
'ก๊าซชีวภาพ'ลดรายจ่ายครัวเรือน
ทำมาหากิน : 'ก๊าซชีวภาพ' ลดรายจ่ายครัวเรือน ทางเลือกแทนแก๊ส 'บ้านพุสวรรค์' : โดย...นภาพร แจ่มทับทิม
หลังรัฐบาลประกาศปรับราคาก๊าซหุงต้มขึ้นกิโลกรัมละ 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา พลังงานทดแทน จึงนับเป็นอีกทางเลือกที่ถูกนำมาใช้ภายในครัวเรือนกันมากยิ่งขึ้น "โครงการจัดทำบ่อหมักก๊าซชีวภาพ” ณ ศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นแนวทางการแปรรูปชีวภาพจากการหมักมูลคน มูลสัตว์ และเศษขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้จากครัวเรือนและชุมชน ได้ถูกนำมาปฏิบัติในหมู่ 1 บ้านพุสวรรค์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 โดยการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
จากการรวมกลุ่มไปศึกษาดูงานของชาวชุมชนบ้านพุสวรรค์ ในโครงการผลิตบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ทำให้ได้เรียนรู้ต้นแบบด้านพลังงานทดแทน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสอดคล้องกับองค์ความรู้ 6 มิติ อาทิ น้ำ ดิน การเกษตร ป่า สิ่งแวดล้อม และพลังงานทดแทน จนทำให้ชาวบ้านนำความรู้เรื่องการผลิตบ่อหมักก๊าซชีวภาพมาใช้เป็นพลังงานความร้อน เพื่อหุงต้มในครัวเรือนที่มีความปลอดภัย ไร้สารพิษ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก
สุรดิษ สดใส ประธานกลุ่มก๊าซชีวภาพ บ้านพุสวรรค์อธิบายขั้นตอนการทำบ่อก๊าซชีวภาพว่าไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายนัก โดยเริ่มจากการนำเอาผ้าพีวีซี ที่ซื้อเป็นม้วน มาติดกาวต่อกันเป็นสามผืน ต่อเป็นบอลลูน แล้วมัดหัวมัดต่อท้ายกับท่อพีวีซี 4 นิ้ว ซึ่งมีลักษณะเหมือนทอฟฟี่ลูกใหญ่ ด้านหนึ่งเป็นที่ใส่มูลสัตว์ เศษอาหาร อีกด้านเป็นทางออก เมื่อไปหมักก็จะทำให้เกิดก๊าซ ด้านหนึ่งจะนำมาใช้เป็นก๊าซชีวมวล สามารถนำไปเป็นก๊าซหุงต้มในครัวเรือน อีกทางหนึ่งคือ เมื่อผ่านกระบวนการย่อยสลายก็จะออกมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับผลผลิตในชุมชน อาทิ กล้วย มะนาว ฯลฯ
สำหรับวิธีการหมักมูลสัตว์ เศษขยะอินทรีย์ที่ได้จากครัวเรือนและชุมชนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมนั้นจะใช้ถังหรือบ่อที่ไร้อากาศจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนอินทรีย์วัตถุเหล่านั้น ให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพที่มีคุณสมบัติติดไฟ แต่มีแรงดันต่ำกว่าก๊าซแอลพีจีที่ใช้ตามครัวเรือน ขณะเดียวกัน กระบวนการหมักยังทำให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถใช้กับพืชผักปลอดสารเคมี ก่อให้เกิดการเกื้อกูลในระบบการผลิตของชุมชน และช่วยแก้ปัญหาขยะและสภาพแวดล้อมอีกด้วย
ขณะที่ อาคม เกาะงาม หัวหน้ากองโครงการชุมชน 2 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กล่าวเสริมว่า เมื่อชาวบ้านเริ่มตระหนักถึงผลกระทบของราคาก๊าซหุงต้มที่เริ่มทะยานสูงขึ้น โครงการนี้จึงได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งอำเภอ กลุ่มผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่ายชาวบ้าน ที่เริ่มต้นลุกขึ้นมาลงมือทำด้านพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พวกเขาช่วยเหลือ พึ่งพาตนเองได้ ในอนาคตก็จะมีการพัฒนาต่อยอดเรื่องพลังงานทดแทนอื่นๆ ต่อไป
"ก๊าซชีวภาพที่ชาวบ้านสามารถผลิตได้เอง มีวัตถุดิบที่นำมาจาก เศษอาหาร มูลสัตว์ จากการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมและปศุสัตว์ในทุกหลังคาเรือนอยู่แล้ว ซึ่งพลังงานที่ผลิตเองได้ในทุกครัวเรือนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมภายในชุมชน และเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในท้องถิ่น"
ปัจจุบัน มีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11 ครอบครัว โดยมีต้นทุนประมาณ 2,000-2,500 บาท ซึ่งหากมีการดูแลรักษาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ตากแดดมากจนเกินไป จะมีอายุการใช้งานนานถึง 8-10 ปี ซึ่งชาวชุมชนพุสวรรค์ กำลังจะมีการขยายโครงการ ทั้งในระดับตำบลและอำเภอต่อไป นับเป็นอีกก้าวของชุมชนบ้านพุสวรรค์ ที่หันมาใช้พลังงานทางเลือกเพื่อทดแทนก๊าซหุงต้มที่ปรับราคาสูงขึ้น ด้วยการผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือน ซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นต่อไป
-----------------------
(ทำมาหากิน : 'ก๊าซชีวภาพ' ลดรายจ่ายครัวเรือน ทางเลือกแทนแก๊ส 'บ้านพุสวรรค์' : โดย...นภาพร แจ่มทับทิม)



