ไลฟ์สไตล์

ทำเครื่องประดับ'โมกุเม่กาเน'คณะวิทย์'มศว'

ทำเครื่องประดับ'โมกุเม่กาเน'คณะวิทย์'มศว'

05 ก.ย. 2556

หนึ่งเดียวในเมืองไทย ทำเครื่องประดับ 'โมกุเม่กาเน' ที่วิทยาศาสตร์'มศว' ในชื่อบริษัทจำลอง สยามธาราวัลก์ จากรุ่นสู่รุ่น

              5ก.ย.2556นางสาวธัญธร ลลิดาพันธ์ชัย “ตอย” อายุ 22 นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป สาขาวัสดุศาสตร์ (อัญมณีและเครื่องประดับ)  บอกเล่าถึงความประทับใจที่ได้เรียนในสาขาวัสดุศาสตร์(อัญมณีและเครื่องประดับ) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) หรือ เรียกสั้นๆว่า “เอกจิวเวลลี่”  ถึงจะขึ้นชื่อว่าคณะวิทยาศาสตร์ แต่ก็ได้เรียนภาคปฏิบัติในการทำเครื่องประเครื่องดับ อยู่กับของสวยๆ งามๆ  อย่าง แหวน  ตุ้มหู  จี้  สร้อย  กำไร  อยากแบ่งปันบอกเล่าถึงสาขานี้ให้น้องๆ ที่เรียนวิทย่าศาสตร์ และชอบเครื่องประดับได้มีทางเลือกมากขึ้น   โดยหลักสูตรสาขานี้ต้องเรียน 4 ปี  ซึ่งในช่วงปี  1 เป็นการสร้างพื้นฐานทั่วไปทั้งฟิสิกส์  เคมี  ชีววิทยา  และแคลคูลัส  พร้อมทั้งเรียนพื้นฐานทางด้านธรณีวิทยา อัญมณี และการออกแบบเครื่องประดับด้วย             

              ช่วงปีที่ 2 จะเข้าสู่ภาคปฏิบัติ  คือ วิชา  Making  เป็นวิชาที่สอนการทำเครื่องประดับอย่างง่าย  เช่น  การขัดแต่งชิ้นงาน  การฉลุลาย  การดึงลวด และการเชื่อม  ส่วนทางด้านทฤษฏีจะเรียนเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์ และแร่วิทยา ช่วงปีที่ 3  จะเริ่มเรียนเจาะลึกทางด้านอัญมณี  การวิเคราะห์เพชรและพลอย  การเจียระไนพลอย  รวมถึงวิชาหล่อโลหะและธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ  ส่วนในช่วงปีสุดท้าย จะเรียนวิชาหลักๆ คือ  วิชาการชุบเคลือบผิวโลหะ และ  Senior  Project  รวมถึงการจำลองบริษัทสยามธาราวัลก์ขึ้นมา เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนออกไปทำงานจริง ซึ่งการทำบริษัทจำลองขึ้นมานั้นจะทำให้นิสิตมีแนวทางและมองเห็นการออกแบบจัดตั้งและเป็นผู้ประกอบการเอง

              บริษัทจำลอง สยามธาราวัลก์ ได้มีการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 6 ปี  โดยบริษัทจำลองสยามธาราวัลก์ นี้เป็นการรวบรวมความรู้และความสามารถทั้งหมดที่ได้เรียน มาทำเครื่องประดับ ทั้งการออกแบบ วางแผนการผลิต การผลิต และวางแผนออกสู่ตลาด  ซึ่งได้มีการวิจัยและพัฒนา “โมกุเม่กาเน”  มาเป็นจุดเด่นของเครื่องประดับ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน     

