ไลฟ์สไตล์

จังหวะชีวิตใหม่ ของ'วสันต์ ภัยหลีกลี้'

จังหวะชีวิตใหม่ ของ'วสันต์ ภัยหลีกลี้'

31 ส.ค. 2556

จังหวะชีวิตใหม่ ของ'วสันต์ ภัยหลีกลี้' : คอลัมน์คุยนอกกรอบ : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์

                หากไม่ติดภารกิจประชุม สัมมนา หรืองานที่ปรึกษา สถานที่ประจำของ "วสันต์ ภัยหลีกลี้" คือสตูดิโอโยคะสองแห่ง หนึ่งในนั้นคือ "อาราตี สตูดิโอ" ที่เขาไปเรียนและฝึกเป็นผู้ช่วยสอนด้วย

               คงเหมือนกับคนเมืองทั่วไปที่มักไม่สบายเนื้อตัวด้วยอาการ "ออฟฟิศซินโดรม" วสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท และรอง ผอ.ด้านปฏิบัติการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ก็เป็นหนึ่งในนั้น กล่าวคือมีอาการปวดหลังเป็นประจำ

               ก่อนหน้านี้วิธีแก้คือให้หมอนวดคลายเส้นในวันหยุด พอไปทำงานก็ปวดหลังกลับมาอีกเป็นวัฏจักร

                เมื่อคู่ชีวิต-รุ่งมณี เมฆโสภณ แนะนำให้ไปฝึกโยคะแล้วอาการดีขึ้น จึงคิดว่าน่าจะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เล่นได้ยาว เพราะช่วยดูแลสุขภาพด้วย

               ต้นปี 2556 วสันต์ตัดสินใจไปเข้าคอร์สโยคะที่อินเดีย

               "มีความรู้สึกว่าเราเรียนมาสามปีกว่า อยากไปเรียนที่อินเดียต้นตำรับ และฤษีเกศถือเป็นเมืองหลวงของโยคะ หาข้อมูลก็เลยตัดสินใจว่าไปเรียนที่โน่น ได้ช่วงจังหวะที่พ้นวาระจากไทยพีบีเอส ก็ไปเลย ลักษณะที่ไปคล้ายกับทัวร์ ค่าใช้จ่ายรวมค่าเครื่องบิน เดินทาง ที่พัก คอร์ส เขาพาไปเป็นคณะ เรียนประมาณสองอาทิตย์ เป็นอินเทนสีฟคอร์ส คนที่ไปเรียนมีคละกัน ทั้งที่เรียนมาไม่นาน เป็นครู หรือระดับแอดวานซ์ เรียนจริงๆ 12 วัน..."

                ตารางชีวิตระหว่างนั้นคือ ตื่นตีห้าครึ่ง ฝึกอาสนะช่วง 6-9 โมง และฝึกอีกครั้งตอน 4-6 โมงเย็น ส่วนช่วงกลางวัน เรียนปรัชญา ทฤษฎี ภาษาสันสกฤต

               "ไปอินเดียคราวนั้นทำให้เห็นโลกของโยคะกว้างขึ้น แต่เดิมคนอาจมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องการออกกำลังกาย สาวๆ นิยมกัน เน้นเรื่องการยืดขา ก้มหน้า-หลัง แต่จริงๆ โยคะมีความลึกซึ้งมาก เป็นศาสตร์ที่มีมาสี่ห้าพันปี มีการถ่ายทอด ส่งต่อ เรียนรู้ผ่านกันมารุ่นต่อรุ่นยาวนาน ท่าต่างๆ ที่เน้นเชิงอาสนะมีหลายหมื่นท่า การเรียนโยคะเหมือนเป็นวิถี ไม่ใช่เฉพาะฝึกกาย แต่เป็นเรื่องจิตใจและจิตวิญญาณด้วย โยคะเป็นเหมือนหนทางไปสู่ความสงบ"

                โดยสไตล์ที่ฤษีเกศเป็นแนวไอเยนการ์

               ปรากฏว่าเรียนแล้วติดใจ ! เดือนมีนาคมจึงตัดสินใจเทคคอร์สครูสอนโยคะสายศิวานันทะ ณ อาศรมที่ Neyyar Dam รัฐเกรละ (Kerala)

               หลักสูตรนี้เข้มข้นกว่าเดิม เพราะใช้เวลาเรียนหนึ่งเดือน ต้องทำการบ้านส่งทุกวัน และสอบก่อนจบหลักสูตรด้วย ว่าพลางก็ชี้ให้ดูการบ้านปึกใหญ่ซึ่งเขียนด้วยลายมือ 

               คอร์สนี้เรียนตั้งแต่ความเป็นมาของโยคะ ปรัชญาของโยคะๆ แบบต่างๆ อาสนะ กายวิภาค การสวดมันตรา เรียนภควัทคีตา (เป็นส่วนหนึ่งของมหาภารตะ) เรียนทำสมาธิ คนเรียนมาจากนานาชาติ มีทั้งอินเดีย เอเชีย ตะวันตก ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

                เนื้อหาเช่น กรรมะโยคะเรียนเรื่องการกระทำ การเสียสละ ทำเพื่อคนอื่นไม่หวังผลตอบแทน, ภักดีโยคะเป็นการภักดีต่อพระเจ้า, ญาณะโยคะ คือเรื่องของปรัชญา, ราชาโยคะ-เป็นการฝึกตนเพื่อให้หลุดพ้น อื่นๆ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับศีล สมาธิ การปฏิบัติ เป็นต้น

                วสันต์บอกว่าบรรยากาศเหมือนไปปฏิบัติธรรมในวัด เพราะสถานที่เรียนเป็นอาศรม เหมือนศาสนสถาน ว่าพลางก็เปิดตำเรียนให้ดู พร้อมอธิบายว่าหลักสูตรมีอะไรบ้าง

               ตารางชีวิตระหว่างเข้าคอร์สที่สองคือ ตื่นตีห้าครึ่งทำธุระส่วนตัว, 6 โมงสวดมนต์เช้าและทำสมาธิหมู่,  8-10 โมงฝึกอาสนะ พักกินข้าว หลังจากนั้นให้ฝึกกรรมะโยคะ คือการทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น ทำความสะอาดห้องน้ำ หรือพื้นที่รอบๆ อาศรม โดยตัวเขานั้นได้รับมอบหมายให้เสิร์ฟอาหารและทำความสะอาดห้องครัว หลังจากนั้นกลับมาเรียนภควัทคีตา ฟังเลกเชอร์ เรียนปรัชญา ตกเย็นทำอาสนะอีกครั้ง

                4-6 โมงเย็นรับประทานอาหาร และสวดมนต์เย็นตอนสองทุ่ม หลังจากนั้นทำสมาธิหมู่ บางวันมีกิจกรรมสันทนาการ เข้านอนตอนสี่ทุ่ม

               คนที่ไปเข้าคอร์สนี้ส่วนหนึ่งต้องการใบประกาศนียบัตรว่าจบหลักสูตรครู บ้างก็อยากศึกษาในสไตล์ที่ต่างจากเดิม ส่วนตัวเขานั้นอยากฝึกและอยากสอนตัวเอง

                "ไปเรียนคอร์สครูเพื่อพัฒนาตัวเอง ทราบตั้งแต่ต้นๆ หลังกลับจากฤษีเกศว่า คอร์สที่เกรละเป็นลักษณะเหมือนอยู่วัด เราถือว่าเป็นโอกาสดี ต้องกินมังสวิรัติตลอด ไปฤษีเกศก็กินมังสวิรัติ แต่คอร์สนี้อยู่เป็นเดือน ก็ตั้งใจ คือดื่มนมได้แต่ไม่กินไข่ และไม่กินอาหารมีกลิ่น เช่น กระเทียม"

               ผลพลอยได้คือน้ำหนักลดไปหลายกิโล !

               "ไปครั้งแรกที่ฤษีเกศน้ำหนักลด 5 กิโล เที่ยวหลังลดอีก 5-7 กิโล เพราะกินมังสวิรัติและเหมือนกับออกกำลังกายตลอด สุขภาพจิตก็ดี ปลอดโปร่ง โล่ง เบา ไปเที่ยวนี้เหมือนเข้าวัดและได้เรียนรู้โยคะมากขึ้น ได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำสมาธิ พัฒนาทางด้านอาสนะ"

               หลังกลับจากอินเดีย เพื่อนฝูงที่ทราบว่าเขากำลัง "เอาจริงเอาจัง" กับโยคะจึงขอให้ช่วยสอน

               "ตอนเรียนยังไม่คิดว่าจะเป็นครู ตั้งใจสอนตนเองเป็นหลัก...กลับจากอินเดียเราก็มาเรียนที่ศิวานันทะเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกันได้รับโอกาสคือที่อาราตี นอกจากเรียนแล้วยังให้ฝึกสอน ได้เรียนรู้ปฏิบัติเอง และแบ่งปันกับคนอื่น เหมือนวันนี้เรียนสี่โมง เรียนเสร็จก็ช่วยสอนช่วงหลังด้วย"

                "เริ่มมีสอนบ้างถือว่าเป็นการแบ่งปัน เรียนรู้อีกแบบสอนเพื่อนๆ วารสารศาสตร์ที่เรียนมาด้วยกันที่ร้านของเพื่อน ไม่เยอะหรอก กลุ่มละสี่ห้าคน เพื่อนๆ สนใจโยคะถามกันมา ก็เลยเปิดสอน และมาฝึกสอนที่นี่ วันอังคารไปฝึกสอนนอกสถานที่ เป็นแบบครูโยคะไปสอนตามที่ทำงาน เราก็ไปด้วย"

               เรียกได้ว่าชีวิตช่วงนี้ให้เวลากับโยคะเต็มที่ เพราะหลังหมดวาระจากไทยพีบีเอส ไม่ได้ทำงานประจำที่ไหน จะมีบ้างเช่น เป็นที่ปรึกษาสมาคมวิทยุโทรทัศน์ เป็นอนุกรรมการเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย ของ ปปช. อื่นๆ ก็มีรับเชิญไปอภิปราย เสวนา เกี่ยวกับสื่อ

               แต่หลักๆ โฟกัสที่โยคะ ดังที่วสันต์บอกว่า

               "เรียนโยคะถือว่า หนึ่ง-เรามีเวลาดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ สอง- มีโอกาสทำสมาธิมากขึ้น เพราะการทำโยคะสัมพันธ์ระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกายกับการหายใจ เหมือนกับว่าเราได้คุยกับร่างกายมากขึ้น และได้ออกกำลังกาย ออกกำลังจิตใจด้วย รู้จักคุ้นเคยกับร่างกายเยอะขึ้น เดิมอาศัยเขาอยู่ ไม่ค่อยได้คุย ไม่ค่อยรู้จักเท่าไร ตอนนี้รู้จักมากขึ้น"

                เมื่อก่อนทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ เหมือนหายใจเข้า ออก เกิดมาก็หายใจได้ เราอาจไม่รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษ เป็นเรื่องปกติที่ทำไป การเคลื่อนไหวร่างกายก็เหมือนกัน แต่พอมาเรียนตรงนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีปราณยามะที่พูดถึงการหายใจผิดๆ ไม่เต็มที่ แค่ครึ่งปอด การทำงานของระบบไม่เต็มที่ เวลาหายใจเข้าท้องน่าจะพอง หายใจออกท้องยุบ แต่หลายคนไม่สังเกต อาจหายใจแบบผิดๆ เราก็เรียนรู้เรื่องการหายใจ เมื่อเรียนและฝึกบ่อยๆ จะรู้จักร่างกายมากขึ้น การหายใจก็ดีขึ้น และว่า

               "ตอนนี้ถือว่าเป็นจังหวะชีวิต คือมันมีจังหวะ มีโอกาส เราทำก็ตรงนี้เต็มที่ มีความสุขสิ่งกับที่ทำ ช่วงที่ทำงานหนักก็มีความสุขกับการทำงาน อาจไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไร แต่ช่วงนี้มีเวลาดูแลตัวเอง ได้เรียนรู้ และมีความสุขด้วย"

                ว่าแต่ความสุขของคุณ (ผู้อ่าน) อยู่ที่ไหน ?

               
......................................................

(จังหวะชีวิตใหม่ ของ'วสันต์ ภัยหลีกลี้' : คอลัมน์คุยนอกกรอบ : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)