ไลฟ์สไตล์

วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว จับต้องได้

วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว จับต้องได้

31 ส.ค. 2556

วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว จับต้องได้ : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข

                 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมนำผลงานวิจัยลงสู่ชุมชนมากขึ้น เพื่อพัฒนาประเทศตั้งแต่ระดับรากหญ้า ช่วยประชาชน และเกษตรกร แก้ปัญหาต่างๆ ด้วยการทำวิจัยลงลึกถึงรากเหง้าของปัญหา ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประเทศชาติในภาพรวมต่อไป

                ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ได้เดือนกว่าๆ แต่มีงานที่ต้องเข้ามาสานต่อมากมายหลายเรื่อง ซึ่งเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้คือ เรื่องงบประมาณ ที่ถูกตัดทอนลง เป็นเรื่องของการสื่อสารที่ผิดพลาด ขาดการอธิบายที่ถูกต้อง ซึ่งความจริงแล้ว ไม่ได้ถูกตัดงบประมาณ แต่เป็นการโยกงบจากหน่วยงานหนึ่ง ไปอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งเป็นหน่วยงานในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นการตัดตามระบบ 10-20%

                "ส่วนที่หายไป ผมก็ขอแปรญัตติให้ แต่ไม่ได้ ผมก็ถามว่า ส่วนไหนที่หายไป เขาก็แจ้งกลับมาว่าเป็นเรื่องอะไร ผมมาพิจารณาดูพบว่า เป็นส่วนที่มีความจำเป็นมาก ผมก็เสนอตามขั้นตอนไปอีก และผู้ที่รับผิดชอบส่วนที่ถูกตัดไปก็ต้องอธิบายความจำเป็นในการใช้งบประมาณมาให้ละเอียด ความจริงถูกตัดทุกกระทรวง แต่ถ้าอธิบายได้ ก็ยอมรับได้ ผมก็ให้กำลังใจว่า ขอให้ใช้เงินที่มีอยู่ทำงานอย่างเต็มที่"

                คนส่วนใหญ่รู้จักกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แต่ไม่ค่อยรู้ว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทำอะไรให้แก่ประเทศไทยบ้าง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อยากช่วยพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ตรงกับโจทย์ ต่อไปนี้ โจทย์ของการวิจัยจะต้องตรงกับความต้องการของประเทศ เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ประเทศไทยมีจุดแข็งคือ เป็นประเทศเกษตรกรรม จึงอยากเพิ่มความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตร หน่วยงานวิจัยทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัย ต้องไปหาคำตอบที่ตรงกับความต้องการของชุมชน เพื่อให้ได้ผลในการพัฒนาประเทศ ต้องมีการต่อยอด

                "ผักตบชวาที่มีมากในไทย เป็นปัญหาอย่างมาก เพราะทำลายเท่าไหร่ก็ไม่หมด นักวิจัย สวทช. ศึกษาค้นคว้าด้วยการนำผักตบชวาไปทำเป็นดินชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าดินอเมซอน ที่ถือว่าเป็นดินที่สมบูรณ์มาก เหมาะกับการปลูกพืชทุกชนิด ไม่ต้องรอการหมักบ่มเป็นร้อยๆ พันๆ ปี เพียงตั้งโรงงานเล็กๆ ขึ้นมาผลิตขายได้ราคาดีมาก กิโลกรัมละประมาณ 200 บาท ต้นทุนในการตั้งโรงงานประมาณ 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่ไม่สูงนักสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่าง อบจ. อบต. เป็นการแก้ปัญหาผักตบชวาปิดลำคลองได้อย่างดี และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนด้วย ซึ่งต้องประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องผักตบชวา และมีความต้องการในการจัดการทำลายผักตบชวา ถือเป็นการตอบโจทย์ที่ตรงที่สุด"

                อุทยานวิทยาศาสตร์ เป็นแหล่งที่จะพัฒนาองค์ความรู้ อาคารที่กำลังสร้างอยู่ในขณะนี้ จะสร้างเป็นห้องแล็บเล็กๆ เตรียมไว้รองรับความต้องการในการทำวิจัย บริษัทอยากมีห้องทดลอง มาที่นี้ มาทำห้องแล็บที่นี้ ไม่ต้องไปสร้างเอง ไม่ต้องส่งไปต่างประเทศ มาเช่าที่นี้ มีระบบต่างๆ รองรับพร้อม ได้มาตรฐานระดับสากล
 "กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีงานที่เป็นฐานของการพัฒนาประเทศ เพราะต้องใช้วิทยาศาสตร์เป็นฐานในการพัฒนาประเทศ ถ้าประเทศจะพัฒนา วิทยาศาสต์จะช่วยอย่างไรให้บ้าง รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่า ต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น ยกระดับประเทศไทย จากประเทศที่มีรายได้ต่ำ ให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ต้องใช้นักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย"

                รัฐมนตรีพีรพันธุ์ ย้ำด้วยว่า ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ให้สนใจวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีทุนให้นักเรียนวิทยาศาสตร์จำนวนมาก ส่งเสริมให้ไปแข่งขันในระดับประเทศ ระดับโลก ไปแข่งโอลิมปิกวิทยาศาสตร์ แข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์ เด็กไทยเก่งๆ ทั้งนั้น แต่อาจไม่ได้รับการส่งเสริมเท่าที่ควร พ่อแม่ยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญของนักวิทยาศาสตร์ ต่อไปนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์จะให้ความสำคัญกับนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น ให้ทุนไปเรียนเพื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ เมื่อเรียนจบมาก็ให้มีความมั่นคงในอาชีพนักวิทยาศาสตร์ ต้องปรับทัศนคติใหม่ ให้รู้ว่า เมื่อเรียนจบออกมาเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ จะเป็นอาชีพที่มั่นคง รายได้ดี ให้ประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ

                นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะขอนำความเก่งของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ออกมาสู่สายตาประชาชน ไปศึกษาด้วยกัน วิจัยด้วยกัน ลงสู่ชุมชนด้วยกัน พาผู้ที่มีปัญหาในสินค้าที่ทำอยู่ เช่น กลุ่มผ้าไหมที่ จ.บุรีรัมย์ มีปัญหาเรื่องผ้าไหมขึ้นรา ก็นำนักวิจัยจากจุฬาฯ ไปพบกัน หารือร่วมกัน ต่อยอดงาน ช่วยกันแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ให้สินค้าออกมาดี ออกสู่ตลาดได้ เป็นการเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร พอผมนำนักวิจัยเข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ทำให้สินค้าออกมาดีขึ้น ขายได้ราคา ชาวบ้านก็ดีใจ สื่อสารให้ชาวบ้านรู้ว่า ต่อไปนี้ถ้ามีปัญหาให้ปรึกษากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

                "ผมพยายามที่จะให้บทบาทของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สื่อสารกับประชาชนมากขึ้น เข้าถึงประชาชนมากขึ้น รู้เรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น งานวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มักไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของกระทรวงอื่น เพราะมองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เช่น เรื่องข้าว ที่มีการมองว่าเป็นงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ในความเป็นจริงกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีหน้าที่ทำวิจัยว่า ทำอย่างไรจะให้ข้าวได้ผลผลิตมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะต้องมาทำวิจัย จากนั้นก็ส่งงานต่อให้กระทรวงเกษตรฯ ไปดำเนินการตามขั้นตอนทางการเกษตร เป็นการแบ่งงานที่ชัดเจน เป็นต้น เพื่อให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์ต้องทำงานร่วมกันหลายๆ กระทรวง ต้องมีการคุยกัน แบ่งงานกัน ร่วมมือกัน"

                นายกรัฐมนตรีให้นโยบายไว้ว่า ต่อไปนี้ ให้หน่วยงานวิจัย 6 ส. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข สภาวิจัย มาร่วมกันทำงาน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีสภาพัฒน์เป็นเลขานุการคณะทำงาน เป็นเครือข่ายในการทำงานวิจัย กระบวนการวิจัยก็จะเป็นระบบ มีการประสานงานกันมากขึ้น มีทิศทางในแนวเดียวกัน จะมีการเพิ่มงบประมาณในการวิจัยจาก 0.2% ของจีดีพี เป็น 1% คือประมาณแสนกว่าล้านบาท ภายในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ให้ทันการเปิดประตูการค้าเสรีอาซียน

                ขณะนี้มีหลายงานวิจัยที่เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จึงได้มีการเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาร่วมทำงานด้วย เมื่อภาคเอกชนมองเห็นประโยชน์ในการทำวิจัยก็จะมาลงทุนด้านการทำวิจัยมากขึ้น รัฐก็จะถอยออกมาได้ แต่รัฐบาลจะเป็นผู้เริ่มต้นและลงทุนให้ก่อน เมื่อภาคเอกชนเห็นประโยชน์ก็ต้องมาลงทุนทำเองต่อไป และมีการหารือกันว่า งบประมาณในการทำวิจัยจะขอลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นอีกได้ไหม เป็นการกระตุ้นให้เกิดการทำวิจัยกันมากขึ้น ต้องมีการหารือกันทั้งระบบ เพราะผลตอบแทนท้ายที่สุด มากมายมหาศาล

                กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ภายใต้การนำของ "ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข" พร้อมที่จะนำผลงานวิจัยลงสู่ชุมชนให้มากขึ้น จับต้องได้ ใช้ให้เกิดประโยนช์สูงสุดได้ ต่อไปนี้จะนำองค์ความรู้ไปบอกชุมชน เพื่อต่อยอดให้ชุมชนนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด กระทรวงวิทยาศาสต์ฯ พร้อมที่จะคิดให้ พร้อมที่จะนำความรู้ต่างๆ ออกไปสู่ชุมชน 

               
....................................

(วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว จับต้องได้ : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข)