
มธ.เตือน!'อั้ม เนโกะ'ปมโปสเตอร์
คณบดีคณะศิลปะศาสตร์ เผยเรียก'อั้ม เนโกะ'ชี้เรียกร้องสิทธิกระทำได้ แต่ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น ด้าน'อั้ม เนโกะ'แจงชุดนศ.ไม่ได้ปลูกฝังระเบียบวินัย
11 ก.ย.56 จากกรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กลุ่มหนึ่งจัดทำโปสเตอร์เป็นภาพชายหญิงในชุดนักศึกษาแสดงท่าทางมีเพศสัมพันธ์ เพื่อแสดงการคัดค้านที่อาจารย์ผู้สอนรายวิชา TU 130 หรือวิชาสหวิทยาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษาเข้าเรียน โดยศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมธ. ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบการกระทำของนักศึกษาคนดังกล่าว
ล่าสุดนายดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ได้เรียกนักศึกษาเข้าพบ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายดำรง กล่าวว่า พร้อมด้วยรองคณบดีฝ่ายการนักศึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาคนดังกล่าว ได้เรียกนักศึกษามาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แบบคนในครอบครัวเดียวกัน อยากรับรู้ว่าเขาคิดอะไร ทำไมถึงทำอย่างนั้น โดยในฐานะอาจารย์ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษาคนดังกล่าว ในประเด็นของการเรียกร้องสิทธิ์ ซึ่งอาจารย์ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่นักศึกษาเรียกร้อง แต่ทางคณะก็ได้ตักเตือนว่าการเรียกร้องสิทธิ์ สามารถกระทำได้ แต่ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย ขณะเดียวกันก็จะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น โดยต่อไปถ้าจะดำเนินการอะไรขอให้นักศึกษาคิดให้รอบด้านว่าทำเพราะอะไร และจะเกิดผลกระทบใดในวงกว้างบ้าง โดยจากที่ได้พูดคุยเชื่อว่านักศึกษามีความเข้าใจมากขึ้น
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวว่า เร็ว ๆ นี้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะมอบหมายให้ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ร่วมกับองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) สภานักศึกษา ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ทั้งนี้โดยหลักการมหาวิทยาลัยไม่ได้มีธงว่าต้องลงโทษนักศึกษา แต่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงโดยรับฟังทั้งในส่วนของอาจารย์ผู้สอน ที่ก่อนจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็มีความจริงจากอาจารย์ผู้สอนในหลาย ๆ อย่างที่ทางมหาวิทยาลัยคงต้องรับฟัง ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็ต้องรับฟังนักศึกษาด้วย เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผล และมาดูว่าจะมีข้อเสนอใดบ้างเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา
ทั้งนี้ สำหรับนักศึกษาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขตหรือไม่นั้น ยืนยันว่ามธ.มีสิทธิเสรีภาพ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นได้ แต่วิธีการของนักศึกษาคนดังกล่าว อาจทำให้หลายคนเกิดความไม่สบายใจ เพราะเห็นได้ชัดว่าโปสเตอร์ที่นักศึกษาทำขึ้น ส่อให้เห็นถึงการร่วมเพศ และภาพประเภทนี้ไม่ใช่แต่ในมธ. แต่ต่อให้เป็นประเทศใดในโลกก็ถือว่าไม่เหมาะสม และไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ เสรีภาพเป็นเรื่องดีการแสดงออกตามแนวทางตามระบอบประชาธิปไตยก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าใช้เสรีภาพเกินขอบเขต ทำให้คนที่อยู่ร่วมในสังคมเกิดความไม่สบายใจก็ไม่ใช่เรื่องดี
