รับรองพันธุ์ข้าวระลอกสองปี56
รับรองพันธุ์ข้าวระลอกสองปี 56 เพิ่มทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการข้าวได้ประกาศรับรองพันธุ์ใหม่เป็นรอบที่สองในปี 2556 เป็นข้าวดี 4 ภาค ที่เน้นในด้านการต้านทานโรค-แมลงศัตรูพืช และให้ผลผลิตสูงจำนวน 4 สายพันธุ์ด้วยกันประกอบด้วย "1.พันธุ์ กข 18 เป็นข้าวเหนียว 2.กข 53 เป็นข้าวเจ้า 3.กข 55 เป็นข้าวเจ้า 4.กขผ.3 เป็นข้าวเจ้าลูกผสม" หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2556 ได้รับรองพันธุ์ข้าวใหม่มาแล้ว 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ข้าวเจ้า กข 49 ที่มีคุณสมบัติในการต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และข้าวหอมหอม กข 51 ซึ่งทนต่อน้ำท่วมฉับพลันได้นานถึง 12 วัน
ในจำนวน 4 สายพันธุ์ที่ว่านี้ดูเหมือนว่า ข้าวเจ้าลูกผสม "กขผ 3 " ถือเป็นความหวังใหม่ที่จะทำให้การปลูกข้าวของไทย ที่สอดคล้องกับประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่สามารถให้ผลผลิตมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 1,415 กก. ใกล้เคียงกับข้าวลูกผสม หรือข้าวไฮบริดของเวียดนามที่ปลูกในพื้นที่แม่โขงเดลต้าที่เวียดนามระบุว่าให้ผลผลิตไร่ละ 1,500-2,000 กก.ปัจจุบันข้าวเจ้าพันธุ์ลูกผสม กขผ 3 ถื่อเป็นพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตมากที่สุดในประเทศ และเป็นความหวังหนึ่งที่จะทำให้ลดต้นทุนการปลูกข้าวค่อนข้างชัด
นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การที่กรมการข้าวได้รับรองพันธุ์ข้าวใหม่ทั้ง 4 สายพันธุ์ถือเป็นการรับรองพันธุ์ข้าวเป็นครั้งที่สองของปีนี้ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรชาวนาที่จะมีพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ เนื่องจากจะสามารถต้านทานต่อโรค ต่อแมลงศัตรูพืช และยังให้ผลผลิตสูง โดยข้าวเจ้าลูกผสม กขผ 3 ที่ให้ผลผลิตถึงไร่ละ 1,415 กก.ถือว่าให้ผลผลิตมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ แต่ต้องปลูกให้เหมาะในแต่ละพื้นที่ ขณะนี้กรมการข้าวยังอยู่ในขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์หลัก จากนี้ไปจะเป็นการผลิตเมล็ดขาย คาดว่าอีก 3 ปีเมล็ดพันธุ์ข้าวจะกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
สำหรับรายละเอียดของข้าวพันธุ์ใหม่ที่กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ในขณะนี้ ประกอบด้วย 1. กข 18 หรือข้าวเหนียวสายพันธุ์ RGDU04285-3-3 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 และข้าวพันธุ์เจ้าหอมนิล เป็นข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง มีความต้านทานโรคไหม้ในระยะกล้า มีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพและการสีดี การหุงต้มและรับประทานดีใกล้เคียงกับพันธุ์ กข 6 เมื่อนึ่งสุกเนื้อสัมผัสนุ่ม มีกลิ่นหอม ให้ผลผลิตเฉลี่ย 609 กก./ไร่ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาน้ำฝนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนบน แต่มีความอ่อนแอต่อโรคไหม้คอรวง ขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว และแมลงบั่วเช่นเดียวกับพันธุ์ กข 6
2. กข 53 หรือข้าวเจ้าสายพันธุ์ PRE01017-10-1-1-1 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง มีลักษณะเด่นคือต้านทานแมลงบั่วในเขตภาคเหนือตอนบน มีศักยภาพผลผลิตสูงถึง 999 กก./ไร่ เฉลี่ย 725 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 และพิษณุโลก 2 ที่สำคัญเป็นข้าวอมิโลสต่ำ คุณภาพการหุงต้มและรับประทานอ่อนนุ่ม เป็นที่นิยมของประชาชนที่บริโภคข้าวเจ้าในภาคเหนือ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานเขตภาคเหนือตอนบน แต่มีข้อจำกัดที่อ่อนแอต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว เมล็ดร่วงงานจึงควรเก็บเกี่ยวที่ระยะพลับพลึง
