
'เจ้เล้ง'ดอนเมือง ปรับฐานเน้นขายของถูก
'เจ้เล้ง' ดอนเมือง ปรับฐาน เน้นขายของถูกจากยุโรป : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์
เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 จะดีกับใครบ้างก็ไม่รู้ แต่สำหรับผู้ประกอบการไทยแล้ว 'เจ้เล้ง' ดอนเมือง บอกว่าเสียเปรียบ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่สายป่านไม่ยาว !
อารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล หรือ 'เจ้เล้ง' กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ แอนด์ เจ บิวตี้โปรดักส์ จำกัด ผู้บริหารร้านเจ้เล้ง ดอนเมือง บอกว่าสินค้าของไทยส่วนใหญ่รับจ้างผลิต ไม่มีแบรนด์ของตัวเอง ผู้ประกอบการค้าปลีกก็ลำบาก เพราะเจ้าของแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดเอง ซึ่งเธอโดนมาแล้วจากคู่ค้าญี่ปุ่น ตอนนี้เลยหันไปมองหาสินค้าจากยุโรปแทน
"เราไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์ ต้องรับจากเขามาขาย เมื่อก่อนเรานำเข้าเป็นหนึ่งเดียว ต่อไปต้องอยู่ในอาณัติ คนไทยจะสร้างแบรนด์แข่ง แฟชั่นไม่ทันสมัยเท่า ที่ทำก็เอามันเพื่อโปรโมทตัวเอง ไม่ใช่ออกสู่ตลาดสากล พวกนำเข้าลำบาก"
ขณะเดียวกันเห็นแนวโน้มว่าผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง จึงปรับพอร์ตสินค้าในร้านใหม่ เน้นขายของราคาถูก 90 เปอร์เซ็นต์ สินค้ามีแบรนด์ 10 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เน้นสินค้ามีแบรนด์ 90 เปอร์เซ็นต์ ของถูก 10 เปอร์เซ็นต์ แม้ยอดจะขายลดลง 15 เปอร์เซ็นต์ แต่ขายมากชิ้นขึ้น
"เดิมนำแต่ของแพงๆ เข้ามาขาย แต่ก่อนมีไม่กี่แบรนด์ ขายลิปสติกสามสี่ยี่ห้อ แท่งละพันบาท แบรนด์หนึ่งขายได้ร้อยแท่งเดี๋ยวนี้ขายได้ 1 แท่ง ตอนนี้ขายของราคาถูก แท่งละร้อยกว่าบาทแต่ได้จำนวนเยอะขึ้น เราแนะนำให้ลูกค้าซื้อของถูก แต่ใช้ให้ถูกวิธี เราเปลี่ยนมาสามสี่ปี รู้ว่าโลกเปลี่ยนแล้ว.. คนที่ซื้อของได้ตลอดเขาเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม เราบอกลองเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้อนี้สิ ไม่ดีก็ทิ้ง เพราะชิ้นละไม่กี่ตังค์ ของที่แนะนำชั้นลองใช้ทุกอย่างค่ะ ที่ร้านไม่เหมือนที่อื่น สามารถเปลี่ยนของที่วางขายได้เรื่อยๆ ไม่ยึดติดแบรนด์"
"ตอนนี้เรานำเข้าจากยุโรป อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ตุรกี ฮังการี ตะวันออกกลาง ปีละ 10-20 แบรนด์ ทำมาสองปีแล้ว ใครไม่เล่น เราเล่น เมื่อก่อน 90 เปอร์เซ็นต์เป็นสินค้าญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ เพราะญี่ปุ่นทำตลาดเอง แต่ก็ขายไม่ได้ เพราะวางทั่วไปหมด สมัยที่เราขายต้องมาซื้อที่ร้านเจ้เล้งเท่านั้น สินค้าญี่ปุ่นคนที่ใช้คือวัยรุ่น ของพวกนี้ไม่จีรังยกเว้นแบรนด์ดัง เราไม่ยึดติดหันมาขายสินค้าจากยุโรปแทน"
ตอนนี้เจ้เล้งเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองแล้ว ! โดยสั่งผลิตดินสอลิปสติกจากเยอรมนี ติดแบรนด์ "NYLA" ซึ่งจดชื่อที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อสองปีก่อน
ทำไมต้องลิปสติก? เจ้เล้งบอกว่าดินสอลิปสติกที่วางขายในร้าน แบบพื้นๆ ราคา 300 บาท หากมีชื่อก็อยู่ในหลักพันบาท แล้วคนไทยไม่ค่อยนิยมเพราะกบเหลาลิปสติกอันละ 400 บาท แต่ไหนๆ จะทำทั้งที เจ้าแม่ดอนเมืองเลยคิดให้ครบ สั่งให้ลูกเพื่อนไปดูที่จีน ได้ต้นทุนแสนถูกก็เอามาแพ็กคู่กัน ซื้อดินสอลิปสติกแถมกบเหลาให้ด้วย ราคา 125 บาท !
แถมโรงงานผลิตลิปสติกไม่โนเนมนะคะ สืบมาแล้วว่าลิปสติกลักษณะนี้ที่วางขายในไทย มาจากโรงงานในประเทศเยอรมนี ก็สั่งผลิตจากที่นั่นเหมือนกัน
สามเดือนก่อนสั่งลอตแรกมาแสนแท่ง ตอนนี้ขายเกือบหมดแล้ว และกำลังจะแตกไลน์ทำบรัชออน อายไลเนอร์ ในแบรนด์เดียวกัน
"จริงๆ น่าจะทำตูมเดียว ไม่เอา เดี๋ยวบาดเจ็บ ลิปสติกขายหมดรอบแรกก็ได้ทุนคืนแล้ว ได้เงินไปซื้อลอตใหม่ บรัชออนเราสั่งผลิตจากอิตาลี คือแต่ละประเทศมีของดีที่สุด เราก็ไปสั่งจากที่นั่น"
แต่แหม สั่งผลิตสินค้าจากยุโรปนี่นะ ไกลก็ไกล แล้วจะขายถูกได้ยังไง แถมเป็นลูกค้าหน้าใหม่อีก? เจ้เล้งตอบกลั้วหัวเราะว่าพร้อมยกตัวอย่างประโยคที่คุยกับฝรั่งว่า
"แคชๆๆ โนเดพโพสิท, แคช เอฟเวอรี่ทิง ยูโนว์? คู่ค้าชอบมากเลย" และฝากปิดท้ายมาว่าทางร้านจัดโปรโมชั่นพิเศษระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-9 กันยายน 2556
ผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมแวะไปละลายทรัพย์ !
................................
('เจ้เล้ง' ดอนเมือง ปรับฐาน เน้นขายของถูกจากยุโรป : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)



