
มนต์เสน่ห์แห่งแดนภารต
ศิลปวัฒนธรรม : มนต์เสน่ห์แห่งแดนภารต
เพียงย่างเท้าเข้าบริเวณฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน เข้าใจว่าเดินผ่านไทม์แมชชีนของโดเรมอน เพราะอยู่ๆ เรื่องราวของอินเดีย ทั้งส่าหรีสีสันสวยงาม ศิลปะ ภาพวาด และ เครื่องลายครามแบบแขก ก็มาประจันหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เดินมาอีกนิดเสียงเพลงภารตสะท้อนเข้าโสตประสาท จนต้องหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้งว่า ตกลงตอนนี้เราอยู่ที่ไหน
แล้วก็ได้คำตอบว่ายังอยู่เมืองไทย ใจกลางกรุงเทพมหานคร เพียงแต่กำลังเข้ามาสัมผัสอินเดียผ่านงาน "สยาม พารากอน อินเครดิเบิล อินเดีย วีก" ที่สถานทูตอินเดีย ร่วมกับ สยามพารากอน จัดขึ้นเพื่อฉลองวันชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี และเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสาธารณอินเดียและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เจ้าภาพคนสำคัญ อนิล วาธวา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย จึงเนรมิตงานให้เป็นแดนภารตะอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งผลงานจิตรกรรม หัตถกรรม ศิลปะ ภาพวาด การแสดง จนถึงแฟชั่นโชว์พัสตราภรณ์อินเดียร่วมสมัย จากสองดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของอินเดีย จอย มิทรา และ วิคราม พัดนีส์
งานนี้เปิดตัวแบบวัฒนธรรมอินเดียขนานแท้ ด้วยการเชิญประธานในพิธีขึ้นจุดเทียนตามประเพณีแดนภารต ด้วยการวางเทียนบนเชิงบูชา ต่อด้วยการแสดง "ภารตนาฏยา" คือการระบำบูชาเทพเจ้า ซึ่งถือเป็นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย มีต้นกำเนิดมาจากรัฐทมิฬนาฑูทางตอนใต้ของอินเดีย มีรากฐานมาจากการรำถวายพระพรเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ลีลาการระบำนั้นรวดเร็ว มีท่าทางและจังหวะชัดเจนสื่อความหมายด้วยมือและสื่ออารมณ์ผ่านสีหน้า นักระบำแต่งกายอย่างวิจิตรงดงาม ร่ายรำไปพร้อมการขับร้องและบรรเลงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีโบราณ ได้แก่ ไวโอลิน และ กลองสองหน้า นับเป็นการผสมผสานความงดงามแห่งนาฏยลีลากับท่วงทำนองอันไพเราะแห่งคีตศิลป์อย่างแท้จริง โดยศิลปินนักระบำผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ภารตนาฏยาระดับแนวหน้าของอินเดีย มีนาคชี่ ชรีนีวาซัน ศิลปินแห่งสภาความสัมพันธ์วัฒนธรรมอินเดีย ซึ่งได้รับเกียรติให้เป็นผู้ถ่ายทอดนาฏศิลป์อันทรงคุณค่านี้ในหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และในเอเชีย ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย
ในขณะที่แฟชั่นที่นำมาโชว์ เริ่มจากผลงานการออกแบบของ จอย มิทรา เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์หนุ่มชื่อดังที่มีสไตล์การออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่งามสง่า โดดเด่นด้วยการผสมผสานสีสันและกลิ่นอายร่วมสมัยที่ยังคงไว้ซึ่งความงดงามตามแบบฉบับอินเดียได้อย่างชัดเจน และยังเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับภาพยนตร์และดาราบอลลีวู้ดมากมาย ซึ่งครั้งนี้นำเสนอผลงานการออกแบบเพื่อฉลองครบ 100 ปีของภาพยนตร์บอลลีวู้ด ที่ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์และสีสันแห่งบอลลีวู้ด ด้วยลายปักแสนวิจิตร และลายพิมพ์สีสด
ส่วน วิคราม พัดนีส์ เป็นที่รู้จักในฐานะดีไซเนอร์เจ้าของผลงานการออกแบบที่วิจิตรงดงาม ซึ่งมีทั้งผลงานแฟชั่นระดับกูตูร์ ชุดเจ้าสาวสไตล์อินเดีย และ เสื้อผ้าเรดี้-ทู-แวร์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความงามและแนวคิดล้ำสมัย ซึ่งผลงานของเขายังได้สร้างชื่อเสียงไกลถึงชิคาโก ดูไบ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โยฮันเนสเบิร์ก และอีกหลายประเทศ โดยวิคราม พัดนีส์ อวดโฉมผลงานระดับกูตูร์ที่ถ่ายทอดความร่าเริงแห่งจิตวิญญาณ เพื่อร่วมฉลองในโอกาสสำคัญนี้ ที่ผสมผสานความสร้างสรรค์เข้ากับบรรดาสรรพสีสันอันสดใส ทั้งส้ม เหลือง เขียวสด เขียวมิ้นท์ ไปจนถึงทองครีม งาช้าง พร้อมฝีมือการจับเดรปสุดประณีต ซึ่งดีไซเนอร์ทั้งคู่ได้นำเสนอผลงานบนเวทีแฟชั่นวีกชั้นนำของอินเดียอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าดาราบอลลีวู้ดระดับแนวหน้ามากมาย
เท่านั้นยังไม่พอยังได้ชมการแสดงเชิดสิงโตและจามรีแบบอินเดีย โดยคณะทาวาง สโนว์ ไลอ้อน จากรัฐอรุณาจัลประเทศในโอกาสเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้เพื่อสื่อถึงสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองเพื่อเป็นการตอกย้ำความสวยงามในขนบธรรมเนียมในแดนภารตเป็นการปิดท้าย



