ไลฟ์สไตล์

ผจญภัยเหนือสายน้ำเข็ก

ผจญภัยเหนือสายน้ำเข็ก

15 ก.ย. 2556

ผจญภัยเหนือสายน้ำเข็ก : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : Farsai Jaidee

               ช่วงฤดูน้ำหลาก หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะถ้าน้ำหลากมามากเกินความจำเป็น แต่สำหรับบางพื้นที่ บางอาชีพ กลับกลายเป็นความยินดี ที่มีน้ำมาเสียที เพราะนี่เป็นช่วงเวลาของการผจญภัยไปกับสายน้ำ เกาะแก่งกลางน้ำ กลายเป็นเวทีของเหล่านักผจญภัย และเป็นรายได้อีกทางหนึ่งของผู้ประกอบการ

               "ล่องแก่ง" เป็นอีกกิจกรรมทางน้ำ ที่นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยชื่นชอบ ถ้าลำดับต้นๆ ของสายน้ำที่นิยมของนักล่องแก่ง ก็หนีไม่พ้น น้ำว้า จ.น่าน รองลงมาก็ไม่น่ามองข้าม "น้ำเข็ก" จ.พิษณุโลก, แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี หรือล่องแก่งต้นน้ำนครนายก ไปจนถึงล่องแก่งเข้าไปน้ำตกทีลอซู

               ความมันของการล่องแก่ง ของสายน้ำแต่ละแห่ง จะต่างกันไปทั้งความรุนแรง ลีลา และอารมณ์ ชนิดที่เอามาเทียบกันลำบาก แต่ถ้าพูดถึงสถานที่ล่องแก่งอันดับต้นๆ คงต้องยกให้ "น้ำว้า" ที่กินขาดทั้งความแรง แก่งสวย ท้าทาย ระดับ 3-5 แต่ถ้าเอามัน เอาสนุก มือใหม่พอไหว ความยากมีตั้งแต่ระดับ 1-5 ก็ต้อง "สายน้ำเข็ก" ชนิดว่า ถ้าเทียบกับดูฟุตบอล ก็เหมือน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก กับไทยพรีเมียร์ลีก ถ้าแก่งเล็กลงไปอีก ก็อาจจะเหลือแค่ระดับสโมสร หรือ ระดับจังหวัด

                น้ำหลากมาปีนี้ พวกเราตกลงกันว่า เอามันแค่ระดับไทยลีกก็พอ เพราะเดินทางไม่ไกลมากกับเวลาที่มีแค่เสาร์-อาทิตย์ ระดับน้ำกำลังดี น้ำเข็กเลยเข้ามาอยู่ในลิสต์โดยปริยาย ว่าแล้วก็จัดการติดต่อที่พัก-ล่องแก่ง กับทาง สวนป่าเขากระยาง ที่อยู่ในความดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เพราะมีที่พักหลายแบบ แถมบรรยากาศดีๆ ริมน้ำ และไม่ไกลจากน้ำตกปอย แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งใน อ.วังทอง

                เดินทางจากกรุงเทพฯ ค่อนดึก ใช้เส้นทางมุ่งหน้าเพชรบูรณ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก หลักกิโลเมตรที่ 60 เขต อ.วังทอง ราวตี 2 กว่าๆ ก็ถึงที่พัก ที่ติดต่อจองไว้ล่วงหน้า พักผ่อนกันเอาแรงไว้เล่นกับสายน้ำในยามเช้าดีกว่า

               "น้ำเข็ก" สายน้ำสีขุ่นข้น ออกสีกาแฟอ่อนๆ ไหลผ่านต้นไคร้น้ำ ที่แตกกอเป็นเกาะแก่งกลางน้ำ ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ชายน้ำ มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา ไหลผ่าน อ.วังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่ อ.บางกระทุ่ม ทำให้เกิดลำน้ำเข็ก เป้าหมายการผจญภัยไปกับสายน้ำของพวกเราคราวนี้

                ฝนโปรยปรายลงมาทักทายเช้าๆ พอให้ชื่นใจ และก็เพราะฝนนี่แหละที่ช่วยเติมน้ำลงในลำน้ำเข็กจนกลายเป็นแก่งให้เล่นน้ำได้สนุกสนาน แต่ถ้ามากเกินไปก็มีข้อห้ามลงเหมือนกัน กินข้าวเช้า พักให้ข้าวเรียงเม็ดกำลังดี ก็ได้เวลาเริ่มต้นของการผจญภัยเหนือสายน้ำ จากที่พักนั่งรถร่วมๆ ชั่วโมงไปยังจุดเริ่มต้นล่องแก่ง ที่บ้านท่าข้าม ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง ไม่ว่าจะพักตรงไหน ก็จะมาเริ่มต้นล่องกันแถวนี้ล่ะ

               ระยะทางล่องแก่งราว 2 ชั่วโมงกว่าๆ ในระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ผ่านแก่งเล็ก แก่งใหญ่ ให้หวาดเสียวไม่น้อยกว่า 8 แก่ง ตั้งแต่แก่งท่าข้าม แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งนางคอย และแก่งยาว จริงๆ เราจะเลือกล่องแบบแค่เบาๆ หรือจะเหมาทุกแก่งก็ได้ ไปกันกลุ่มใหญ่ก็เหมาเรือกันเป็นลำๆ ไป โดยจะกำหนดไว้ไม่เกินลำละ 8 คน แต่ถ้าไปน้อยก็อาจจะต้องเหมาเป็นรายหัว แล้วแต่จะตกลงกัน ซึ่งจะติดต่อที่รีสอร์ทที่เราไปพัก หรือผู้ประกอบการที่ให้บริการล่องแก่งโดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน

                อ้อ...มีข้อระวังแค่ว่า ถ้าไม่อยากผิดหวังก็ควรติดต่อล่วงหน้า เพราะช่วงจังหวะดีของการล่องแก่งคือระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม แต่บางจังหวะที่ฝนตกหนักต่อเนื่องอาจจะทำให้น้ำหลากมากกว่าปกติ ถ้าระดับน้ำสูงเกิน 1,000 ก็อาจจะห้ามลงล่องแก่งได้ แต่วันนั้นเราไปก็แตะระดับ 800 เข้าไปแล้ว

                เตรียมพร้อมอุปกรณ์ทั้งเสื้อชูชีพ สวมหมวกกันกระแทก รับไม้พายไว้คอยช่วยกันพายงัด ยามต้องฝ่าแก่งเชี่ยว มีการซักซ้อมความเข้าใจ การหลบ การหมอบ การพายจ้ำ แล้วก็ได้เวลาของความตื่นเต้นกันซะที ส่วนผม... มาคราวนี้จับกล้องวิดีโอกันน้ำแทนไม้พายซะหน่อย

               จากจุดเริ่มต้นที่ระดับซอฟท์ๆ ที่ แก่งท่าข้าม พอให้ทำความคุ้นเคยกับสายน้ำ ก่อนจะเริ่มเข้าสู่แก่งยาวร่วม 100 เมตรของแก่งปากยาง ที่ยังเป็นระดับ 1-2 ผ่านไปได้ไม่ทันไร ความตื่นเต้นเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสน้ำและแก่งหินที่เยอะขึ้น ตั้งแต่แก่งหินลาด ที่ระดับ 3 แต่ผ่านไปได้ไม่ทันไร อยู่ดีๆ เรือก็ไปเสยกองหิน 

                "อ๊ากกกก... ตกน้ำซิครับ" ผมกระเด้งตกน้ำ ทั้งที่มือยังถือกล้องถ่ายวิดีโอไปด้วย (ดูใน ISnap จะเห็นนะครับ) ตามด้วยคนนั่งหน้า กับนายท้าย ยังดีที่น้ำแค่เอว ขึ้นเรือมาได้ ก็หัวเราะกันขำขำ... ปัดโธ่ แก่งแค่ระดับ 3 ก็ตกน้ำซะแล้ว อีก 2-3 แก่งใหญ่ข้างหน้า ที่ขึ้นระดับ 4 มิตายเรอะ

               ไปกันต่อ หลังจากขึ้นเรือกันเรียบร้อย เข้าแก่งยากระดับ 3-4 ที่แก่งรัชมังคลา ต่อไปแก่งซาง ถ้าช่วงน้ำเยอะ แก่งนี้ก็ถือว่ายากระดับโหดแล้ว

               บร๊ะเจ้า!!! มียากกว่านั้น เมื่อเข้าสู่แก่งนางคอย ต่อเนื่องไปถึง แก่งยาว ที่ผมจัดให้เป็นแก่งโหดสุดของคราวนี้ ด้วยกระแสน้ำแรง หลอกลวงให้เรือเข้ารกเข้าพง ฝ่าแนวต้นไม้ กิ่งไม้ จนต้องหมอบหลบบางช่วง ตอนนั้นเหมือนหลอกให้ตายใจ ไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่พอพ้นแนวไม้ออกมา แก่งที่รออยู่ข้างหน้า จากนั้นไปร่วม 400-500 เมตร เป็นช่วงเวลาที่ลุ้นระทึก จะพลิก จะคว่ำ จะชนหิน จะตกน้ำ แต่ก็โชคดีที่ได้แค่จะ เพราะทั้งหัวเรือ ทั้งนายท้าย กับเพื่อนๆ ช่วยกันพายงัด พ้นแก่งหินมาได้ 

               เฮ้ออออ... ถอนใจกันยาวๆ เมื่อผ่านแก่งยาวมาได้ คราวนี้ค่อยได้อ้อยอิ่งดูสองข้างทางบ้าง แล้วก็โดดลอยคอเล่นน้ำช่วงท้ายๆ เป็นนานสองนาน สายน้ำเข็กที่คนมักชอบนำไปเปรียบเทียบกับน้ำว้า ยังไงก็เทียบกันยาก เพราะอารมณ์ และความรู้สึกเหนือสายน้ำ ไม่เหมือนกันซะจริงๆ

                เวลาเหลือๆ พักให้คลายความเหนื่อยล้า ทอดอารมณ์กับบรรยากาศสบายๆ ของสายน้ำ และป่าเขาบริเวณที่พัก แถมมีเวลาเดินเที่ยวน้ำตกปอย ที่ช่วงนี้น้ำเยอะกว่าปกติ กระแสน้ำที่ถาโถมลงสู่เบื้องล่างที่แม้จะไม่สูงมากนัก แต่ก็ดูสวยงามแฝงด้วยความรุนแรง 

               ปิดท้ายทริปล่องแก่งน้ำเข็ก บางคนอาจจะเลือกไปนอนเล่นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อิ่มเอิบกับบรรยากาศหมอกฝนเหนือทุ่งหญ้า แต่คราวนี้พวกเราเลือกแวะไปกินขนมจีนที่ขึ้นชื่อของหล่มสัก ก่อนจะขับรถขึ้นไปกินลมชมวิวบนเขาค้อที่ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว ก็ผ่านแคมป์สน ไปไหว้พระธาตุผาซ่อนแก้ว ที่เห็นเด่นแต่ไกลบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ 

               แล้วปีหน้า เราก็อาจจะเลือกมาล่องน้ำเข็ก ซ้อมกำลังกันอีกสักรอบ ก่อนลงสนามใหญ่ที่สายน้ำว้า แล้วกัน

 

(หมายเหตุ : ติดต่อ ที่พักสวนป่าเขากระยาง  08-1604-4207 ชมรมล่องแก่งพิษณุโลก 08-7210-3843)

 

....................................

(ผจญภัยเหนือสายน้ำเข็ก : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : Farsai Jaidee)