ไลฟ์สไตล์

เปิดวิสัยทัศน์ : 'ผศ.ดร.ประโยชน์'

เปิดวิสัยทัศน์ : 'ผศ.ดร.ประโยชน์'

16 ก.ย. 2556

เปิดวิสัยทัศน์ : บัณฑิตต้องคิดวิเคราะห์-ทำงานทีม ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

 

                         "การที่นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวนั้นก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ นักศึกษาส่วนใหญ่ของเรา ครอบครัวประกอบอาชีพสวนยางและสวนปาล์ม เมื่อราคาผลผลิตตกต่ำแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ก็ย่อมได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา เมื่อเดือดร้อนจึงออกมาเคลื่อนไหว ก็ถือว่ามีเหตุและผลที่เข้าใจได้ และถือเป็นการแสดงน้ำใจต่อประชาชน เพราะนักศึกษาจะเรียนอย่างเดียวแล้วเพิกเฉยต่อปัญหาสังคมนั้นเป็นไปไม่ได้" ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 กล่าว

                         ผศ.ดร.ประโยชน์ กล่าวว่า บัณฑิตยุคใหม่ต้องมีทักษะในการคิดวิเคราะห์และทำงานเป็นทีมได้ คนที่มีตัวตนมากเกินไปจนไม่สามารถทำงานร่วมกับใครได้ จะตกที่นั่งเสียเปรียบ เพราะโลกวันหน้าคือโลกที่ต้องทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องคุยกัน เดินไปด้วยกัน ร่วมมือและแข่งขันกันอยู่ในที เหมือนการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน ต้องรู้จักยืดหยุ่นและยอมรับในเขตพื้นที่ความเป็นตัวตนของแต่ละคน สามารถคบเพื่อนต่างศาสนาได้ และทำงานกับคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันได้ นักศึกษาและบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจะต้อง “ภาษาดี ไอทีคล่อง” คือนอกจากจะรู้ภาษาอังกฤษแล้ว ยังต้องรู้ภาษาอื่นๆ ด้วย เช่น ภาษาจีนหรือภาษาของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศก็เป็นสิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในการทำงานในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นอีกทักษะที่ขาดเสียมิได้

                         "ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมของนักศึกษาเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ด้วยการสอดแทรกเนื้อหาวิชาเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนลงไปในรายวิชาที่เหมาะสม จัดสรรงบประมาณ 150 ล้านบาท จัดตั้ง “ศูนย์อาเซียนศึกษาและพัฒนา” เพื่อทำหน้าที่ในการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนแก่ประชาชนทั่วไป รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรและส่งเสริมและผลักดันให้นักศึกษาทำกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในอาเซียน เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดความกระตือรือร้นที่จะฝึกฝนภาษา และยังเป็นการสร้างเครือข่ายการพัฒนานักศึกษาในระดับอาเซียนด้วย" อธิการบดี มรส.กล่าว

                         ขณะเดียวกันต้อง สร้างคน ให้บุคลากรสายวิชาการ (อาจารย์) มีตำแหน่งวิชาการ มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดี ส่วนบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการก็มีความรู้ในงาน มีการพัฒนาตนเองและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง สร้างบัณฑิต ให้มีคุณภาพเข้มข้น มีมาตรฐานตามหลักสูตร มีคุณลักษณะพึงประสงค์ มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ เพราะโลกอนาคตคือโลกที่ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพ สร้างความเป็นเลิศในพันธกิจ ทั้งด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และด้วยความเป็น “ราชภัฏ” ก็ต้องสร้างความเข้มแข็งในชุมชนท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู และสืบสานพระราชปณิธานในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏด้วย

                         สร้างระบบบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล โปร่งใส รับผิดชอบและตรวจสอบได้ จะไปช่วยสนับสนุนการสร้างคน สร้างบัณฑิตและสร้างความเป็นเลิศในพันธกิจได้อีกแรงหนึ่งด้วย และ สร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางวิชาการ เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ขณะนี้มีเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก รวมทั้งมีความร่วมมือทางวิชาการที่เป็นรูปธรรมต่อกัน

                         "เราไม่สามารถเป็นอุดมศึกษาท้องถิ่นที่ไม่สนใจนานาชาติได้ เพราะหนีความเป็นสากลไม่พ้น ดังนั้นต้องเริ่มต้นที่โครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล และเน้นความเป็นสากลในความหมายของภูมิภาคอาเซียน เช่น การแลกเปลี่ยนนักศึกษา-อาจารย์กับมหาวิทยาลัยทั่วโลก การปรับปรุงระบบการเทียบโอนหน่วยกิตให้เป็นสากล พัฒนากายภาพสิ่งแวดล้อม ต้องก้าวสู่การเป็น “คลีน แอนด์ กรีน แคมปัส” หรือ “มหาวิทยาลัยสีเขียว” เพราะบัณฑิตต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เอื้อต่อการเรียนรู้" อธิการ มรส. กล่าว

                         ในอนาคตอันใกล้จะพัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ 2 ภาษาเพื่อตอบโจทย์อาเซียน เพราะพยาบาลเป็น 1 ใน 7 วิชาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือไปทำงานในประเทศกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้อย่างเสรี และหลักสูตรวิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่งสามารถนำเอาเรื่องของการทำอาหารอย่างประณีตเข้าไปเพิ่มมูลค่าได้ เช่น เรียนรู้แหล่งที่มาของวัตถุดิบที่แตกต่างและดีต่อสุขภาพ มีวิธีการนำเสนอแบบใหม่ รวมทั้งหลักสูตรอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและคอมพิวเตอร์ก็มีทิศทางในการพัฒนาที่หลากหลายได้เช่นกัน

                         ทว่าการบริหารที่นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ อ่านแต่เอกสาร คงจะเห็นผลในทางปฏิบัติ เท่ากับการ "การบริหารด้วยเท้า" ลงไปสัมผัสทุกภาคส่วนของประชาคมราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อรับรู้ รับฟัง นำมาปรับปรุงแก้ไข ถึงจะทำให้การบริหารขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

 

 

----------------------

(เปิดวิสัยทัศน์ : บัณฑิตต้องคิดวิเคราะห์-ทำงานทีม ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล : โดย...หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ)