ไลฟ์สไตล์

'เลิกแอดมิชชั่นส์-รื้อหลักสูตร'

'เลิกแอดมิชชั่นส์-รื้อหลักสูตร'

12 ก.ย. 2556

'เลิกแอดมิชชั่นส์-รื้อหลักสูตร'โจทย์ท้าทายปฏิรูปรอบ3 : โดย...สิรินาถ สิริสุนทร

                ความพยายามในการปฏิรูปการศึกษาไทยมาแล้วกว่า 2 ครั้งในรอบ 15 ปี  รัฐบาลทุกสมัยพยายามแก้ปัญหาในรูปแบบต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่สามารถแก้โจทย์คลาสสิก ทั้งเรื่อง "คุณภาพการศึกษา" และ "ความเหลื่อมล้ำ" ในสังคมไทยได้

                เหมือนอย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) บอกในวงสนทนากับผู้บริหารในเครือเนชั่นเมื่อวันที่ 5 กันยายนว่า การแก้ปัญหาการศึกษาไทยยังอยู่ในวังวนของโครงสร้างและตามแก้ปัญหาผลกระทบจากโครงสร้างที่ออกมา ทำให้แก้ไขไม่ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น

                 การกลับมานั่งในตำแหน่ง "รมว.ศธ." ครั้งที่สอง เขาจึงพุ่งเป้าที่ไปการหาโจทย์ ที่เกิดขึ้นกับวงการศึกษาไทย และหวังว่าโจทย์ที่ถูกต้องจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกทาง

                โดยเฉพาะเมื่อเวิล์ด อีโคโนมิก ฟอรั่ม (ดับเบิลยูอีเอฟ) จัดอันดับการศึกษาไทยให้เกือบรั้งท้าย แพ้ทั้งกัมพูชาและเวียดนาม ยิ่งตอกย้ำว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาอาจจะล้าหลังตามไม่ทันสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม

                จาตุรนต์ บอกว่า การจัดอันดับของดับเบิลยูอีเอฟ เป็นเรื่องที่รับรู้กันอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจมากนักและต้องถือเป็นเรื่องที่ศธ.ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนการสอนในห้องเรียนใหม่ เพราะหากจะลองตรวจสอบเอาเฉพาะในเรื่องของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษก็พบว่าคนไทยเรียนภาษาอังกฤษมากว่า 16 ปี แต่ไม่สามารถสื่อสารและพูดคุยได้ ซึ่งเมื่อหากลองทบทวนวิธีการสอนในโรงเรียนและหลักสูตรจะเห็นว่าทั้ง 16 ปี ไม่มีเรื่องของการสนทนาเลยแม้แต่นาทีเดียว

                 "ผมคิดว่าเริ่มเห็นโจทย์บางอย่างในเรื่องของการสอนในโรงเรียนและหลักสูตรเพราะน่าตกใจเมื่อพบว่าหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษของเราไม่มีเรื่องของการสนทนาเลย ซึ่งในเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนใหม่"

               การปฏิรูปการศึกษาในมุมที่ "จาตุรนต์" ต้องการทำให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งจึงมี 2 ประเด็นใหญ่คือ การปฏิรูปการเรียนการสอนและหลักสูตร ซึ่งในเรื่องนี้ระดมการแก้ไขปัญหาจากนักวิชาการ ตั้งแต่เรื่องของการปรับมาตรฐานการทดสอบของเด็กไทยให้ได้มาตรฐานในระดับสากล เช่น การปรับการสอบโอเน็ตให้มีความสำคัญและผูกโยงกับความรับผิดชอบกับผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นครู

                 ในมิติของการทดสอบ เขามองว่าอาจจะต้องฟื้นระบบการสอบมาตรฐานกลางของชาติกลับมาใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมองถึงการทดสอบในระดับนานาชาติเช่น PISA จะต้องเลื่อนลำดับขึ้นมา โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

                ส่วนการปฏิรูปหลักสูตร "จาตุรนต์" บอกว่า จะไม่ทำแบบลงแขกเหมือนในอดีต แต่จะเชิญกระบี่มือหนึ่ง เข้ามาให้ความคิดเห็น พร้อมการตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยงานวิจัยพัฒนาในการปรับหลักสูตรที่มีงานวิจัยรองรับ

               "เดิมการแก้หลักสูตรเราเชิญนักวิชาการด้านกฎหมายเข้ามาระดมความเห็น ซึ่งก็ถือว่าดีที่สุดเท่าที่มีในช่วงนี้ แต่ไม่มีองค์กรขึ้นมาดูแลอย่างจริงจัง ผมจึงเสนอให้ตั้งสถาบันขึ้นมาดูแลเรื่องนี้เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น"

