ไลฟ์สไตล์

อพยพนักเรียนไทยในอียิปต์

อพยพนักเรียนไทยในอียิปต์

22 ส.ค. 2556

อพยพนักเรียนไทยในอียิปต์ : คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม

                การสลายผู้ชุมนุมคนรักบังซี ที่มัสยิดใหญ่ใจกลางเมืองรอบอะห์ อัลอาดาวียะห์ และหน้าจัตุรัสนะฮ์ดอ  มหาวิทยาลัยไคโร ประเทศอียิปต์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์วันนี้ทั้งหมด 14,813 คน อูลามะ (ผู้มีความรู้เรื่องศาสนา) มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรเสียชีวิต 30 คน ประชาชนธรรมดาทั่วไป 2,500 คน ถูกจับ 3,000 คน บาดเจ็บ 1 หมื่นคน กระทรวงการต่างประเทศอนุมัติให้มีการอพยพคนไทยในอียิปต์กลับ โดยประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร และได้ประสานต่อไปยังคณะกรรมการบริหารสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์

               แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่ยังอาศัยอยู่ในประเทศอียิปต์โดยไม่ได้มีการอพยพแต่อย่างใด สมศักดิ์ พระยีเกะ  นายทะเบียนสมาคม บอกว่านักศึกษาที่ขอกลับบ้านทั้งหมด 1,200-1,300 คน กลับไปแล้วเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 614 คน วันนี้ (20 ส.ค) เปิดรับรายชื่อที่จะกลับใหม่ โดยจัดคิวให้นักศึกษาที่มีครอบครัว และนักศึกษาหญิงก่อนเป็นอันดับแรก และจะตามด้วยนักศึกษาชาย คณะกรรมการบริหารสมาคมเต็มใจและเต็มที่ที่จะช่วยประสานให้น้องๆ พี่ๆ ทุกคนได้เดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนกันทุกคน ขอบคุณสถานเอกอัครราชทูต กระทรวงการต่างประเทศ ที่อนุมัติให้เดินทางกลับประเทศไทย

               วิภา สมศรี เจ้าของร้านอาหารไทย 2 แห่ง ณ เมืองเอลกูน่า และเมือเฮอร์กาด้า ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ถนนปิดหมดเลยไปไหนก็ไม่ได้  แต่ถ้าต้องการออกไปจริงก็สามารถออกไปตามเส้นทางนอกเมืองได้ ในส่วนของลูกค้าซึ่งเป็นชาวต่างชาติก็ยังมีบ้างที่เมืองเอลกูน่า แต่ในตัวเมืองเฮอร์กาด้าลูกค้าเงียบสนิทไม่มีสักคน

               อับดุลเลาะ สมาแอ นักศึกษา ม.อัลอัซฮัร เขตซะเราะ ซึ่งยังคงพำนักอยู่อย่างปกติ ตลาดนัดก็ยังมีการขายของสดอยู่สม่ำเสมอ ร้านค้าก็เปิดตามปกติมีปิดบ้าง ไม่คิดจะกลับเลย เพราะรู้อยู่ว่าไม่ได้ร้ายแรงตามสื่อทางโทรทัศน์แต่อย่างใด ตอนนี้ก็รู้สึกเหงาๆ เพราะเพื่อนหลายคนต่างเดินทางกลับ แต่เพราะคิดว่ายังอยู่ได้ และยังเดินไปไม่ถึงฝันก็คงต้องอยู่ต่อไป เพราะอยู่ที่อียิปต์มานานเลยรู้ว่า ความรุนแรงของเขาไม่ได้ร้ายแรงแต่อย่างใด 

               จิระศักดิ์ จันทร์ผ่อง เช่าบ้านอยู่ใกล้กับหอพักนานาชาติที่นักศึกษาไทยที่มาทุนอาศัยอยู่ เขตตรงนี้แทบจะไม่มีอะไรเลย หรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ว่าได้ เพราะยังออกไปไหนมาไหนได้สะดวก ในเวลากลางวัน  อยู่ห่างไกลจากที่เกิดเหตุหลายกิโลเมตร ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาไทยจะอยู่ไกลจากที่เกิดเหตุ จะมีติดขัดก็การเดินทางออกนอกบ้าน เพราะไม่ค่อยมีรถประจำทางวิ่ง การเป็นอยู่ไม่ได้แร้นแค้นอะไรเลย ปกติเหมือนที่ผ่านมา เงินยังกดได้ ข้าวของหาซื้อได้สะดวก ราคายังคงปกติ มีบ้างที่ขึ้นราคาแต่ก็ไม่มากจนเกินไป

               "ถ้าถามว่าจะกลับฟรีไหม ผมไม่ต้องการครับ เพราะเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่เพิ่งจะเกิด มันเกิดมาก่อนหน้านี้หลายวันแล้ว ถ้ากลัวจนอยากกลับบ้านจริงๆ กลับตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์แล้ว เพราะยิงกันก่อนหน้านี้ก็มีบ้างแล้ว ฉะนั้นอยากจะบอกว่า อย่าตื่นตูมอะไรกันมากมาย เพราะคนไทยอีกมากมายที่ยังอยู่ ณ ที่อียิปต์ แต่ด้วยความเป็นห่วงของพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านเป็นเรื่องธรรมดาที่กลัวว่าลูกจะประสบอุบัติเหตุก็เลยอยากให้กลับบ้าน" จิระศักดิ์ กล่าว

               อรุณี เจิมกระแจะ สาวจิวเวลรี่ บริษัท Mina Jewelery บริษัทที่ใหญ่ที่สุดและมีคนไทยมากที่สุดให้สัมภาษณ์ว่า ทำงานตามปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผู้จัดการให้กลับบ้านเร็วขึ้น ไม่ได้กลัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าจะให้กลัว กลัวการปฏิวัติครั้งแรกมากกว่า ตลาดก็ยังคึกคักเหมือนเดิม และที่สำคัญเจ้านายซึ่งเป็นคนอาหรับจะบอกเล่าถึงสถานการณ์และเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงไม่เป็นปัญหาในการทำงานรวมถึงการเป็นอยู่ของพวกเรา ตอนนี้เปลี่ยนเวลาจากที่เคยเลิกงานสามทุ่มให้เป็นหกโมงเย็น ไม่ขอกลับเพราะที่นี่ดีที่สุดแล้ว

                ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่รัฐก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว รวมถึงคณะกรรมการสมาคม และสถานเอกอัครราชทูต ขอให้พี่ๆ น้องๆ ที่อพยพกลับครั้งนี้ เดินทางโดยสวัสดิภาพกันทุกคน

 

..........................................

(อพยพนักเรียนไทยในอียิปต์ : คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม)