
ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี
โซไซตี้ : ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี
จากสถิติสาธารณสุขพบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงกว่า 60,000 คนต่อปี โดยเฉพาะมะเร็งในผู้หญิง 3 อันดับแรกที่พบมากสุดคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับ บริษัทเซ็นทรัล ดีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จัดตั้งกองทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมจัดกิจกรรม " มอบรอยยิ้มที่สดใส แด่ผู้ป่วยมะเร็งสตรี" เนรมิตลานเพลินภิรมย์ ชั้น 6 ตึกวิเคราะห์บำบัด หอบความบันเทิงไปสร้างกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งอย่างสนุกสนาน โดยมี นพ.ธีรวุฒิ คูหาเปรมะ ผอ.สถาบันมะเร็ง ต้อนรับอย่างอบอุ่น
งานนี้แม่งานใหญ่ "แอน" บุษบา จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยบอสใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเซ็นทรัล รีเทลฯ เผยความตั้งใจว่า จากการเห็นผู้ป่วยมะเร็งสตรีได้รับความยากลำบากในการรักษาและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงสร้างสรรค์โครงการ "วูเมน แคนเซอร์ 2013" เพื่อระดมทุนหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสเหล่านี้ ซึ่งสามารถระดมทุนได้ 3 ล้านบาท จากการขายเสื้อยืดการกุศลในช่วงต้นปี และจัดแคมเปญลูกค้าในเทศกาลวันแม่ ของห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน
นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนเครื่องมือแพทย์ ดิจิตอล แมมโมแกรม และปรับปรุงหอพักฟื้นผู้ป่วยสตรี เพื่อเพิ่มบรรยากาศในช่วงพักฟื้นให้มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นห้องเสริมสวย ลานนันทนาการ ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในชุมชน ใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ โดยมีเหล่าเซเลบิตี้ใจกุศลมามอบความห่วงใย และสละเวลาร่วมทำกิจกรรม ทั้งถักหมวกไหมพรม ถักผ้าพันคอ เย็บเต้านมเทียม สอนแต่งหน้าทำผม อาทิ "คุณหญิงแอร์" ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ "คุณหญิงนุ่น" ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล "มะปราง" ปัทมวดี เสนาณรงค์ "หมุงหมิง" สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ "จุ้ย" จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา อีกทั้งศิลปินดารา ช่วยสร้างกำลังใจแก่ผู้ป่วยอย่างเป็นกันเอง
ด้านคุณหมอธีรวุฒิ เล่าให้ฟังด้วยว่า ผู้ป่วยมะเร็งโดยเฉพาะสตรีจะมีความอ่อนไหวมากกว่าผู้ป่วยชาย การจัดกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายจึงสำคัญมาก ที่นี้จึงมีลานกิจกรรมเพื่อสร้างกำลังใจ โดยเฉพาะซึ่งที่ผู้หญิงขาดไม่ได้อย่าง ห้องซาลอน สำหรับเสริมสวย เพื่อให้ผู้ป่วยได้มาพบปะและพูดคุยกัน แสดงความเห็นอกเห็นใจกัน พบว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น และไม่ลืมกิจกรรมสร้างอาชีพ อย่างงานเย็บปักถักร้อย กิจกรรมสันทนาการอย่างการพาไปเที่ยวนอกสถานพยาบาล เมื่อผู้ป่วยได้ร่วมกิจกรรมทำให้ไม่รู้สึกว่าอยู่เฉพาะในโรงพยาบาล แต่เหมือนอยู่ที่บ้านหรือชุมชน สามารถทำอะไรที่เคยใช้ชีวิตปกติก่อนป่วยได้ จึงอยากแนะนำสำหรับญาติผู้ป่วยว่า เมื่อญาติเจ็บป่วยแล้ว การรักษาก็เป็นไปตามทางการแพทย์ แต่กำลังใจนั้นสำคัญที่สุด อีกทั้งพยายามอย่าทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิดหรือให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ



