ไลฟ์สไตล์

อธิบดีกรมพัฒน์ลาออกยันไม่เกี่ยวคดีเด็ก4ขวบ

อธิบดีกรมพัฒน์ลาออกยันไม่เกี่ยวคดีเด็ก4ขวบ

20 ก.ย. 2556

อธิบดีกรมพัฒน์ลาออกยันไม่เกี่ยวคดีเด็ก4ขวบ

               จากกรณีคดีเด็ก 4 ขวบที่ถูกกระทำชำเราในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรีทำให้ข้าราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มองว่า เป็นสาเหตุให้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการลาออกนั้น

               เมื่อวันที่ 20 ก.ย.นายปกรณ์​ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​(พม.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการว่า ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่อนายวิเชียร ชวลิต ปลัดพม.จริง โดยได้ยื่นมา3 เดือนกว่าแล้วตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลวันที่ 2 ต.ค.และก่อนหน้าที่จะยื่นก็ได้หารือกับผู้ใหญ่หลายท่านแล้ว ซึ่งรวมถึงนางปวีณา หงสกุล รมว.พม.ก็ทราบเรื่องตั้งแต่วันที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ ก็ยังทักท้วงไม่ให้ลาออก ตนก็ไม่ได้ตอบอะไร

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวถึงเหตุผลที่ลาออกเพราะเกี่ยวโยงกับคดีเด็ก 4 ขวบที่ถูกกระทำชำเราในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี และถูกบีบบังคับให้เอาคนผิดมาลงโทษทั้งหมดให้ได้นั้น นายปกรณ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่จริง ไม่ได้เกี่ยวกันเลย เรื่องคดีดังกล่าวต้องรอผลสืบสวนจากเจ้าหนาที่ตำรวจก่อน ขณะเดียวกันคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่พม.ตั้งขึ้นก็อยู่ระหว่างพิจารณาเช่นกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าใครผิดตรงไหน และหากผลยืนยันออกมาว่าเจ้าหน้าที่ภายใต้บังคับบัญชาของตนไม่มีความผิด เราก็ไม่สามารถไปลงโทษเขาได้ ซึ่งในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด ไม่งั้นจะปกครองลูกน้องได้อย่างไร หากไปลงโทษโดยที่ไม่มีมูล

               ขณะที่นางปวีณา หงสกุล รมว.พม.ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ว่า ได้ยินข่าวการลาออกของนายปกรณ์มา 3 เดือนแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมดปลัดพม.น่าจะรับทราบดีที่สุด

               ด้านนายวิเชียร ชวลิต ปลัดพม. กล่าวว่า ได้รับหนังสือการลาออกจากราชการจากนายปกรณ์จริง โดยได้ยื่นมาตามระเบียบราชการที่จะต้องยื่นลาออกก่อนภายใน 30 วัน และจะมีผลวันที่ 2 ต.ค.นี้ ซึ่งเหตุผลที่แจ้งคือเรื่องของสุขภาพ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือขัดแย้งกับใครใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งยังยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกรณีเด็ก 4 ขวบที่ถูกกระทำชำเราที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรีที่ทำให้ต้องหาคนผิดมารับผิดชอบ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้พยายามทักท้วงและยังไม่ลงนามยินยอมอนุมัติ เพราะอยากให้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง แต่เมื่อนายปกรณ์ยังยืนยันที่จะลาออกและย้ำว่าเป็นเรื่องสุขภาพจริงๆ ตนจึงได้เพิ่งลงนามอนุมัติเมื่อต้นสัปดาห์นี้เอง

               เรื่องนี้ได้เรียนให้นางปวีณา หงสกุล รมว.พม.รับทราบแล้ว และก็ไม่อยากให้ลาออกเช่นกัน ทั้งได้ทักท้วงแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตามต้องยอมรับในการทำงานที่มีคุณภาพของนายปกรณ์ ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้จะต้องทำเรื่องเสนอโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง หลังจากนั้นจึงจะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมมาแทน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ภายในพม.ถึงการลาออกของนายปกรณ์ ว่าเป็นผลจากคดีเด็ก 4 ขวบที่ถูกข่มขืนที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี จนทำให้ผู้ใหญ่ในพม.ไม่พอใจและสั่งการให้นายปกรณ์หาคนผิดมาลงโทษให้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน ซึ่งสร้างความอึดอัดใจให้กับนายปกรณ์จนนำมาซึ่งการขอลาออกจากราชการและตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ

               นายปกรณ์ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) แถลงข่าวเปิดใจกรณีขอลาออกจากราชการว่า เป็นความตั้งใจของตนและครอบครัวตั้งแต่เริ่มรับราชการปี 2526 แล้ว ว่าจะรับราชการไม่เกินอายุ 55 ปีแน่นอน เนื่องจากตนและภรรยาไม่มีลูกจึงต้องการใช้ชีวิตกับภรรยาที่ได้ลาออกจากราชการไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงอยากจะรักษาสุขภาพด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตนยังมีภารกิจในการทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ที่ทำมาตั้งแต่ปี 2548

               “ตอนนี้ก็ถึงเวลาของผมแล้วพอแล้วกับชีวิตราชการ ผมได้ขอผู้บังคับบัญชาตั้งแต่สมัยที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรมว.พม. อีกทั้งสุขภาพก็ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่มีหลายโรคพอ นางปวีณา หงสกุล มาเป็นรมว.พม. ท่านก็ไม่ยอมผมก็ไปเรียนท่านด้วยเหตุด้วยผลสุดท้ายก็ต้องยอมด้วยความสมัครใจ บอกว่าไม่อยากให้ไปแต่ถ้าเป็นความต้องการก็ไม่กล้าขัด ท่านทราบเรื่องมา 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่ท่านมารับตำแหน่งใหม่ๆ” นายปกรณ์ กล่าว
               
               เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงกรณีบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรีหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้สอบข้อเท็จจริงไปแล้ว แต่หลักฐานยังไม่ปรากฏชัดเจน เราจึงต้องรอผลทางคดีมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งรมว.พม.ก็ติดตามอยู่เป็นระยะ
               
               ด้าน นายวิเชียร กล่าวว่า นายปกรณ์ แสดงความจำนงว่าจะขอลาออกตั้งแต่เดือน ก.ค.แล้ว ตนและผู้ใหญ่หลายคนพยายามทัดทานแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจ และที่ไม่บอกใครเพราะไม่อยากให้เกิดความระส่ำระสายในการทำงาน ซึ่งต้นทางของเรื่องคือความตั้งใจของนายปกรณ์ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งในการทำงาน และไม่ได้เกิดความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งนี้การยื่นเรื่องขอลาออกยังเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ดังนั้นความเป็นเหตุเป็นผลไม่ใช่เรื่องนี้แน่นอน ทั้งนี้สำหรับนายปกรณ์ จะเกษียณอายุราชการในปี 2563