'โซนนิ่ง'ทางเลือกสู่ทางรอดเกษตรกรไทย
เร่งจัดระเบียบ 'โซนนิ่ง' ภาคเกษตร ทางเลือกสู่ทางรอดเกษตรกรไทย : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน
นโยบายการจัดระเบียบพื้นที่ทางการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือระบบ "โซนนิ่งภาคเกษตร" นั้น ไม่เพียงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรให้รู้จักวางแผนการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต แต่ยังเป็นยกระดับความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรของประเทศอีกด้วย
ในขณะที่ความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวยังมีปัญหาและอุปสรรคหรือไม่ อย่างไร "คม ชัด ลึก" มีโอกาสจับเข่าคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ยุคล ลิ้มแหลมทอง" ฐานะแม่งานใหญ่ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
นโยบายโซนนิ่งภาคเกษตรขณะนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
ขณะนี้เราได้มีการกำหนดเขตพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกพืชแล้ว 13 ชนิด สัตว์น้ำ 2 ชนิด ตอนนี้สามารถจะบอกได้ว่าในประเทศไทย พื้นที่เกษตรกรรม 150 ล้านไร่ เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชชนิดไหนบ้าง ในจังหวัดไหน ตำบลไหน อำเภอไหน เหมาะจะทำการเกษตรปลูกพืชชนิดใด หรือเหมาะสมที่จะทำปศุสัตว์หรือเลี้ยงสัตว์น้ำอะไรบ้าง จากนั้นต้องสำรวจข้อมูลจากพื้นที่จริง โดยให้แต่ละจังหวัดจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา มีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและตัวแทนสภาเกษตรกรในแต่ละจังหวัดด้วย ล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ได้มีการส่งข้อมูลเข้ามาถึงส่วนกลางเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการกลั่นกรองโดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานเรื่องโซนนิ่ง ท่านได้ให้นโยบายเน้นในเรื่องการจัดระบบตลาดรองรับเรื่องของการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ให้มีความสมดุลในเรื่องดีมานด์และซัพพลาย
ตัวชี้วัดความเหมาะสมของพื้นที่ในการปลูกพืชแต่ละชนิด
สำหรับสินค้าทางการเกษตรที่อยู่ในพื้นที่โซนนิ่งต่างๆ นั้น เราได้มีการคัดเลือกพืชที่จะนำร่องไว้แล้ว 3 ชนิดคือ ข้าว อ้อยและมันสำปะหลัง ปรากฏว่าเราได้มีการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ทำนาทั่วประเทศ 70 ล้านไร่ แต่พื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำนาจริงๆ มีเพียง 43 ล้านไร่ อีก 27 ล้านไร่เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ทางสมาคมผู้ประกอบการ ก็มีความต้องการที่จะได้ผลผลิตอ้อยเพิ่มอีก 100 ล้านตัน โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถผลิตอ้อยได้ทั้งหมด 100 ล้านตัน หมายความว่าเราสามารถที่จะเพิ่มพื้นที่ที่จะปลูกอ้อยได้อีกประมาณ 10 ล้านไร่ เขาก็ขอให้เราช่วยปรับพื้นที่เพื่อจะขยายการผลิต จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่แล้วพบว่าในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมที่จะปลูกข้าว หรือเหมาะสมน้อย แต่สามารถที่จะปลูกอ้อยได้มีอยู่ประมาณ 8-10 ล้านไร่ ทางนายกรัฐมนตรี จึงให้ใช้อ้อยเป็นโมเดลพืชนำร่องในการทำโซนนิ่งการเกษตร เพื่อนำผลผลิตป้อนโรงงานน้ำตาลมีอยู่ 51 โรงงานทั่วประเทศ ตั้งอยู่ใน 45 จังหวัด ณ วันนี้มีข้อมูลแจ้งเข้ามาแล้วประมาณ 37 จังหวัด สามารถปลูกอ้อยได้ทันทีประมาณ 2 ล้านไร่ ระหว่างนี้ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปตรวจสอบและพูดคุยกับตัวเกษตรกรโดยตรง พร้อมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะทำความเข้าใจ ซึ่งขณะนี้เป็นขั้นตอนที่เรากำลังจะลงพื้นที่พูดคุยกับตัวเกษตรกรโดยตรง ไปดูจุดเปลี่ยนว่าเกษตรกรจะยอมรับในระบบโซนนิ่งได้มากน้อยแค่ไหน
มีวิธีดำเนินการอย่างไรในการปรับเปลี่ยนระบบการปลูก
