
โชว์ศิลป์สวยร่วมสมัยจากเมืองมะกะโรนี
ศิลปวัฒนธรรม : โชว์ศิลป์สวยร่วมสมัยจากเมืองมะกะโรนี
เพื่อร่วมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสาธารณรัฐอิตาลีและประเทศไทย ที่มีมายาวนานกว่า 145 ปี สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จึงร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดนิทรรศการ "กาลิเลโอ คีนิ เดอะ จูเวลส์ ออฟ เดคอเรชั่นส์" ถ่ายทอดมรดกศิลป์อันล้ำค่าของ กาลิเลโอ คีนิ ศิลปินเอกชาวอิตาเลียนและจิตรกรหลวงผู้สร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมเฟรสโก อันงดงามภายในโดมท้องพระโรงของพระที่นั่งอนันตสมาคม ผ่านสุดยอดผลงานประติมากรรมชิ้นเอกหลากหลายชิ้น ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อใช้ประดับตกแต่งอาคารเตอร์มาเอแบร์ซิเอรี่แห่งเมืองซัลโซมัจจอเร ในประเทศอิตาลี ที่ได้รับการขนานนามให้เป็นสปาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนับเป็นการนำมาอวดโฉมนอกประเทศอิตาลีเป็นครั้งแรก โดยงานเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก มิเกลันเจโลปิปัน เอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
สำหรับงานประติมากรรมที่นำมาจัดแสดงเป็นสไตล์อาร์ตนูโว จำนวน 26 ชิ้น มีทั้งงานประดับตกแต่งภายนอกและภายในตัวอาคารเป็นศิลปะเครื่องเคลือบ ดินเผาที่สร้างสรรค์จากดินสโตนแวร์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทาน และยังมีงานศิลปะไมออลิกา ซึ่งเป็นเครื่องเคลือบดินเผาเอกลักษณ์เฉพาะของอิตาลี บางชิ้นประดับด้วยทองคำบริสุทธิ์ สีที่พบหลักๆ คือสีทองอันแสดงถึงความหรูหรา และสีฟ้าซึ่งสื่อถึงน้ำ โดย กาลิเลโอ คีนิ รับหน้าที่เป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะประดับให้แก่สปาแห่งนี้หลังกลับจากสยามประเทศ ทำให้รูปแบบของประติมากรรมสะท้อนให้เห็นกลิ่นอายของโลกตะวันออกอย่างชัดเจนโดยเฉพาะลวดลาย โค้งมนต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ทั่วตัวอาคาร
ในวันเปิดนิทรรศการ วิเอรี่ คีนิ ทายาทกาลิเลโอ คีนิ วัย 80 กว่าปี ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นนักออกแบบเครื่องเคลือบและดูแลการผลิตผลงานศิลป์ของตระกูลคีนิ เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยเขาเผยว่า ประติมากรรมเหล่านี้เป็นผลงานชิ้นสำรองที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นต้นศตวรรษที่ 20 และเพิ่งมีผู้ค้นพบเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งมีเพียงแค่แบบละชิ้นและยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์แม้จะมีอายุกว่า 90 ปีแล้วก็ตาม ผลงานทุกชิ้นออกแบบโดยกาลิเลโอ คีนิ และคีโน คีนิ ซึ่งเป็นปู่ของเขา
"สำหรับอาคารเตอร์มาเอแบร์ซิเอรี่ ถูกสั่งให้สร้างขึ้นโดยเทศบาลเมืองซัลโซมัจจอเร เมื่อปี ค.ศ.1917 เพื่อใช้เป็นสถานที่อาบน้ำสาธารณะ โดยการตกแต่งภายในต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่าง อาทิ หินอ่อน กระจก เซรามิก ไม้ โลหะ คล้ายกับงานโมเสกที่จะใช้กระเบื้องเล็กๆ มาต่อกันซึ่งสมัยนั้นยังไม่พบมากนัก ขณะก่อสร้างตัวชิ้นงานเกิดปัญหาค่อนข้างมากในการประกอบเข้าด้วยกัน อย่างหินอ่อนเวลาตัดจะเป็นแนวตรง ขณะที่เซรามิคเวลานำไปเผาจะยืดหนุ่น บิด โค้ง ดังนั้นจึงต้องออกแบบให้เซรามิกนั้นเอื้อต่อรูปทรงในการประกอบ ซึ่งนับเป็นงานที่ยากทีเดียว อาคารนี้จึงใช้เวลาก่อสร้างค่อนข้างยาวนาน แล้วเสร็จและเปิดบริการในปี 1923 ซึ่งหากใครได้มีโอกาสไปเยือนสปาแห่งนี้ก็จะได้พบกับชิ้นงานลักษณะเดียวกันอวดความงามวิจิตรมาจนถึงปัจจุบัน" ทายาทวัยดึกเล่า
วิเอรี่ ยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ผลงานของของกาลิเลโอ คีนิ แบ่งออกเป็นหลายช่วงเวลา ในช่วงแรกผลงานของเขาจะเลือกใช้สีอ่อนออกแนวพาสเทล แต่หลังจากมาทำงานที่เมืองไทย ภายในพระที่นั่งอนันตสามคม การทำงานของเข้าก็เปลี่ยนไปด้วยการใช้สีที่เข้มขึ้น รุนแรงขึ้น ซึ่งก็เป็นปกติของศิลปินที่จะเปลี่ยนสไตล์การทำงานไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
นอกจากนี้นิทรรศการยังนำเสนอผลงานจากภาพโมเสกกระจกสี โดยศิลปินไทยรุ่นใหม่ ไมตรี ศิริบูรณ์ ที่นำภาพหญิงสาวจากต้นฉบับกาลิเลโอ คีนิ ได้เขียนไว้บนแผ่นกระเบื้องไมออลิกามาสร้างสรรค์ใหม่โดยศิลปินหนุ่ม เล่าว่า กาลิเลโอ คีนิ เป็นศิลปินคนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นผู้เขียนภาพบนพระที่นั่งอนันตสมาคม คนที่เรียนด้านศิลปะจึงต้องศึกษางานของเขา เพราะเป็นศิลปินที่มีบทบาทต่อศิลปะในสมัยนั้น ซึ่งเมื่อได้รับโจทย์ให้ดึงแรงบันดาลใจบางอย่างจากผลงานของกาลิเลโอ คีนิ มาสร้างสรรค์เป็นผลงานร่วมสมัย โดยผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับอิตาเลียน จึงเลือกภาพต้นแบบแล้วนำเอาวิถีชนบทไทยใส่ลงบนผ้าคลุมของภาพดังกล่าว โดยใช้เทคนิกประดับกระจกสีบนไม้สัก ใช้เวลาทำราว 2 เดือน
ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ "กาลิเลโอ คีนิ เดอะ จูเวลส์ ออฟ เดคอเรชั่นส์" ได้ตั้งแต่วันนี้ - 29 กันยายน บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน



