ไลฟ์สไตล์

กศน.เลยเพาะนิสัยชอบอ่าน-ใฝ่รู้

กศน.เลยเพาะนิสัยชอบอ่าน-ใฝ่รู้

11 ก.ย. 2556

กศน.เลยเพาะนิสัยชอบอ่าน-ใฝ่รู้ ผ่าน'หมู่บ้านเรียนรู้ตลอดชีวิต' : โดย...ธรรมรัช กิจฉลอง

                      การส่งเสริมให้คนไทยกว่า 65 ล้านคน ได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพนับเป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งมั่นมาโดยตลอด ซึ่งสำนักงาน กศน.จังหวัดเลยได้ดำเนินการโดยจัดตั้ง ”หมู่บ้านเรียนรู้ตลอดชีวิต” ขึ้นใน 90  ตำบล โดยจัดตั้งตำบลละ 1 หมู่บ้าน รวมทั้งหมด 90 หมู่บ้าน เพื่อให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ร่วมกันและหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนมีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียนรู้และรู้จักคิดวิเคราะห์ เพื่อให้ชาวบ้านพึ่งตนเองได้และชุมชนมีความเข้มแข็ง
 
                      นายบุญโชค พลดาหาญ ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเลย บอกถึงแนวทางการดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้านเรียนรู้ตลอดชีวิตว่า สำนักงานเน้นสร้างเครือข่ายและบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ และผู้นำท้องถิ่น ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีการส่งเสริมให้ชาวบ้านอ่านออกเขียนและเรียนระดับประถม-ม.ปลาย การเรียนอาชีพต่างๆ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านโดยปรับปรุงห้องสมุดของสำนักงานให้มีหนังสือหลากหลายประเภท ทันสมัยและน่าใช้บริการ รวมทั้งจัดโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะและที่อ่านหนังสือชุมชนขึ้นในแต่ละหมู่บ้าน และติดป้ายข้อความส่งเสริมการอ่านในสถานที่สาธารณะ ต้นไม้ ห้องน้ำ รวมทั้งในบ้านของทุกครัวเรือนและส่งเสริมให้มีมุมอ่านหนังสือภายในบ้าน
 
                      นอกจากนี้ สำนักงานได้จัดพิมพ์หนังสือสามัญประจำบ้านขึ้นมา 6 เล่ม ได้แก่ เมื่อเราไป...สถานีตำรวจ ขนส่ง อำเภอ เมื่อเราไปติดต่อ...เรื่องที่ดิน เมื่อเรา..ต้องคดีความและฤกษ์งาม-ยามดี โชคชะตาราศี รวมทั้งหนังสือเกี่ยวกับประวัติจังหวัดเลยและชุมชนขึ้น เช่น เมืองเลยที่เรารัก และได้แจกจ่ายไปยังบ้านหนังสืออัจฉริยะและที่อ่านหนังสือชุมชนในแต่ละตำบลเพื่อกระจายหนังสือชุดนี้ให้ทั่วถึง  
 
                      “การส่งเสริมให้ชาวบ้านรักการอ่าน ใฝ่เรียนรู้นั้น ผมยึดหลักโดนใจ ใกล้ตัวและทั่วถึงซึ่งหนังสือสามัญประจำบ้านที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ชาวบ้านสนใจ เพราะความรู้เหล่านี้นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และจะหันมาสนใจอ่านหนังสือ และนักศึกษา กศน.ที่มีกว่า 1.7 หมื่นคน เป็นเครือข่ายชักชวนให้ผู้ปกครองหันมาอ่านหนังสือ รวมทั้งส่งเสริมให้ชาวบ้านเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอาชีพกันด้วย” ผอ.บุญโชคแจกแจง
 
                      นายประครอง แก้วสุวรรณ เจ้าของบ้านซึ่งรับหน้าที่ ”บ้านหนังสืออัจฉริยะ” หมู่ 1 บ้านห้วยกระทิง ต.กกทอง อ.เมือง จ.เลย บอกว่า ยินดีให้ทำบ้านเป็นบ้านหนังสืออัจฉริยะ เพราะทำให้คนในหมู่บ้านได้ประโยชน์มารวมตัวกันอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม และยังทำให้ไม่เหงา เพราะมีเพื่อนทั้งวัยเดียวกันและต่างวัยมานั่งอ่านหนังสือเป็นระยะ ส่วนใหญ่ชาวบ้านสนใจอ่านหนังสือที่ให้ความรู้ทั่วไป การเกษตร อาชีพต่างๆ และพุทธศาสนา เพราะนำไปใช้ในการทำมาหากินและในชีวิตประจำวันได้
 
                      หนึ่งในเครือข่ายสำคัญของ กศน.จังหวัดเลยก็คือ ผู้นำชุมชน ซึ่งนายอำนวย เกษทองมา กำนัน ต.ผาปิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย เล่าว่า ต.ผาปิ้งมี 6 หมู่บ้าน ประชากรรวมกว่า 4,000 คน ได้ดำเนินการหมู่บ้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตมานานกว่า 5 เดือนแล้ว เริ่มแรกได้ประชุมประชาคมหมู่บ้านขอความร่วมมือให้บ้านทุกหลังติดป้ายประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการอ่าน มีมุมหนังสือในบ้านโดย กศน.ได้แจกหนังสือให้ทุกบ้าน อีกทั้งให้บ้านของผู้ใหญ่บ้านจัดทำเป็นบ้านหนังสืออัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการอ่าน ซึ่งจะมีหนังสือพิมพ์ นิตยสารและหนังสือความรู้ทั่วไป เกษตร ให้ชาวบ้านมานั่งอ่าน และเด็กๆ สามารถไปอ่านหนังสือ ใช้อินเทอร์เน็ตหาความรู้ได้ที่สำนักงาน กศน.ตำบลผาปิ้ง นอกจากนี้ กศน.และหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานจัดหางานจังหวัดได้มาช่วยอบรมอาชีพให้ชาวบ้าน เช่น การถักกระเป๋าด้วยไหมญี่ปุ่น การตัดผม
 
                      “หลังดำเนินการหมู่บ้านเรียนรู้ตลอดชีวิตพบว่า ชาวบ้านและเด็กๆ อ่านหนังสือกันมากขึ้น และได้นำความรู้จากหนังสือที่ได้อ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น หนังสือความรู้เกี่ยวกับเมื่อไปอำเภอทำให้ติดต่อราชการได้คล่องขึ้น หรือความรู้ด้านเกษตรก็นำไปใช้ปรับปรุงดินและผลิตผลทางการเกษตรเช่น ข้าว ยางพารา อ้อย และชาวบ้านบางส่วนได้เรียนต่อ ม.ปลายกับ กศน.ด้วย” กำนันอำนวยบอกอย่างปลื้มใ
 
                      สอดรับกับ นายสินพงศ์ ด่านดง ประธาน กศน.ตำบลผาปิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย บอกว่า ดำเนินโครงการ "หมู่บ้านเรียนรู้ตลอดชีวิต” ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ผาปิ้ง มานานกว่า 1 ปี ปรากฏว่าผู้สูงอายุร้อยละ 90 อ่านออกเขียนได้ จากเดิมมีผู้สูงอายุจำนวนมากอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อีกทั้งชาวบ้านได้นำความรู้จากการอ่านหนังสือต่างๆ เช่น การเกษตร การประกอบอาชีพไปใช้ประโยชน์ในการปลูกข้าว มะนาว ยางพารา โดยหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพทำเกษตรแทนปุ๋ยเคมี ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการทำเกษตรและมีสุขภาพที่ดีขึ้น
 
                      ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การส่งเสริมให้คนไทยในทุกบ้านทุกตำบลรักการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลเกินกว่าเอื้อม หากทุกคนทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจโดยมี กศน.และหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง!!
 
.............................
 
(กศน.เลยเพาะนิสัยชอบอ่าน-ใฝ่รู้ ผ่าน'หมู่บ้านเรียนรู้ตลอดชีวิต' : โดย...ธรรมรัช กิจฉลอง)