วัดป่า ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี
วัดป่า ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี : คอลัมน์ชวนเที่ยว
สายฝนพรำ สองเท้าก้าวเดินขึ้นบันได แต่ละขั้นเจิ่งนองด้วยน้ำฝน ที่ยังไม่ขาดเม็ดดี จังหวัดอุดรธานี ก็เหมือนหลายๆ จังหวัดในภาคอีสานที่มีวัดวาอาราม เป็นศูนย์รวมจิตใจอยู่มากมาย หลายแห่งชื่อชั้นเป็นวัดป่า ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อย่าง วัดป่าบ้านตาด ที่พำนักของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พระอาจารย์สายวิปัสสนา สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หรือที่วัดป่าภูก้อน ที่ฉันกำลังเดินขึ้นบันไดไปเยือนในส่วนของพระปฐมเจดีย์ด้านล่างอยู่นี่
นอกจากวัดป่าแล้ว วัดเมือง วัดบ้านก็มีอีกหลายต่อหลายแห่ง อุดรธานียังมีชื่อเสียงเรื่อง แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ยูเนสโกจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางประวัติศาสตร์เมื่อปลายปี 2535 รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมอย่าง ผ้าทอขิด ที่หมู่บ้านนาข่า และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ทั้งอุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม อ.นายูง ซึ่งมีน้ำตกยูงทอง จุดชมวิวผาแดง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ, คำชะโนด อ.บ้านดุง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีต้นชะโนด หน้าตาคล้ายต้นตาลผสมกับมะพร้าวขึ้นอยู่มาก เชื่อกันว่าที่นี่เป็นปากเมืองบาดาลและมีตำนานเกี่ยวกับพญานาค, วนอุทยานน้ำตกธารงาม ที่อ.หนองแสง และทะเลบัวแดงที่หนองหานกุมภวาปี
พูดถึงจังหวัดอุดรธานี ชื่อชั้นน่าจะเทียบกันได้กับขอนแก่น ตรงที่ขอนแก่นเป็นประตูสู่อีสาน อุดรธานีที่อยู่ไม่ไกลกัน ก็น่าจะเป็นประตูไปสู่อีสานตอนบนและประเทศเพื่อนบ้าน เพราะห่างจากชายแดนลาวแค่ 50 กว่ากม. แถมเดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวกสบาย ทั้งทางรถยนต์และทางอากาศ ใครจะไปหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู หรือแม้แต่ไปประเทศลาว ก็อาจจะไปตั้งต้นที่อุดรธานีได้สบาย
เหมือนคราวนี้ ที่ฉันเลือกเดินทางไปด้วยสายการบินราคาประหยัด อย่างนกแอร์ที่เปิดเที่ยวบินเพิ่มเป็นวันละ 6 เที่ยว ถึงสนามบินอุดรธานี ที่ดูคึกคักไม่แพ้สนามบินขอนแก่น เส้นทางสู่ตัวเมือง จอแจด้วยรถราที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น รถบัสพาฉันและเพื่อนๆ ร่วมทาง เดินทางมุ่งหน้าสู่ตอนเหนือของอุดรธานี อ้อ...บอกก่อนว่า คราวนี้พาเที่ยววัดป่าซะไกลสุดขอบจังหวัด และรำลึกเรื่องราวของชาวไทยเชื้อสายจีนกันที่มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ในตัวเมือง ในระยะเวลาสัก 2 วันกำลังสบายๆ
ถึงอุดรธานีมื้อใกล้เที่ยงทั้งที ก็ต้องลิ้มลองแหนมเนือง "วีที" ที่ขึ้นชื่อของอุดรฯ ซะก่อน อืม...ไม่แปลกใจคนเยอะจริงๆ ระยะการแย่งแหนมเนืองก็ใช้เตาย่างกึ่งอัตโนมัติ ย่างเป็นแถวยาว พอเลื่อนมาถึงปลายทางก็สุกเหลืองกำลังดี มีทั้งส่งเข้าห้องอาหารของร้านและบรรจุกล่องขายเป็นของฝากอีกด้วย
อิ่มท้องก็เริ่มเดินทางกันต่อ เป้าหมายแรกที่อยากชวนไปเที่ยวคราวนี้ ก็คือ "วัดป่าภูก้อน" ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บ้านก้อง อ.นายูง ซึ่งพื้นที่ตั้งของวัด อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม รอยต่อของ 3 จังหวัด คืออุดรธานี เลย และหนองคาย
รถบัสแล่นห่างตัวเมืองออกไปเรื่อยๆ เห็นถึงความเจริญของตัวเมืองอุดรธานีที่ค่อยๆ ขยายออกไปรอบนอก บริษัทใหญ่ๆ ทั้งรถยนต์และก่อสร้าง มาตั้งโรงงานและสำนักงานกันคึกคัก ไม่นับห้างสรรพสินค้า และมอลล์ที่มาเปิดสาขาที่อุดรฯ ว่ากันว่า ยอดขายถล่มทลายทำรายได้ติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว โดยเฉพาะลูกค้าจากลาวที่มาซื้อสินค้ากันครั้งละมากๆ
ราว 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็สะดุ้งตื่นจากสภาพเส้นทางที่รู้เลยว่าหมดทางเรียบซะแล้ว อย่างที่บอกไป วัดป่าภูก้อนอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน เส้นทางก่อนถึงวัดจึงเป็นทางลูกรัง ผ่านแนวป่าเข้าไป ซึ่งที่มาของวัดนี้ก็เกิดจากความที่เห็นสภาพป่าต้นน้ำลำธารกำลังถูกทำลายไป จึงได้มีการทำหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อสร้างวัดในเนื้อที่ 15 ไร่ จากกรมป่าไม้ และเพื่อรักษาบริเวณวัดให้คงสภาพป่าอย่างสมบูรณ์ คณะศรัทธาจึงพยายามอย่างหนักที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่โดยรอบวัดด้วย จนที่สุดได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อจัดตั้งพุทธอุทยานมีเนื้อที่ 1,000 ไร่ และได้รับขนานนามว่า "พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน" และต่อมากรมป่าไม้ยังได้เพิ่มพื้นที่ป่ามาให้วัดป่าภูก้อนดูแลเพิ่มเติมอีก รวมเป็นกว่า 3,000 ไร่ เพื่อรักษาป้องกันไฟป่าและการบุกรุกทำลายป่า ล่าสัตว์
ทางขึ้นก่อนถึงวัด ค่อนข้างชัน แต่ก็รู้สึกได้ถึงความร่มรื่น ร่มเย็นของผืนป่า และต้นไม้ใหญ่ๆ ที่เห็นได้ในรายทาง ยิ่งฝนตกพรำๆ แบบนี้ อากาศเย็นกำลังสบาย รถไปจอดที่บริเวณลานจอดรถ ด้านหน้า พระมหาเจดีย์ ที่มีชื่อว่า “พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” เพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถสองแถว เพื่อขึ้นไปยังที่ตั้งวัดป่าภูก้อนด้านบนเขา ถ้าเป็นรถกระบะ หรือรถเก๋งก็สามารถขึ้นไปได้เลย
ระหว่างรอเปลี่ยนรถขึ้นไป ฉันเลยสวมเสื้อกันฝน เดินขึ้นบันไดไปยังองค์พระเจดีย์ กว่าจะขึ้นไปถึง มีแอบหอบหายใจระหว่างทางซะหน่อย รู้แต่ว่ากลับบ้านมาคราวนี้คงต้องฟิตร่างกายอีกยกใหญ่ (ฮา) ขึ้นไปถึงด้านบน จะเห็น พระร่วงรุ่งโรจน์ศรีบูรพา พระประธานหน้าองค์พระมหาเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศ
ด้านบนสามารถมองเห็นวิวของป่าเขาไปได้ไกลถ้าอากาศโปร่ง แต่ยามฝนพรำแบบนี้ มีหมอกลอยอ้อยอิ่ง สวยงามไปอีกแบบ องค์พระมหาเจดีย์นี้ เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 และได้อัญเชิญตราสัญลักษณ์ และพระรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประดิษฐานภายในองค์พระมหาเจดีย์ด้วย
กลับลงมาขึ้นรถสองแถว เดินทางขึ้นไปยังวัดบนยอดภูเขาในพุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน ซึ่งประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี ยาว 20 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหญ่ ตัววิหารและศาลาโดยรอบก็มีเอกลักษณ์ โดยยอดจั่วทุกมุมจะเป็นเลขเก้าไทย (๙ ) เพื่อถวายแด่ในหลวงนั่นเอง
จากวัดป่าภูก้อน กลับมาสู่ความคึกคักของตัวเมืองอุดรธานีอีกครั้ง แวะเยี่ยมชม ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ของมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ถึงได้ทราบว่า อุดรธานีเป็นเมืองที่มีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่อาศัยเป็นจำนวนไม่น้อย โดยมีถึง 11 ตระกูลแซ่ ที่เข้าไปทำมาค้าขาย ทำธุรกิจอยู่ในอุดรธานีในช่วง 120 ปีที่ก่อตั้งจังหวัดนี้มา
ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน หรือที่บางคนเรียกติดปากว่า ศาลเจ้าปู่-ย่า ก็เพราะตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าปู่-ย่า ด้านทิศตะวันตก และดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ตั้งแต่รวมรวบเงินจากผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินโรงน้ำแข็งมาสร้างเป็นศูนย์วัฒนธรรม เพียงผ่านประตูก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีน ทั้งตัวอาคาร และการตกแต่งสวน ภายใต้ชื่อ "สวนคุณธรรมพันปี 24 กตัญญู" ที่นอกจากจะมีต้นไม้มงคลของจีนสารพัดชนิด บ่อปลาคาร์พจักรพรรดิแล้ว รอบสระบัวตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนสูง บอกเรื่องราวของตำนานสุดยอดกตัญญูของแผ่นดินจีนด้วย
ส่วนภายในตัวอาคารพิพิธภัณฑ์คุณธรรม จะบอกเล่าเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้าไปทำมาค้าขาย และเรื่องราวของเทพเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี ชั้นใต้ดินยังมีเรื่องราวของ ขงจื่อ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวจีน เรียกว่าครบครันกับการรับรู้ประเพณีและเรื่องราวของบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายจีนกันที่นี่ล่ะ
มาอุดรธานีเที่ยวนี้ เลยทำให้มองอุดรฯ ในมุมใหม่ เหมือนเห็นชุมทาง มากกว่าทางผ่าน เหมือนที่แล้วมา
...............................
(วัดป่า ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี : คอลัมน์ชวนเที่ยว)