              โมกุเม่กาเน (Mokume Gane) เป็นคำที่มาจากภาษาญี่ปุ่น โดย โมกุเม่(Mokume) หมายถึง ลายของเนื้อไม้ กาเน่(Gane) หมายถึง โลหะ เมื่อนำมารวมกันจะถอดความได้ว่า โลหะที่เป็นลายของไม้ ซึ่งเป็นรูปแบบลายของโลหะที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งของเทคนิคการทำโลหะที่ถูกพัฒนาจากประเทศญี่ปุ่นประมาณ 300 – 400 ปีมาแล้ว แรกเริ่มจากการผลิตดาบซามูไรที่ต้องขึ้นรูปด้วยการตี การตีขึ้นรูปนั้นต้องทำซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้งจนดาบนั้นมีความบางและคมราวกับใบมีดโกน เมื่อระยะเวลาผ่านไปจึงได้กลายมาเป็นการทำโมกุเม่กาเน

              การทำโมกุเม่กาเนเริ่มจากการทำชั้นโลหะตั้งแต่ 2 ชั้นหรือมากกว่ามาซ้อนกันเป็นชั้นๆหลังจากที่มีการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ความดัน และให้ความร้อนที่เหมาะสมจนแผ่นของโลหะเกิดการเชื่อมติดกันโดยที่โลหะยังคงเป็นของแข็งอยู่  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการทำโมกุเม่กาเน  เมื่อได้โลหะที่ติดกันแล้วจึงนำไปทำให้เชื่อมติดกันด้วยลายต่างๆด้วยวิธีการขึ้นรูป เช่น การตี การม้วนบิด การแกะสลัก โดยสามารถทำให้เกิดลวดลายอย่างมีแนวเป็นระเบียบหรือเฉพาะเจาะจงได้ แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง คือ ชนิดของโลหะ อุณหภูมิและความดันที่ใช้ระหว่างขบวนการผลิต รวมไปถึงเทคนิคและขั้นตอนในการขึ้นรูปเพื่อให้เกิดลวดลาย

              เทคนิคที่ว่านี้ถูกคิดค้นโดยการใช้โลหะซ้อนกันเป็นซ้ำๆ โดยไม่มีส่วนผสมของเหล็ก ใส่อยู่ในบล็อกเหล็กกล้าและให้ความร้อนในเตาเผาที่อุณหภูมิประมาณ  700 - 900 องศาเซลเซียส  ควบคุมให้บรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งความร้อน ความดัน ทั้งนี้ต้องอยู่ในสภาวะที่อะตอมสามารถเคลื่อนที่รวมกันได้โดยไม่หลอม  ผลของการรวมตัวกันอย่างเป็นระเหยของโลหะจากการเผาในเตา  การตีการม้วนทำให้โลหะบางลง จะทำให้พื้นผิวของชั้นเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งการขึ้นรูปในขั้นตอนสุดท้ายทำให้ได้โลหะที่สวยงามคล้ายลายไม้ขึ้นมา

              ตอยบอกอีกว่า “มศว เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกๆ ที่ สอนงานด้านการการออกแบบโมกุเม่กาเน่ ทำให้เราประทับใจที่ได้เรียนในสาขานี้และรู้สึกดีมากที่ได้ลงมือทำชิ้นงานออกแสดงจริง ในสถานที่ๆ มีผู้ประกอบการมืออาชีพมาร่วมงานมากมาย จึงอยากชวนให้ผู้สนใจเครื่องประดับร่วมชมงานในครั้งนี้ด้วย”

              ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นความภาคภูมิใจของนิสิตเอกจิวเวลลี่ที่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถให้ผู้ประกอบการได้เห็นในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair 52  ที่จะจัดขึ้น ณ อิมแพค  อารีน่า  เมืองทองธานี  ในวันที่  6 – 10  กันยายน 2556   Challenger 2  โซน v29,31-w30,32  ซึ่งปีนี้สยามธาราวัลก์ได้แสดงผลงานภายใต้แนวคิด  “Minimalist ความเรียบง่ายที่สื่อถึงอารมณ์”  สามารถติดตามผลงานและความคืบหน้าของนิสิตเอกจิวเวลลี่ได้ที่  www.fackbook.com/siamtharawan  หรือ [email protected]