ไลฟ์สไตล์

ภาพกระชับวงกอดไทย-ลาว

ภาพกระชับวงกอดไทย-ลาว

05 ก.ย. 2556

ศิลปวัฒนธรรม : ภาพกระชับวงกอด ไทย-ลาว

 

                     แม้วันนี้พี่น้องไทยและลาวจะได้รับความสะดวกสบายจากการสร้างสะพานเชื่อมสองดินแดน หรือที่รู้จักกันดีว่า "สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งแรก" ตั้งแต่ปี 2537 แต่ไม่ว่าวิถีสัญจรจะแปรเปลี่ยนไปเช่นไร สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะหล่อหลอมคนสองฝั่งให้แน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้นนั่นคือ "มิตรภาพ" คำสั้นๆ ที่กินใจเสมอ จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบ 20 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ปี 2557 ที่จะถึงนี้ โดยชิมลางก่อนกิจกรรมอื่นๆ ด้วยนิทรรศการภาพถ่าย "หนองคาย-เวียงจันทน์ ร้อยสัมพันธ์สองฝั่งโขง" อันเกิดจากความร่วมมือระหว่างสองเจ้าภาพจังหวัดหนองคาย และนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

                     วันเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก วิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ พ่อเมืองหนองคาย คล้องแขน สายทอง แก้วดวงดี รองเจ้าผู้ครองนครหลวงเวียงจันทน์ อีกทั้ง หลี บุนค้ำ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ร่วมตัดริบบิ้นชวนชมภาพสวยๆ กว่า 20 ภาพ ฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของช่างภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นจากสองประเทศ สะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหาร ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสถาปัตยกรรมทั้งไทยและลาว เป็นอีกมิติของความงดงามในความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน

                     ภายในห้องจัดแสดงเล็กๆ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) สัมผัสแรกกลับยิ่งใหญ่ อบอุ่น และจริงใจ อย่างน้อยๆ ภาษาก็ไม่เป็นอุสรรคทางการสื่อสารระหว่างคนสองประเทศแต่อย่างใด "หน่อย" เพ็ดสะหมัด พิลาวัน ช่างภาพสาวมือสมัครเล่นชาวนครหลวงเวียงจันทน์ เจ้าของผลงานถ่ายภาพวิถีชาวบ้าน "บายศรีสู่ขวัญ" เล่าว่า ตัวเองไปมาหาสู่ระหว่างสองประเทศบ่อยๆ ภาพนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านหลังจากพ่อป่วย ญาติๆ จึงจัดพิธีเรียกขวัญ หรือ "เอิ้นขวัญ" ในภาษาลาว หวังให้หายจากโรคภัยและสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งในพิธียังมีเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวมาช่วยงานเป็นจำนวนมาก

                     "อยากสื่อถึงประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวลาว ซึ่งไม่ต่างจากวิถีของชาวอีสานในประเทศไทยที่มีการผูกข้อมือเรียกขวัญ ขณะเดียวกันก็มีความต่างในบางเรื่อง อย่างประเทศไทยจะพัฒนาไปตามยุคสมัย ขณะที่ลาวยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น การนุ่งผ้าซิ่น การเข้าวัดทำบุญไว้เหนียวแน่น แต่ไม่ว่าจะเหมือนหรือแตกต่างทั้งสองประเทศต่างเป็นบ้านใกล้เรือนเคียง ที่เลือกภาพนี้มาจัดแสดงก็ด้วยรู้สึกว่าเป็นพิธีกรรรมมีความอบอุ่น" ช่างภาพสาวชาวนครหลวงเวียงจันทน์ซึ่งตอนนี้ฝากหัวใจให้หนุ่มไทยช่วยดูแล กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

                     ดูเหมือนว่าสิ่งที่ช่างภาพแต่ละคนต้องการสื่อสารผ่านแสง สี และเงา ร้อยเรียงเป็นถ้อยคำก็คงไม่จบสิ้น อดุล ตัณฑโกศัย ช่างภาพอาชีพจาก อสท.ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดผ่านภาพ "ชาวบ้านหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" โดยเจ้าตัวเล่าว่า มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวพร้อมทำงานที่หลวงพระบาง พบเห็นวิถีชาวลาวจริงๆ ทั้งการแต่งกาย และการดำเนินชีวิต รู้สึกประทับใจมาก

                     "เช้าๆ จะเห็นผู้คนนุ่งซิ่นแล้วหาบของไปขายที่ตลาดมากมาย กว่าจะได้รูปนี้ผมต้องถ่ายกว่า 30 ช็อตเพื่อให้ได้จังหวะและช่องไฟ เคยส่งไปร่วมประกวดในงานลาวอินเตอร์เนชั่นแนล โฟโต้ คอนเทสต์ หัวข้อ "เสน่ห์เมืองลาว" ด้วย จริงๆ คนไทยคนลาวไม่ต่างกันมากเพียงแต่คนลาวยังคงรักษาวิถีการแต่งกายดั้งเดิมไว้ค่อนข้างสูงกว่าไทย ทำให้เขามีเสน่ห์ ซึ่งหลวงพระบางนอกจากมีสถานที่เป็นมรดกโลกแล้ว วิถีชีวิตของเขาก็ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้วย" อดุล กล่าว

                     ด้านที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และประธานกลุ่ม สห+ภาพ "จี๊ด" จิระนันท์ พิตรปรีชา ซึ่งมาร่วมชื่นชมผลงานด้วย สะท้อนมุมมองส่วนตัวว่า คนไทยและคนลาวมีสิ่งพิเศษนั่นคือการสื่อสารที่ไม่ต้องใช้ล่าม ผิดจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่นั่นอาจเห็นภาพไม่ชัดเจนนัก สิ่งเห็นชัดเจนสุดคือวิถีชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีความเชื่อต่างๆ ที่แทบจะแยกจากกันไม่ออก อย่างความเชื่อเกี่ยวกับพญาแถน, พญานาค หรือการเล่นบั้งไฟ ทำให้รู้สึกว่ามีความใกล้ชิดเป็นเนื้อเดียวกัน

                     "ที่ชอบมากคือรอยยิ้มและมิตรภาพของคนลาว ยิ่งตามชนบทห่างไกลความเจริญด้วยแล้วสัมผัสได้ชัดเจนเลย ครั้งหนึ่งไปเที่ยวทุ่งไหหิน ระหว่างทางหิวมาก ขับรถหาร้านอาหารจนมือค่ำ จนที่สุดเจอบ้านอยู่หลังหนึ่งก็เลยตัดสินใจเดินขึ้นไปเคาะประตูแล้วถามว่ามีอะไรกินไหม เท่านั้นละเจ้าของบ้านรีบจุดตะเกียงแล้วหุงข้าวต้มปลาให้กิน โดยไม่ถามสักคำว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เป็นเหตุการณ์ที่ซึ้งใจมาก" กูรูด้านประวัติศาสตร์ มองผ่านประสบการณ์ตรง

                     ภายในนิทรรศการยังมีภาพถ่ายคนดัง โดยเฉพาะดาราหนุ่มลูกครึ่งลาว-ออสซี่ อนันดา เอเวอริ่งแฮม กับภาพผู้เฒ่าชาวลาวในวันสบายๆ ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมผลงานได้ถึงวันที่ 29 กันยายนนี้ ณ ห้องตึเก่าเล่าเรื่อง ภายในมิวเซียมสยาม ถนนสนามไชย