ตอนนี้พื้นที่เดิมมีการปลูกข้าวอยู่ เราก็ต้องไปดูในฤดูกาลต่อไปว่าจะดำเนินการปรับเปลี่ยนได้อย่างไร อ้อยอาจใช้ระยะเวลาประมาณปีครึ่ง ตั้งแต่การเตรียมดิน ปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวและปลูกครั้งเดียวอยู่ได้ 3 ปี โดยไม่ต้องไปทำอะไร แค่ดูแลเรื่องการใส่ปุ๋ยอย่างเดียว ก็จะสามารถทำได้ต่อเนื่อง แต่ข้าวจะต้องปลูกในทุกๆ 4 เดือน การจำนำข้าวของเกษตรกรเมื่อเปรียบเทียบกับราคาของอ้อย อ้อยก็ได้ราคาที่ดีกว่า เมื่อเทียบต่อไร่ ในตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกษตรกรต้องรู้จักคิดว่าจะต้องเลือกเดินทางไร ถ้ายังคงปลูกพืชในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เกษตรกรลงทุนไปมันก็ไม่คุ้ม
ส่วนพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมนั้น โรงงานน้ำตาลจะรู้อยู่แล้วว่าในพื้นที่จังหวัดไหน ควรใช้พันธุ์อ้อยใดที่เหมาะสมกับพื้นที่ และต้องดูว่าพันธุ์ไหนให้ปริมาณน้ำตาลได้มาก มันสำปะหลังเราก็จะเน้นเรื่องของพลังงาน เอาไปทำแป้ง ทำเอทานอล มันมีความต่อเนื่องอย่างนี้ ส่วนที่เป็นโมลาส (Molasses)หรือผลพลอยได้จากการผลิต ก็เอาไปทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อนำกลับมาใส่อ้อยอีกครั้ง มันมีการจัดระบบเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกัน
กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรก็จะเข้าไปช่วยเสริมร่วมกับส่วนการวิเคราะห์ดิน กรมพัฒนาที่ดิน เพราะมีข้อมูลดินทุกชนิดอยู่แล้วดูว่า ตำบลนี้เหมาะสมที่จะปลูกพืชอะไร โซนนิ่งเป็นเรื่องของหลักวิชาการ ไม่ใช่เรื่องที่ใครเคยปลูกอะไรอยู่แล้ว เราไปประกาศว่าพื้นที่นั่นเหมาะกับการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์บางประเภทแบบไร้ข้อมูลอ้างอิง แต่โซนนิ่งเป็นเรื่องวิชาการ เอาข้อมูลมาดูว่าดินน้ำอากาศเฉลี่ยทั้งปีว่ามีสภาพอย่างไร เพื่อที่จะให้เกิดความยั่งยืนและให้เกิดการผลิตที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแบบชั่วคราวแล้วผ่านไป ไม่ใช่แบบนั้น มิเช่นนั้นภาพของการเกษตรก็จะไม่เกิดความยั่งยืน
นอกจากพืชแล้วในส่วนของปศุสัตว์เป็นอย่างไร
เรื่องปศุสัตว์ เราจะใช้การเลี้ยงโคเนื้อมานำร่องและเป็นฐาน มีการวางระบบปลูกพืชเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ เพราะสัตว์สี่กระเพาะกินหญ้าเป็น จึงต้องมีการจัดพื้นที่ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์ที่เหมาะสม ส่วนการทำประมง ก็เลือกการเลี้ยงปลานิลหรือปลาสลิดนำร่อง ก็แล้วแต่ความเหมาะสม ซึ่งเราจะดูเรื่องการจัดพื้นที่ การทำเรื่องแหล่งน้ำให้ ซึ่งตรงนี้กรมประมงได้มีการประกาศแล้วว่าพื้นที่ที่เหมาะสมจะเลี้ยงปลาแต่ละชนิดอยู่แหล่งไหนแล้วคุณภาพของน้ำเป็นอย่างไร เรื่องของดิน เรื่องค่า Ph ของน้ำที่เหมาะกับการเลี้ยงปลาควรเป็นอย่างไร ก็จะเน้นแต่ปลาน้ำจืด
ในส่วนของการตลาดที่จะมารองรับระบบโซนนิ่ง
ระบบการตลาดของพืชแต่ละชนิด แบ่งออกเป็นสองส่วน 1.ตลาดที่ทำอยู่เดิม ก็มีข้อมูลชัดเจนแล้วว่าตลาดอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนซื้อ ส่วนพื้นที่ที่เราไปส่งเสริมให้ปลูกพืชบางชนิดเพิ่มมากขึ้น แล้วเราค่อยมาดูว่าปลูกแล้วจะไปขายใคร ตอนนี้จะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เราต้องไปเจรจาหาคนมาลงทุนก่อน แล้วจึงจะมากำหนดว่าเกษตรกรที่จะปลูกพืชในพื้นที่นั้นเป็นใคร อย่างกรณีของบุรีรัมย์เราก็จะมีโรงงานน้ำตาลใน จ.บุรีรัมย์ กำลังการผลิตของโรงงานยังมากกว่าปริมาณผลผลิตอ้อยใน จ.บุรีรัมย์ ที่จะป้อนให้แก่โรงงาน และเขาพร้อมที่จะขยาย
หรืออย่างลำไย ผมเพิ่งกลับจากเชียงใหม่ ตอนนี้ลำไยกำลังออก มีการคาดคะเนว่าปีนี้ผลผลิตลำไยจากภาคเหนือจะออกมาก แต่พอไล่ดูข้อมูลจริงๆ ก็พบว่าปีนี้ลำไยจะออกมาเท่าๆ กับปีที่แล้วหรือน้อยกว่านิดหน่อย เราก็มาดูว่าตลาดลำไยของเชียงใหม่ กลุ่มเป้าหมายคือใคร ก็ปรากฏว่ามีพ่อค้าจีน 3 คน พ่อค้าจากเวียดนาม 1 คน ตลาดก็เกิดการแชร์กัน ถ้าตลาดไปผูกขาดที่พ่อค้าจีน เขาก็กดราคาเราได้ และตอนนี้เราก็คุยกับทางอินโดนีเซีย ปรากฏว่าทางอินโดนีเซียก็จะเปิดตลาดรองรับให้ไทยส่งลำไยไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงสิ้นปีนี้ประมาณ 4,000-5,000 ตัน เราก็ต้องมองหาตลาดใหม่ๆ หรือช่องทางความเป็นไปได้ นอกเหนือจากตลาดเดิมๆ เพื่อดึงสินค้าเกษตรของไทยไป
นับเป็นอีกก้าวของภาคเกษตรไทยในการเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง
------------------------
(เร่งจัดระเบียบ 'โซนนิ่ง' ภาคเกษตร ทางเลือกสู่ทางรอดเกษตรกรไทย : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน)