                ประเด็นในเรื่องของความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา "จาตุรนต์" บอกว่า ปัญหานี้มีมากขึ้นในการศึกษาไทยเพราะมีพ่อแม่ที่มีศักยภาพในการลงทุนเพื่อให้ลูกได้เรียนโรงเรียนที่ดีและมหาวิทยาลัยที่ดี  ต่างทุ่มไปกับการกวดวิชา ซึ่งพบว่าเด็กบางคนพ่อแม่ต้องใช้เงินในการเดินทางเพื่อเรียนและสอบมากกว่า 5 แสนบาท ซึ่งในเรื่องนี้เขามองว่าต้องแก้ไขระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เรียกว่า "แอดมิชชั่นส์" ใหม่เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

                 ส่วนจะแก้ไขไปในทิศทางเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาร่วมกันของนักวิชาการด้านการศึกษา แต่การเปลี่ยนระบบการสอบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยเวลาทั้งครู ผู้ปกครองให้ปรับตัว เพื่อเข้าสู่กติกาแบบใหม่ และเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนวิธีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่จะมีแรงต้านจากประชาชนทั้ง ผู้ปกครอง โรงเรียนกวดวิชา  หรือกระทั่งครูในระบบ  เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องสร้างดีมานด์จากสังคมที่จะเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนระบบใหม่

                 "ขณะนี้ช่องว่างของความเท่าเทียมมีมากทั้งในเรื่องของโรงเรียนที่มีคุณภาพไม่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัย ด้วยเช่นกัน พ่อแม่ที่มีตังค์ส่งลูกหรือเตรียมให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพหรือส่งไปเรียนต่างประเทศ แต่พ่อแม่ที่ไม่มีรายได้ก็ให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน"

                การปฏิรูปให้มหาวิทยาลัยปรับตัวเพื่อสร้างคุณภาพจึงเป็นอีกประเด็นที่จะต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งเขาคิดว่าจะใช้ระบบการจัดลำดับมหาวิทยาลัยเพื่อบีบให้มหาวิทยาลัยมีคุณภาพ โดยให้มหาวิทยาลัยยึดโยงกับความรับผิดชอบกับสังคม และถือเป็นการสร้างทัศคติของผู้ปกครองที่จะต้องเข้ามามีส่วนเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยปรับตัวเพื่อสร้างคุณภาพไม่ใช่การลงทุนเพื่อสร้างทางเลือกให้บุตรหลานเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ โดยไม่ส่งเสียงตรวจสอบมหาวิทยาลัยในการสร้างคุณภาพ

                 "มหาวิทยาลัยบ้านเราเป็นอิสระจากทั้งนักการเมืองหรือรัฐบาล ซึ่งในมุมนี้มีทั้งดีและไม่ดี แต่ปัญหาสำคัญคืออิสระจากสังคมและผู้ปกครองเองก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยปรับตัวได้"

                 จาตุรนต์ มองว่าการปฏิรูปการศึกษาจำเป็นต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการดำเนินการ เพราะในทางการเมืองไม่สามารถทำได้เนื่องจากวาระในตำแหน่งที่ผลัดเปลี่ยนเวียนไปและส่วนใหญ่จะเข้ามาดำเนินการในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจ ซึ่งในเรื่องนี้เขาเห็นภาคสังคมต้องมีฉันทามติในการเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาทั้งการเรียนการสอน หลักสูตร และคุณภาพที่เท่าเทียม

               โดยสรุปแล้ว สิ่งที่จาตุรนต์ จะเดินหน้าคือ การปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้เชื่อมโยงกัน โดยจะมีการจัดประชุมใหญ่ในวันที่ 22 กันยายน จากนั้นจะนำมายกร่างแผนการดำเนินการหรือพิมพ์เขียว ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ โดยจะเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2557

                 แต่สิ่งที่เขาเห็นว่าต้องเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อยกร่างแผนการดำเนินงานร่วมกัน นอกจากนี้ยังขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการเลื่อนอันดับ PISA รวมถึงเร่งตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อทำให้การปฏิรูปหลักสูตรมีความต่อเนื่องและได้มาตรฐาน

               เป้าหมายที่ "จาตุรนต์ ฉายแสง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อยากเห็นและต้องการทำ 2 เรื่องให้ประสบความสำเร็จ คือ การทำให้ผู้เรียนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21  โดยต้องเห็นผลลัพธ์ในปี 2558  คือ ทำให้อันดับในการประเมิน PISA ดีขึ้น, ขยับสัดส่วนเรียนต่อสายสามัญและสายอาชีพเป็น 50:50, ทำให้มหาวิทยาลัยไทยติดอันดับโลกมากขึ้น และการกระจายโอกาสทางการศึกษา สร้างความเสมอภาพทางการศึกษา เพื่อนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยในอนาคต

               
........................................

('เลิกแอดมิชชั่นส์-รื้อหลักสูตร'โจทย์ท้าทายปฏิรูปรอบ3 : โดย...สิรินาถ  สิริสุนทร )