่นฟ้าเข้ามาตอบประเด็นคำถามแต่อย่างใด

                      สำหรับ บทกวี "เบี้ย" เป็นผลงานของ อรุณรุ่ง  สัตย์สวี ซึ่งได้รับรางวัลบทกวียอดเยี่ยมชนะเลิศ และจะมีพิธีมอบรางวัลพานแว่นฟ้าแห่งรัฐสภาไทย ประจำปี 2556  ในวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2556  ณ ห้องแกรนด์บอลล์รูม โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค

                     อย่างไรก็ตาม บทกวีดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการพิจารณาของคณะกรรมการ และกฎกติกาที่ตั้งขึ้นมา โดยบทกวีมีทั้งหมด 14 บท หากเทียบจากกติกาแล้วที่กำหนดเพียง 6-12 บทเท่านั้น

 

บทกวียอดเยี่ยมชนะเลิศ

 

"เบี้ย"   โดยอรุณรุ่ง  สัตย์สวี

 

               ใครบางคนเปรียบว่าข้าคือเบี้ย                                 ต่ำเตี้ยสุดบนกระดานการเมืองถ่อย

               เป็นไพร่พาลด่านหน้าค่าเพียงน้อย                           จักกี่ร้อยกี่พันไม่ทันกล

               เบี้ยยอมพลีชีพเพื่อผู้เหนือกว่า                                สัจธรรมธรรมดาอย่าสับสน

               เป็นลูกไล่ปลุกปั่นเป็นกันชน                                  หนีไม่พ้นถูกหลอกออกไปตาย

                

               เรื่องมันเศร้าพิกลคนที่รัก                                        นอกกระดานนั้นเหนื่อยนักนะสหาย

               การเมือง โลก ปรัชญาสาธยาย                                 ชีวิตเป็นเบี้ยหงายสบายดี

               เอาตัวออกนอกกระดานได้อย่างไร ?                         เปิดตำราเล่มไหนกันครับท่านพี่ ?

               ศพคนตายกองสูงขึ้นทุกที                                       ศพเบี้ยที่ไร้ค่าสายตาคุณ

                

               บนกระดานการต่อสู้สู่สิ่งใหม่                                   เส้นทางเดินยาวไกลแรงใจหนุน

               แนวรบร่วมแนวรับปรับสมดุล                                   เบี้ยยุคใหม่ไล่ขุนกลางกระดาน

               ยังเหลือแต่ผู้รู้อยู่ภายนอก                                       ภายในยังติดคอกหลอกลูกหลาน

               หลอกกระทั่งความคิดจิตวิญญาณ                             ว่าตนอยู่นอกกระดานการเมืองทราม

                

               ทุกสิ่งล้วนสัมพันธ์กันทั้งหมด                                  นั่นคือกฎธรรมชาติมิอาจห้าม

               ขยับปีกผีเสื้อเชื้อไฟลาม                                        ใครยิ้มหยามบนภูดูเดือนดาว

               คลับคล้ายนิ่งความจริงคุณขยับ                                ดั่งแนวรบเหลื่อมทับดำกลับขาว

               ผีในอกดื้อรั้นปั้นเรื่องราว                                        พาคุณก้าวไม่พ้นตัวตนเอง

                

               ไม่ศรัทธาประชาธิปไตยมีใครว่า                             แต่ทำตีฝีปากกล้าวาจาเก่ง

               เดินตามกติกาประสานักเลง                                   ใช่แพ้แล้วพาลเบ่งโคลงเคลงเรือ

               แค่เสียโคนเสียม้าแข้งขาสั่น                                  คว่ำกระดานอีกแล้วท่านมุขมันเฝือ

               เบี้ยกระจัดกระจายตายเป็นเบือ                              เลือกตั้งจนคนเบื่อกันทั้งบาง

                

               คุณก็หมากตัวหนึ่งในกระดาน                                 จำใส่หัวกบาลเอาไว้บ้าง

               เห็นม้าเม็ดโคนเรือเมื่อฝุ่นจาง                                เบี้ยไล่ขุนเปิดทางให้ได้คิด

               วาทกรรมอำซ่อนนอนตาหลับ                                เบี้ยที่ไม่ขยับคือผลผลิต

               ฟูมฟักไข่เผด็จการทั้งชีวิต                                      สำคัญผิดคิดว่าออกนอกกระดาน

                

               คุณก็เปรียบเบี้ยหมากอีกฟากฝ่าย                           ม้าเรือโคนโค่นได้ไม่คัดค้าน

               เออตีแผ่ออกมาใครสามานย์                                  เว้นขุนเหนือกระดานไว้ทำไม?

               เชื่อชีวิตเทียมเท่าเราจึงสู้                                       ตั้งกระดานเดินสู่วันฟ้าใหม่

               บนครรลองประชาธิปไตย                                       ล้มแล้วลุกเดินใหม่ไม่คว่ำกระดาน

               บนครรลองประชาธิปไตย                                       ต้องมิยอมให้ใคร คว่ำกระดาน