3. กข 55 หรือข้าวเจ้าสายพันธุ์ PTL00042-B-B-18-2-1-1-2 ได้จากการผสมแบบ 3 ทางระหว่าง กข 23, เล็บนกปัตตานี และชัยนาท 1 เป็นการปรับปรุงพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงให้ได้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 531 กก./ไร่ หากปลูกวิธีปักดำให้ผลผลิตเฉลี่ย 712 กก./ไร่ มีความต้านทานต่อโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง เหมาะสำหรับบริโภคในท้องถิ่นภาคใต้ และปลูกในเขตนาชลประทานพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นต้น
และ 4. กขผ 3 หรือข้าวเจ้าลูกผสมสายพันธุ์ PTT06008H ได้จากการผสมระบบ 3 สายพันธุ์ คือ ไออาร์ 79156เอ, ไออาร์ 79156 บี และเจเอ็น 29 พีทีที 11-1-บี-12-5-5-1 อาร์ (IR 79156A, IR79156B และ JN29-PTT11-1-B-12-5-5-1R) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตสูงในประเทศไทยในขณะนี้ คือให้ผลผลิตสูงถึงไร่ละ 1,415 กก. ขณะที่ปลูกในภาคเหนือตอนบนให้ผลผลิตไร่ละ 1,153 กก. มีความต้านทานโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดหลังขาว ผลิตเมล็ดพันธุ์ง่าย เหมาะสำหรับปลูกในเขตนาชลประทานภาคกลาง แต่ต้องระมัดระวังต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคขอบใบแห้งโดยข้าวทั้งน่าจะกระจายให้เกษตรกรได้ในฤดูกาลต่อไปและคาดว่าจะสามารถกระจายได้ทั่วประเทศภายใน 3 ปี
ด้าน นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย ระบุว่า การที่กรมการข้าวประกาศพันธุ์ใหม่ครั้งล่าสุด 4 สายพันธุ์นั้น เป็นพันธุ์ที่เหมาะของแต่ละภาค ในส่วนของข้าวลูกผสม กขผ 3 แม้จะให้ผลผลิตที่สูงที่สุดสำหรับประเทศในขณะนี้ แต่มีปัญหาที่ว่าเป็นข้าวลูกผสม ซึ่งเกษตรกรไม่สามารถที่จะนำเมล็ดข้าวที่ได้มาจากการเพาะปลูกมาเป็นเมล็ดพันธุ์ได้ ต้องซื้อจากกรมการข้าว หรือบริษัทที่มีความพร้อมในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมได้ ที่สำคัญเมล็ดพันธุ์ยังมีราคาสูง ที่เน้นปลูกเพื่อจำหน่ายผลผลิตและการบริโภคเท่านั้น
ขณะที่ ดร.สุภาพร จันทร์บัวทอง นักวิชาการชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยปทุมธานี เจ้าของผลงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าลูกผสมสายพันธุ์ กขผ 3 กล่าวว่า ข้าวลูกผสมโดยทั่วไปจะไม่สามารถเอาผลผลิตมาเป็นเมล็ดพันธุ์อยู่แล้ว เพราะเมล็ดต้องได้มาจากข้าวที่พันธุ์พ่อกับพันธุ์แม่ที่แตกต่างกัน วิธีการคือต้องบังคับให้พันธุ์แม่ที่ทนทานต่อการโรคระบาด มาเป็นหมันก่อน แล้วมาผสมกับกับพันธุ์พ่อที่มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตสูง เมื่อมีการผสมแล้ว ผลผลิตที่ได้มาต้องมีผลผลิตที่สูงว่าพันธุ์เดิมอย่างน้อย 20% อนาคตหากเกษตรกรสนใจในการที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม ก็ยินดีที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ว่าด้วยการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้าลูกผสมสายพันธุ์ กขผ 3 ให้ ในช่วงแรกหากต้องการให้การผลิตเมล็ดอย่างรวดเร็วต้องมาในนามของสถาบันเกษตรกรกร หรือศูนย์เมล็ดประจำตำบล ที่มากันเป็นกลุ่ม สนใจสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี หรือโทร.08-1648-3109
ก็นับเป็นอีกหนึ่งความหวังของเกษตรกรที่จะนำพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับพื้นที่ของแต่ละภาค ซึ่งนอกจากจะเป็นพันธุ์ข้าวที่ต้านทานต่อการระบาดของโรคแล้ว ยังให้ผลผลิตที่สูงด้วย เท่ากับเป็นการลดต้นทุนการทำนาอีกทางหนึ่ง
----------------------
(รับรองพันธุ์ข้าวระลอกสองปี 56 เพิ่มทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)



