
สืบสานงานสธ.'พระบรมราชชนก'
โซไซตี้ : สืบสานงานสาธารณสุข 'พระบรมราชชนก'
มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ จาก 4 สถาบัน จัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับ การสาธารณสุขไทย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติ และทรงเป็นพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย ด้วยการจัดแสดงนิทรรศการในรูปแบบสื่อผสมมัลติมีเดีย ซึ่งนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันนี้ - 4 กันยายนนี้ บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งพระราชทานทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาแพทย์ และทันตแพทย์ ซึ่ง ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ เล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า “ถ้าคุณหมอเหล่านี้ทั้งเก่งและดี เราจะได้คนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และช่วยกันพัฒนาการสาธารณสุขไทยให้ดีขึ้นเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน มูลนิธิหวังไว้เช่นนั้น เพราะสิ่งที่อยู่ในพระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชชนก คือความรัก รักประเทศไทย รักประชาชน เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
ภายในงานนิทรรศการครั้งนี้จะจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจโดยเฉพาะการสาธารณสุข ดังข้อความตอนหนึ่งในลายพระหัตถ์ที่สมเด็จพระบรมราชชนกได้มีมายังสมเด็จฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร (ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2468) ว่า “...หม่อมฉันรู้สึกอยู่เสมอว่าการสาธารณสุขนั้นเป็นการสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งเป็นเครื่องบำรุงกำลังของชาติไทย และเป็นสาธารณประโยชน์แก่มนุษยชาติทั่วไปด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาสอันใดซึ่งหม่อมฉันพอที่จะช่วยออกกำลังกายและสติปัญญา หรือทรัพย์อันเป็นผลที่จะทำนุบำรุงให้การนั้นเจริญขึ้นแล้ว หม่อมฉันยินดีปฏิบัติได้เสมอ…” ซึ่งสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลเกี่ยวกับการสาธารณสุขของประเทศไทย และทรงให้ความสำคัญกับการสาธารณสุขของประเทศในภาพรวมอย่างสูง ว่าสุขภาพอนามัยของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญซึ่งต้องได้รับการดูแล เอาใจใส่และทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงร่วมมือช่วยเหลือกิจการด้านการแพทย์สาธารณสุขของไทยให้ก้าวหน้าขึ้นทุกวิถีทาง จนกระทั่งได้รับพระบรมราชานุญาตพระราชทานพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย”



