
เปิดม่านการศึกษา : 18 ก.ย.56
คอลัมน์เปิดม่านการศึกษา : โดย...ครูแจ่ม
0 หากย้อนกลับไปดูหลักฐานการวิจัยถึงผลกระทบการนำ "แอดมิชชั่นส์" มาใช้ในการพิจารณารับบุคคลเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเมื่อปี 25491 แล้วคำตอบมีชัดเจนว่าส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาไทย และนับจากนั้นมาทุกๆ ปี ไม่ว่าสถาบันไหนจัดอันดับการศึกษาไทย ก็จะรั้งบ๊วยเสมอๆ
0 แอดมิชชั่นส์ เมื่อปี 2549 ทำให้นักเรียนไทยต้องเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากลับตกต่ำที่สุด สวนทางกับการเรียนหนัก 1,200 ชั่วโมงต่อปี ขณะที่การจัดการเรียนการสอนมุ่งเน้นเนื้อหาวิชาการเป็นหลัก แถมครูที่สอนก็เรียนจบไม่ตรงสาขา ที่โหดร้ายกว่านั้น บรรดา "อธิการบดี" รับทรัพย์อย่างสนุกสนานกับการ "รับตรง"แทบทุกคณะ สาขาวิชา เพราะปฏิเสธระบบแอดมิชชั่นส์ อ้างข้างๆ คูๆ ว่ารับไม่ได้ที่ "คัดเด็กไม่มีคุณภาพ" เข้ามาเรียน
0 แปลกแต่จริง ก็ "ระบบแอดมิชชั่นส์" ที่บรรดาบิ๊กเบิ้มแต่ละมหาวิทยาลัยบอกว่าคัดเด็กไม่มีคุณภาพเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั้น แท้จริง "อธิการบดี" ทั้งหลายนั่นแหละเป็นคนร่วมกันคิดสูตร "แอดมิชชั่นส์" ขึ้นมา แต่กลับไม่ใช้ กลับไปใช้วิธี "รับตรง" ที่ผู้สมัครสอบตรงต้องซื้อใบสมัคร แล้วมาสมัคร และมาสอบด้วยตัวเอง
0 นักเรียนที่ครอบครัวผู้ปกครองมีฐานะ ก็เป็นการ "เพิ่มโอกาส" จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ที่ไปสอบตรงมากขึ้น แต่เด็กยากจนที่มีพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน "ประตูนี้ถูกปิด" ในทันที!!!
0 เกือบ 8 ปีที่ชาวมหาวิทยาลัยเปิดรับตรง ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนขยายเพิ่มมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำในสังคมเห็นเด่นชัดมากขึ้น ในบางครั้งจนนำไปสู่ว่า "แตกแยก" ในสังคมไทยก็มี
0 ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ "อธิการบดี" จะจัดการศึกษาที่ยังประโยชน์เพื่อสังคมส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่เห็นแก่ค่าสมัครรับตรงครั้ง 50-100 ล้านบาท ขูดรีดประชาชนนะขอบอก!!! ครูหวังว่า "ครูอ๋อย" คงรู้ทันเน้อ!!
.......................
(คอลัมน์เปิดม่านการศึกษา : โดย...ครูแจ่ม)



