ไลฟ์สไตล์

ม.มหาสารคามจัดอบรมการทำขันหมากเบ็ง

ม.มหาสารคามจัดอบรมการทำขันหมากเบ็ง

23 ส.ค. 2556

สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดอบรมการทำขันหมากเบ็ง หวังถ่ายทอดภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน

              23ส.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มงานอนุรักษ์เอกสารโบราณ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดอบรม โครงการ “โฮงเฮียนถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน" เป็นการอบรมการทำขันหมากเบ็ง สัปดาห์ที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

              หลังจากที่ได้ทำแบบทดสอบหลังเรียนการอ่านเขียนอักษรธรรมอีสาน เสร็จแล้วได้อบรมการทำขันหมากเบ็งเพื่อใช้ในการประกอบพิธีต่างๆ โดยมีนายภูวดล อยู่ปาน นายนิพล สายศรี นักวิชาการศึกษา เป็นวิทยากรในการอบรม มีนิสิต นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 50 คน

              ขันหมากเบ็ง คือ กรวย หรือ ซวย ใบตองที่ประกอบขึ้นเป็นสี่เหลี่ยมสันฐานกลมและประดับด้วยดอกไม้ดอกไม้ใช้มักจะเป็นดอกไม้ขาวเช่น ดอกบานไม่รู้โรย ดอกรัก แต่ห้ามใช้ดอกสีขาวอย่างดอกจำปา และที่สำคัญไม่ควรใช้ดอกไม้แดง เพราะถ้าหากใช้ดอกไม้แดงจะเป็นเครื่องบูชาผีไทขันหมากเบ็งที่นิยมทำและใช้ในการประกอบพิธีกรรมทั้งทางพิธีพุทธและพิธีพราหมณ์จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ แบบ 5 ชั้นและแบบ 8 ชั้น

              ความหมายของคำว่า บายศรี ราชบัณฑิตอธิบายว่า "ภาชนะที่จัดตกแต่งให้สวยงามพิเศษด้วยใบตอง และดอกไม้สด เพื่อเป็นสำรับใส่อาหารคาวหวานในพิธีสังเวยบูชา และพิธีทำขวัญต่าง ๆ"

              บายศรี ในภาษาถิ่นอีสานได้ให้ความหมายว่า “บาย” ภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า จับต้อง สัมผัส

              “ศรี” เป็นคำมาจาก ภาษาสันสกฤตตรงกับ ภาษาบาลี ว่า สิริ แปลว่า มิ่งขวัญ คำว่า “บายศรี ” ความหมายของชาวอีสาน แปลว่า ข้าวขวัญ หรือ สิ่งที่น่าสัมผัส กับความดีงาม

              และผู้รู้หลายท่านอธิบายว่ามาจากคำว่า "บาย" ในภาษาเขมร แปลว่า "ข้าว" ส่วนคำว่า "ศรี" หมายถึง มิ่ง สง่า ความเจริญ รวมกันแล้ว หมายถึง "โภชนาการอันเป็นมิ่งมงคล" ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า “บายศรี” หมายถึงภาชนะบรรจุอาหารที่เป็นมงคลเพื่อใช้ในพิธีกรรมที่เป็นมงคล โดยอาจประดิษฐ์ตกแต่งด้วยเครื่องสด เช่น ใบตอง ดอกไม้ จัดตกแต่งบนภาชนะรองเช่นพาน โตก วางเรียงเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป จำนวนชั้นขึ้นอยู่กับโอกาส ความสำคัญในการใช้งาน

.................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)