
อธิการ'มศว'ย้ำสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องปรับตัว
อธิการ 'มศว' ย้ำการสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีการปรับตัว เน้นแต่ละวิธีการมีทั้งข้อดี ข้อด้อย อย่าเพิ่งด่วนสรุป
18ก.ย.2556 ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงการที่มศว รับนิสิตเข้าเรียนในแต่ละปีการศึกษานั้นว่า มศว รับจำนวนเท่ากันระหว่างแอดมิชชั่นกลาง และการสอบตรงโดยทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดคัดเลือกเด็กเข้าเรียนด้วยตัวเอง ในสัดส่วน 50 : 50 ทั้งนี้ที่ประชุมอธิการบดี (ทปอ.) เห็นตรงกันกับที่พ่อแม่ผู้ปกครอง และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและนักวิชาการบางคนถึงการเดินสายสอบตรงของนักเรียน และทปอ.ก็คุยกันและหาทางออกในเรื่องนี้โดยจะจัดการสอบตรงให้อยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน เพื่อลดปัญหาการเดินทางสอบตรงในหลายๆ ที่ของนักเรียน
"มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งตระหนักถึงการสอบเข้าในระดับอุดมศึกษา เพราะเราต้องจัดการเรียนการสอนให้นิสิต นักศึกษาตลอดเวลาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 4 ปี 5 ปีและถึง 6 ปี ดังนั้นเราจะต้องคัดเลือกเด็กให้ได้ตามศักยภาพของเด็กว่าเด็กชอบและต้องการเรียนในคณะไหน สาขาไหน เพื่อให้สอดรับกับอุดมการณ์และแนวคิดของแต่ละมหาวิทยาลัย ที่ต้องการเด็กเข้าเรียนไม่เหมือนกัน มหาวิทยาลัยต้องมีวิธีการของตัวเองและเมื่อนิสิต นักศึกษาเรียนสำเร็จในสาขา คณะต่างๆ เขาจะต้องสำเร็จออกไปประกอบอาชีพในสิ่งที่ตัวเองได้ร่ำเรียนไป โดยไม่ออกกลางคัน หรืออเรียนไม่จบ หรือเรียนไปแล้วเกิดค้นพบว่าไม่ชอบ เป็นการเสียเวลาและงบประมาณ ซึ่งไม่เพียงแค่งบประมาณส่วนตัว หากแต่หมายรวมไปถึงงบประมาณภาษีประชาชนด้วย แนวทางการสอบตรงที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเองนั้น จึงสามารถคัดเลือกเด็กได้ตามศักยภาพ ตามความชอบความถนัดของตัวเองมากที่สุด ขณะเดียวกันเราก็ไม่ต้องการให้ผู้ปกครองต้องรับภาระมากทางทปอ.จึงคุยกับเพื่อทำให้การรับตรงไม่เกิดภาระกับผู้ปกครอง" ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวและว่า
ที่ผ่านมาการสอบถเข้ามหาวิทยาลัย มีการจัดสอบเอ็นทร้านซ์ สิ่งที่เราเห็นคือมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่มีจุดด้อยคือไม่เปิดโอกาสให้กับผู้สอบ หากพลาดก็พลาด ตลอดถึงเป็นการสร้างความเครียดให้กับผู้สอบ จากนั้นมีการเปลี่ยนจากระบบเอ็นทร้านซ์ มาเป็นระบบแอดมิชชั่น เพราะเชื่อว่าจะทำให้ระบบการกวดวิชาลดลง ความเครียดลดลง หากแต่มันไม่สามารถลดความเครียดและการกวดวิชาของเด็กไทยลงได้เลย กลับจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น อีกทั้งการได้เด็กเข้าเรียนก็ไม่ตรงกับความชอบ ความถนัดของเด็ก การสอบตรงจึงเข้ามาช่วยเสริมการคัดเลือกคนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้เด็กตรงกับอุดมการณ์และแนวคิดของมหาวิทยาลัย ซึ่งสาขาและบางคณะใช้คะแนนหรือวิธีการของแอดมิชชั่นไม่ได้ มันไม่สามารถวัดเด็กได้ด้วยคะแนนเหล่านั้น จึงต้องมีการสอบตรงเพื่อมาเสริมการคัดเด็กด้วยวิธีแอดมิชชั่น แต่การสอบตรงก็ทำให้เด็กตระเวนสอบหลายสนามมากเกินไปอีก ทั้งนี้จะเห็นว่าคงถึงเวลาแล้วที่เราต้องจัดประชุมเพื่อปรับวิธีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง ให้มีความสมบูรณ์ในตัวเองและลดปัญหาต่างๆลง



