
ความเสียหายในฟิลิปปินส์ จากพายุโซนร้อน Maring
ฟิลิปปินส์ต้องประสบกับภัยพิบัติอีกครั้งหลังจากที่อิทธิพลของพายุโซนร้อน Maring ซึ่งพัดผ่านพื้นที่ตอนเหนือของฟิลิปปินส์ (เกาะลูวอน) มาตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.56
ที่ผ่านมา
สถานทูตได้รายงานความเสียหาย โดยประมวลจากรายงานอย่างเป็นทางการของ National Disaster Risk Reduction and Management Council (NDRRMC) หรือศูนย์บริหารและลดความเสี่ยงภัยจากภัยพิบัติแห่งฟิลิปปินส์ และ Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration (PAGASA) หรือสำนักงานด้านบรรยากาศ ภูมิฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ของฟิลิปปินส์ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 11 คน และสูญหาย 4 คน นอกจากนี้ ชาวฟิลิปปินส์ที่อยู่ในบริเวณเกาะลูซอนและกรุงมะนิลา ยังได้รับผลกระทบมากกว่า 6 แสนคน
ในจำนวนนี้กว่า 4 หมื่นคนได้อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ถนน 64 สายและสะพานอีก 1 แห่งได้รับความเสียหายและไม่สามารถใช้สัญจรได้ ส่วนรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการเรียนการสอนทุกระดับชั้นในเขตกรุงมะนิลา และหลายพื้นที่ในเกาะลูซอน รวมทั้งสั่งให้หน่วยงานราชการฟิลิปปินส์ในกรุงมะนิลา ปิดทำการ 2 วัน
และประกาศให้หลายเมืองใน จ.ลากูนา และ จ.คาวิเต และ จ.บาตาอัน เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดย NDRRMC และ PAGASA ได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำ Marikina และ Pasig ในกรุงมะนิลาอย่างใกล้ชิดและประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเตรียมพร้อมอพยพทันทีหากปริมาณน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนการประสานติดต่อกับคนไทยเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นกับตัวแทนนักศึกษาไทยที่ 1.Lyceum Northwestern University เมืองดากูปัน จ.ปังกาสินัน และ 2.มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ วิทยาเขตลอสบันโญส จ.ลากูนา ซึ่งมีนักศึกษาไทยจำนวนประมาณ 60 คน และ 10 คนตามลำดับ ทราบว่าทุกคนปลอดภัย
และยังได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทซีพี ซึ่งมีโรงงานอยู่ที่ จ.บาตาอัน ทราบว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่สูง อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่จะเดินทางไปฟิลิปปินส์ ควรตรวจสอบสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณที่ประสบภัยพิบัติดังกล่าว ทั้งนี้สถานทูตจะคอยรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ



