ไลฟ์สไตล์

เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีแปรรูปไผ่

เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีแปรรูปไผ่

29 ส.ค. 2556

ทำมาหากิน : เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีแปรรูปไผ่ ต่อยอดสู่วัตถุดิบธุรกิจอาหารสัตว์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                          อนาคตของไผ่ใช่แค่ใช้ประโยชน์จากลำต้น หากยังสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าที่คิด หลังสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ร่วมกับมหาวิทยาลัยชูบุและภาคเอกชนประเทศญี่ปุ่นร่วมวิจัยเพิ่มมูลค่าไผ่เพื่อเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปุ๋ยอินทรีย์และเฟอร์นิเจอร์ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการจัดการเทคโนโลยีและธุรกิจไผ่

                          รศ.ชูเกียรติ รักซ้อน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนกล่าวในระหว่างการเสวนาทางวิชาการตอนหนึ่งถึงการก้าวสู่ปีที่ 2 ของโครงการเพิ่มศักยภาพการจัดการเทคโนโลยีและธุรกิจไผ่ ณ สวนแสนปาล์ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยระบุว่าโครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยชูบุ (Chubu University) และบริษัทเอกชนของประเทศญี่ปุ่นกับสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมนิสิตเก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการแปรรูปไม้ไผ่มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ไผ่ในประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555

                          "ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสู่การพัฒนาธุรกิจไผ่ในประเทศไทย ได้แก่ การศึกษาเทคโนโลยีแปรรูปไม้ไผ่และธุรกิจไม้ไผ่ การจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการ การรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับไผ่ในประเทศไทย ตลอดจนการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของผงไม้ไผ่เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารปศุสัตว์ ซึ่งผลการศึกษาผงไม้ไผ่ในประเทศไทยพบว่ามีศักยภาพที่สามารถนำไปขยายผลองค์ความรู้แก่เกษตรกรและต่อยอดไปสู่การจัดการในภาคธุรกิจได้"

                          ขณะที่ รศ.อุทัย คันโธ ผู้อำนวยการสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพแสน ในฐานะหัวหน้าโครงการกล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาการใช้ประโยชน์จากไผ่ในเชิงอาหารสัตว์ยังมีน้อยมาก เพราะผู้เลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยไม่รู้จักผงไผ่หมัก ทั้งๆ ที่เกษตรกรในประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นได้มีการใช้ผงไผ่หมักเป็นอาหารสัตว์มานานแล้ว

                          "โครงการนี้ถือเป็นการศึกษาการผลิตผงไผ่หมักและการใช้ผงไผ่หมักเป็นอาหารสัตว์ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกใช้กับสุกร ไก่เนื้อและไก่ไข่ โดยการใช้วัตถุดิบไม้ไผ่จากประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งผลการศึกษาพบว่าผงไผ่หมักสามารถใช้เป็นวัตถุดิบอาหารเลี้ยงสุกร ไก่เนื้อและไก่ไข่ได้ดี เพราะมีปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสัตว์ได้แก่ แบคทีเรียกรดแลคติค รวมทั้งกรดอินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงสมควรใช้ในรูปอาหารเสริมในระดับ 1-3% ในสูตรอาหารสัตว์เพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพสัตว์และทำให้สัตว์มีการให้ผลผลิตดีขึ้น"

                          ด้าน อนันต์ ภู่สิทธิกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มองว่าไผ่เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรปลูกไผ่เพื่อใช้ประโยชน์จากลำต้นเป็นหลัก ในขณะที่ยังสามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้อีกมหาศาล อาทิ ญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์จากไผ่มานานหลายศตวรรษแล้ว หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียก็ใช้ประโยชน์จากไผ่ในการใช้เป็นวัตถุดิบส่วนผสมในอาหารสัตว์ ขณะที่ประเทศไทยยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น ทั้งที่มีการปลูกไผ่เป็นจำนวนมาก

                          "จากการคาดการณ์เชิงปริมาณพบว่าพื้นที่ปลูกไผ่ 15 ไร่ เฉพาะลำไผ่จะได้ผลตอบแทนเดือนละ 37,500 บาทต่อเดือน หรือ 450,000 บาทต่อปี แต่ถ้านำมาแปรรูปก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ส่วนตลาดอนาคตก็จะแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ทำปุ๋ยอินทรีย์และเฟอร์นิเจอร์จากไผ่ ซึ่งขณะนี้เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก" อนันต์กล่าว

                          นับเป็นอีกก้าวของการแปรรูปเพิ่มมูลค่าจากไผ่ในการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ยอินทรีย์ เฟอร์นิเจอร์และอื่นๆ อีกมากมาย อาจกล่าวได้ว่าน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตาในอนาคตอันใกล้

 

 

---------------------

(ทำมาหากิน : เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีแปรรูปไผ่ ต่อยอดสู่วัตถุดิบธุรกิจอาหารสัตว์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)