ไลฟ์สไตล์

'พงศ์เทพ'รับการศึกษาไทยตกต่ำจริง

'พงศ์เทพ'รับการศึกษาไทยตกต่ำจริง

04 ก.ย. 2556

'พงศ์เทพ' รับการศึกษาไทยตกต่ำจริง ฝากทุกฝ่ายเข้ามาช่วย ด้าน 'นักวิชาการนานาชาติ' ติงระบบทดสอบไทยทำเด็กเครียด แนะพัฒนาความสามารถเชิงหลักสูตร-คุณภาพครู

 

                         4 ก.ย.56 ที่ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผลการจัดอันดับโดย World Economic Forum (WEF) - The Global Information Technology Report 2013 ระบุ ระดับคุณภาพการศึกษาไทยอยู่ในลำดับที่ 8 ในภูมิภาคอาเซียน โดยรองจากประเทศเวียดนามและกัมพูชา ภายหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมนานาชาติ 2013 "NIETS International Symposium" จัดโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ว่า ที่ผ่านมาการศึกษาไทยได้ถูกประเมินในระดับนานาชาติหลายครั้ง และเห็นได้ว่าผลการประเมินในระดับนานาชาติ ไทยยังทำได้ไม่ดีจริง ดังนั้นต่อให้ผลที่ออกมาอาจไม่ตรงร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าประเทศไทยอยู่ลำดับนั้นจริงหรือ

                         "แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่าการศึกษาไทยมีปัญหาเยอะ และทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ 2 ส่วน คือ หลักสูตรและคุณภาพผู้สอน ถ้าหลักสูตรดี คุณภาพผู้สอนดี รู้ว่าจะสอนอะไร สอนอย่างไร อยากขอให้เน้นความสำคัญสองจุดนี้ เชื่อว่าสามารถไล่ตาม และแซงหน้าประเทศต่างๆ หลายประเทศได้" นายพงศ์เทพ กล่าว

                         รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สำหรับการประชุมระดับนานาชาติ ครั้งนี้ เป็นโอกาสดีในการเรียนรู้ แนวปฏิบัติและเทคนิคจากต่างประเทศ ในการพัฒนาระบบการทดสอบให้ให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมถึงเรียนรู้วิธีการทดสอบของต่างประเทศในการจัดทำเนื้อหาข้อสอบเพื่อชี้วัดการใช้ทักษะความจำและการวิเคราะห์ของผู้เรียน โดยตนเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตรและการปฏิรูประบบการศึกษาของไทยต่อไป

                         นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยต้องมีระบบปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะเนื้อหาสาระหลักสูตรต่างๆ รวมทั้งคุณธรรมจริยธรรม ดังนั้นการทดสอบ ที่จะชี้วัดว่าส่วนไหนที่เด็กจะต้องใช้ความจำหรือใช้การวิเคราะห์จะอยู่ที่ตัวของเนื้อหาข้อสอบ ซึ่งคงจะได้เรียนรู้เนื้อหาจากประเทศต่างๆ ที่เขาได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนที่เป็นที่ยอมรับดีกว่าเรา ว่าเขามีการวัดกันอย่างไร ส่วนนั้นจะเป็นตัวช่วยพัฒนาหลักสูตรของเราด้วย

 

'นักวิชาการนานาชาติ' ติงระบบทดสอบไทยทำเด็กเครียด

 

                        ดร.ฉาง กว่าง ซอย ผู้แทนยูเนสโก ประเทศไทย กล่าวปาฐถกาพิเศษ เรื่อง Assessment and Benchmarking or Learning outcome in the Asia-Pracific Region ตอนหนึ่งว่า จากงานวิจัยของยูเนสโก ที่ได้สำรวจการทดสอบของประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยมีการจัดทดสอบในทุกระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษา ซึ่งการทดสอบเหล่านี้ ส่งผลให้นักเรียนมีความเครียด และเรียนพิเศษนอกห้องเรียนมากขึ้น

                        ดังนั้นควรจะมีงานวิจัยที่ทำรวมกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนและประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งยูเนสโกได้ร่วมกับหลายหน่วยงานในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ สร้างความร่วมมือเครือข่ายระหว่างประเทศ และในประเทศ เพื่อสร้างอนาคตการศึกษา

                        อย่างไรก็ตาม ทางแก้ปัญหาด้านการศึกษาต้องมีการลงทุนด้านการศึกษา พัฒนาความสามารถเชิงหลักสูตร และคุณภาพของครูมากขึ้น ทั้งนี้ ขณะนี้ทางยูเนสโก ได้มีการทำวิจัยการทดสอบด้านศิลปะและพละศึกษา เพราะการประเมินทดสอบด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีการทดสอบเพื่อให้เห็นถึงความรู้ความสามารถด้านศิลปะ พละศึกษา อันนำไปสู่การช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

                        ด้าน ดร.มาร์ค แอล เดวิสัน อาจารย์ด้านจิตวิทยาการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา (Professor of Education Psychology from University Minnesota) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "Policy and Practices in Large Scale Testing and Assessment" ตอนหนึ่งว่า สหรัฐอเมริกามุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันนี้ สหรัฐอเมริกาใช้ระบบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ คือ แบบเปิดให้แต่ละรัฐจัดการทดสอบเอง มีข้อสอบที่ไม่เหมือนกัน แต่มีรัฐบาลเป็นผู้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่เด็กจะต้องทำได้ และรัฐบาลเป็นผู้จัดสอบ ใช้หลักสูตรและข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาให้เปลี่ยนมาเป็นแบบทดสอบเดียวแต่เหมือนกัน โดยมุ่งหน้าไปในทิศทางการใช้ข้อสอบจากรัฐบาล ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวกันทั้งประเทศ แต่จะต้องสามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ของทุกรัฐ และนักเรียนแต่ละคนสามารถเปรียบเทียบได้ว่า เขามีความสามารถในการเรียนรู้เมื่อเปรียบเทียบนักเรียนในแต่ละรัฐอย่างไรบ้าง

                        ทั้งนี้เห็นว่าการพัฒนาระบบการทดสอบประเมินผลจำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลการดำเนินการที่ผ่านมาในทุกระยะเพื่อจะสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในแต่ละรูปแบบได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการสร้างเครือข่ายการทำบททดสอบในเชิงมืออาชีพ ทั้งในระดับรัฐหรือชุมชน และระดับรัฐบาลเอง โดยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น พร้อมกับช่วยกันดูทิศทางการเปลี่ยนแปลงของการทำข้อสอบ หรือการออกข้อสอบในระดับชาติ