
'สสส.'แจงงบฯส้มหล่น200ล.
'สสส.' หนุนรัฐเก็บภาษี 'เหล้าขาว' เพิ่ม เหตุมีการปรับขึ้นน้อยมาก หวั่นประชาชนหันมาดื่มเหล้าขาวแทน พร้อมแจงงบฯส้มหล่น 200 ล้านบาท
6 ก.ย.56 ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลได้ทำการปรับการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า ในภาพรวมถือว่าดีด้วยเหตุผล 5 ประการ คือ 1.ทำให้ราคาเหล้าเบียร์สูงขึ้น 7-15% คิดเป็นมูลค่าหมื่นล้านบาท ส่งผลให้การดื่มลดลง โดยเฉพาะเยาวชน 2.สะท้อนภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีดีกรีสูงและในอนาคตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลุ่มนี้จะมีราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจทำให้ผู้ผลิตหันมาผลิตเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ดีกรีต่ำแทนเพื่อภาษีที่ลดลง 3.การแก้วิธีการจัดเก็บภาษี จากเดิมคำนวณจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นราคาขายส่งช่วงสุดท้าย จะเป็นการป้องกันการแจ้งต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเลี่ยงภาษี ที่ทำให้ราคาต้นทุนบิดเบี้ยว 4.การปรับลดประเภทการเก็บภาษี จากเดิมที่แบ่งย่อย ในระยะยาวจะทำให้รัฐบาลมีนโยบายดำเนินการที่เป็นระบบมากขึ้น และ 5.การปรับขึ้นเพดานภาษี ไม่เพียงแต่จะทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถจัดทำนโยบายปรับภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมเช่นเดียวกับต่างประเทศ
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า ส่วนที่อยากเสนอแนะเพิ่มเติมที่รัฐบาลควรดำเนินการต่อไป คือควรมีการปรับเพิ่มภาษีในส่วนสุราขาวหรือเหล้าขาวด้วย ซึ่งเท่าที่ดูมีการปรับเพิ่มที่น้อยมาก ทำให้ราคาขายขยับจากขวดละ 90 บาท เป็น 90.92 บาท ส่งผลให้เกิดช่องว่าระหว่างเหล้าขาวและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่น และราคาถูกนี้อาจทำให้ประชาชนเปลี่ยนหันมาดื่มเหล้าขาวกันมากขึ้น ดังนั้นจึงควรมีการปรับเพิ่มขึ้นเหมือนกันทั้งหมด ทั้งนี้เหล้าขาวเป็นเหล้าที่มีดีกรีสูงอาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้
ส่วนภายหลังการปรับการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่นี้ ทพ.กฤษดา กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขยังไม่ชัดเจน แต่หากเป็นไปตามที่กรมสรรพสามิตระบุว่าจะสามารถเก็บภาษีเพิ่มได้หมื่นล้านบาท จะทำให้ สสส.ได้รับงบเพิ่มเติม 200 ล้านบาท ถือว่าไม่มาก โดยงบที่ได้เพิ่มนั้น ทางคณะกรรมการกองทุนฯ จะมีการพิจารณาเพื่อนำไปให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะมีการประชุมในช่วยปลายเดือนกันยายนนี้ เบื้องต้นคงนำไปใช้ในงานสร้างเสริมสุขภาพผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ กลุ่มผู้หญิงและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงจากกรณีการดื่มสุรา รวมถึงการนำไปใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพให้กับกลุ่มเยาวชนเพิ่มเติม
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเมื่อดูงบประมาณ สสส. เฉพาะที่ได้รับจากภาษีจัดเก็บจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2546 อยู่ที่ 1,253 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบปีงบประมาณ 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 2,547 ล้านบาท แต่เมื่อคำนวณอัตราเงินเฟ้อแล้ว จะอยู่ที่ 1,681 ล้านบาทเท่านั้น ถือว่าเพิ่มไม่มาก และเมื่อคำนวณภาพรวมงบประมาณทั้งหมด ทั้งเหล้าและบุหรี่ ในปี 2546 อยู่ที่ 1,918 ล้านบาท โดยในปี 2557 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,859 ล้านบาท แต่เมื่อคำนวณหลังหักอัตราเงินเฟ้อ จะอยู่ที่ 2,588 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจะต้องดูจากมูลค่าที่แท้จริง
“คนชอบบอก สสส.งบเยอะ แต่เมื่อดูมูลค่าจริงๆ แล้วจะเห็นว่างบที่ สสส.ได้รับเพิ่มนั้นไม่มาก เพราะต้องคำนวณตามอัตราเงินเฟ้อ เท่ากับว่าในช่วง 10 ปี สสส.ได้งบเพิ่มเพียง 500 ล้านบาท ซึ่งแม้แต่งบประมาณที่เพิ่มขึ้นของกระทรวงต่างๆ ก็ต้องมีการคำนวณอัตราเงินเฟ้อเช่นกัน” ผู้จัดการ สสส. กล่าว และว่า และเมื่อดูงบประมาณที่ สสส.ได้ส่งเสริมโครงการสร้างสุขภาพ ระหว่างปี 2551-2553 เฉลี่ย สสส.ใช้งบเพียงปีละ 2,000 ล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายโดยรวมประเทศ งบก้อนนี้จะอยู่ที่ร้อยละ 0.8 เท่านั้น เมื่อเปรียบกับงบประมาณภาครัฐทั้งหมดจะอยู่เพียงแค่ร้อยละ 1% แต่หากเปรียบกับกระทรวงสาธารณสุข งบที่ สสส.ใช้จะอยู่แค่ร้อยละ 4.5 เท่านั้น และหากเปรียบกับสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะอยู่ร้อยบะ 3.7% จะเห็นว่างบ สสส.ที่ได้รับนั้นน้อยมาก นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบงบสร้างเสริมสุขภาพในภาพรวมของประเทศ งบ สสส.อยู่ที่ร้อยละ 7.3 เท่านั้น ขณะที่ สปสช.อยู่ที่ร้อยละ 22 งบท้องถิ่นอยู่ที่ร้อยละ 23 ขณะที่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ที่ร้อยละ 32.9
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า เมื่อดูผลการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า จากปี 2542 ก่อนมี สสส. อัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ที่ร้อยละ 5.88 ลิตรต่อคนต่อปี ต่อมาปี 2548 พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 6.46 ลิตรต่อคนต่อปี แต่หลังจากนั้นอัตราการดื่มลดลงต่อเนื่อง ปี 2552 อยู่ที่ 6.08 ลิตรต่อคนต่อปี นอกจากนี้จากผลสำรวจอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มผู้ที่ดื่มหนักพบว่า มีอัตราการดื่มลดลงเช่นกันจากปี 2547 และปี 2552 จาก 9.1 ลงมาอยู่ที่ 7.3 ชี้ให้เห็นว่าภาพรวมคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ผลการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลได้ผล ซึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์ การใช้มาตรการทางการหมาย เป็นต้น
นายสุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า เพดานการปรับภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นการปรับเผื่ออนาคต โดยการจัดเก็บภาษีตามกฎกระทรวงสาธารณสุขในปีนี้ยังต่ำกว่าเพดานอยู่มาก ดังนั้นภาษีที่ขยับสูงขึ้นจะเพียงแค่ร้อยละ 7 เท่านั้น ยังไม่เพิ่มสูงเป็นเท่าตัว แต่จะค่อยเป็นค่อยไปขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละรัฐบาลในการปรับเพิ่ม ประกอบกับเป็นไปตามอัตราเงินเฟ้อ สำหรับในส่วนภาษีเหล้าขาวนั้น ที่ผ่านมาแทบไม่มีการขยับขึ้นเลย และครั้งนี้ก็มีการขยับน้อยมาก อาจเป็นเพราะห่วงผู้มีรายได้น้อย โดยเหล้าขาวมีสัดส่วนการดื่มที่ครอบแชมป์เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น