อั้ม เนโกะ กล่าวว่า การกระทำทุกอย่างที่ออกมาแสดงนั้น เป็นการออกมาเรียกร้องสิทธิ์อันชอบธรรม และเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่เห็นต่าง ในเรื่องการแต่งชุดนักศึกษามาเข้าเรียน เข้าสอบ แต่อาจไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าแสดงตัว ส่วนสาเหตุที่เลือกใช้โปสเตอร์ที่มีภาพประกอบเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ในชุดนักศึกษามาเรียกร้องนั้น เพราะต้องการให้ทุกคนหันมาสนใจกับสิ่งที่ตนเองนำเสนอ และคิดว่าเรื่องเซ็กซ์เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่ในสังคมไทยกลับปิดกั้นเรื่องเหล่านี้ ทั้งที่ตอนนี้ปัญหาสังคมเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์เยอะมาก แต่กลับไม่มีการส่งเสริมให้เด็กเสพเซ็กซ์อย่างถูกวิธี ซึ่งหากมีการส่งเสริมก็จะช่วยลดปัญหาต่างๆ ได้ อีกทั้งการที่นักศึกษาจะใส่ชุดนักศึกษาหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้ทำให้นักศึกษามีผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น เด็กจะดีไม่ดีไม่ใช่อยู่ที่การแต่งตัว
“มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ที่ใครๆ ก็สามารถเดินเข้ามาได้ ไม่ใช่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และการเป็นนักศึกษาก็ไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สูงส่งกว่าใคร ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องแต่งกายชุดนักศึกษา หรือมียูนิฟอร์ม เหมือนกับอาชีพอื่นๆ อย่างในต่างประเทศเด็กไม่ต้องใช่ชุดนักศึกษาก็ยังเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล และคะแนนการสอบของพวกเขาก็ติดอันดับโลก ส่วนที่บอกว่าการใส่ชุดนักศึกษา เพราะต้องการปลูกฝังระเบียบวินัยนั้น มองว่าถ้าหากการใส่ชุดนักศึกษาทำให้คนมีระเบียบวินัยจริง ตอนนี้สังคมไทยคงไม่เป็นเช่นนี้ ประเทศคงเต็มไปด้วยคนมีระเบียบวินัย การที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเห็นด้วย หรือต้องการดัง เพียงแต่ต้องการนำเสนอมุมมองความคิดเห็นของตนเอง”อั้ม เนโกะกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่เคยแต่งชุดชุดบิกินี่ เข้ามาในโรงอาหารมหาวิทยาลัย เนื่องจากช่วงนั้น มีการเผยแพร่ข้อความของชัย ราชวัตร ที่ว่ากระหรี่แค่เร่ขายตัว แต่หญิงคนชั่วเที่ยวเร่ขายชาติ ซึ่งตนมองว่าเป็นการเหยียดเพศหญิง ดูถูกอาชีพโสเภณี ซึ่งโสเภณีก็ถือเป็นอาชีพที่ไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้ใคร และบางคนก็ดูแลครอบครัว ดังนั้นจึงตัดสินใจเรียกร้องสิทธิ์โดยการแต่งชุดบิกินี่ เพื่อโชว์เรือนร่างแต่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
ส่วนกรณีรูปถ่ายกับท่านปรีดี พนมยงค์ นั้นเพราะมองว่าบางคนกราบไหว้รูปปั้นท่านปรีดี โดยที่ไม่รู้ประวัติ และไม่รู้จักคำสอนที่แท้จริงของท่าน แต่กราบ ไหว้เพราะทำต่อๆ กันมา ดังนั้นจึงไม่ต่างกับการกราบไหว้รูปปั้นเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าท่านปรีดี ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งและเราก็เป็นมนุษย์สามารถถ่ายรูป โพสต์ท่าทางคู่กับท่านได้ เหมือนคนๆ หนึ่ง และการถ่ายรูปกับท่านนั้น ต้องการบอกทุกคนว่าการที่จะกราบไหว้อะไร ไม่ควรจะกราบไหว้ตามๆกันไปเท่านั้น แต่ควรจะรู้ประวัติและเข้าใจถึงคำสอนของท่านด้วย



