
ผ่าแผนบริหารจัดการน้ำ9โมดูล
ทำมาหากิน : ผ่าแผนบริหารจัดการน้ำ 9 โมดูล ทางเลือกวิธีแก้ปัญหาน้ำยั่งยืน! : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ผลสืบเนื่องจากการเกิดขึ้นของมหาอุทกภัยในปลายปี 2554 ทำให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในภายภาคหน้า ด้วยการออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ก่อนเริ่มดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 39 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำตามคำสั่งศาลปกครอง
การจัดงาน “น้ำเพื่อชีวิต” (Water for Life) ระหว่างวันที่ 4-12 กันยายนนี้ ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ กรุงเทพฯ ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. เพื่อเป็นการคิกออฟการประชาสัมพันธ์แผนการบริหารจัดการน้ำ และแผนปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหาอุทกภัยต่างๆ โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำทั้ง 9 โมดูลภายใต้วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท
ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวถึงการจัดงาน “น้ำเพื่อชีวิต” เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ก่อนเริ่มดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในโครงการดังกล่าวทั่วประเทศ โดยมีพื้นที่ก่อสร้าง จำนวน 36 จังหวัด ในเดือนกันยายน-ธันวาคม 2556 ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์รายละเอียดพื้นที่โครงการดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง และร่วมแสดงความคิดเห็นข้อเสนอต่อโครงการดังกล่าวจากประชาชนผู้ที่เข้าร่วมงาน
"นิทรรศการ “น้ำเพื่อชีวิต” จะนำเสนอข้อมูลโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลักในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลได้มีการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานไว้ในโอกาสต่างๆ มาเป็นแนวปฏิบัติ รวมถึงได้นำแนวทางการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนที่มารวมกันและประสบการณ์จากมหาอุทกภัยปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียน เพื่อนำแนวทางต่างๆ นั้นมาบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน"
ปลอดประสพ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนเดินสายจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 9 โมดูลนั้น ประกอบด้วย 36 จังหวัด ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้แก่ ได้แก่กลุ่มพื้นที่ต้นน้ำ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ โดยจะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 16 แห่ง กลุ่มพื้นที่กลางน้ำ (ตอนบน/ล่าง) 16 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง ลพบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรีและกาญจนบุรี กลุ่มนี้จะมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง
สำหรับกลุ่มพื้นที่ปลายน้ำ 10 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และจันทบุรี จะมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง และนอกจากนี้ยังมีในส่วนของกลุ่มพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด คือชัยภูมิและสกลนคร ที่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง และพื้นที่ปิดล้อม 1 จังหวัด 1 แห่ง และกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ มีเพียงจังหวัดเดียวคือ จ.สงขลา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงแต่ผลลัพธ์ด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในการบริหารจัดการน้ำด้วย นอกจากนี้ การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ยังจะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถมองเห็นเป้าหมายของการบริหารจัดการน้ำร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปธรรมในอนาคต
สนใจเจาะลึกโครงการบริหารจัดการน้ำทั้ง 9 โมดูล ลองแวะไปชมได้จัดงาน “น้ำเพื่อชีวิต” (Water for Life) ตั้งแต่วันนี้-12 กันยายนนี้ ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ กรุงเทพฯ
----------------------
(ทำมาหากิน : ผ่าแผนบริหารจัดการน้ำ 9 โมดูล ทางเลือกวิธีแก้ปัญหาน้ำยั่งยืน! : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



