ไลฟ์สไตล์

'นักข่าวสายพันธุ์ใหม่'กับค่ายพิราบน้อย

'นักข่าวสายพันธุ์ใหม่'กับค่ายพิราบน้อย

18 ส.ค. 2556

'นักข่าวสายพันธุ์ใหม่'กับค่ายพิราบน้อย : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

                ในอนาคตจะมีสื่อนิวมีเดียเพิ่มมากขึ้น สื่อมวลชนในอนาคตต้องมีความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาทำข่าว เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ คลิป ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักนักสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงได้จัดค่าย "พิราบน้อย" รุ่นที่ 16 ขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 สิงหาคม ที่โรงแรมภูเขางามรีสอร์ท จ.นครนายก อบรมทำข่าวหนังสือพิมพ์ เริ่มตั้งแต่กระบวนการตั้งกอง บก. กระทั่งถึงได้หน้าหนังสือพิมพ์ และเป็นครั้งแรกที่มีการอบรมการทำคลิปวิดีโอเพิ่มขึ้น เมื่อผลงานของทุกกลุ่มสำเร็จจะมีคณะกรรมการตัดสินผลงานหนังสือพิมพ์และคลิปวิดีโอ

               ไพรัช มิ่งขวัญ ผู้จัดการโครงการค่ายพิราบน้อย รุ่นที่ 16 อธิบายว่า น้องๆ นักศึกษากว่า 60 คน จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่ส่งเรียงความ "หัวข้อ" นักข่าวสายพันธุ์ใหม่" และผ่านการคัดเลือก จะได้รับอบรมกระบวนการทำข่าว ตั้งแต่การทำงานของกองบรรณาธิการ (บก.) การคิดประเด็น ตั้งคำถามอย่างไรให้แหล่งข่าวตอบ เทคนิคการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากแหล่งข่าวไม่ตอบคำถาม

               ซึ่งเรียงหัวข้อ "นักข่าวสายพันธุ์ใหม่" ของธัญพิสิษฐ์ เลิศบำรุงชัย หรือ ทัศน์ นักศึกษาปี 3 นิเทศศาสตร์ ม.เนชั่น ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเรียงความดีเด่นอันดับที่ 1 ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของ อามีเนาะ อุเซ็ง จาก ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และอันดับที่ 3 พนิดา ลาดเหลา ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ 

                หลังจากอบรมเสร็จจะเป็นขั้นตอนลงมือปฏิบัติ มีการแบ่งกลุ่มเป็นสีแดง, เขียว, ขาว, ฟ้า และสีเหลือง กลุ่มละ 12 คน ช่วยกันทำหนังสือพิมพ์ 1 หน้ากระดาษมีข่าวพาดหัว ข่าวเศรษฐกิจ สกู๊ปข่าว ภาพข่าว และคลิปข่าวยาว 90 นาที ให้เวลา 10.00-23.00 น. ในวันที่เริ่มลงมือปฏิบัติการ และระหว่าง 09.00-12.00 น.วันรุ่งขึ้น นักศึกษาที่ร่วมค่ายทุกคนจะช่วยกันทำหนังสือพิมพ์ และคลิป และมีกรรมการตัดสินผลงาน

               พิชญ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร หรือ อุ้ม วัย 20 ปี นักศึกษาปี 3 สาขาวารศาสตร์ คณะวิทยาการการจัดการสารสนเทศ ม.มหาสารคาม บก.กลุ่มสีแดง บอกว่า การเข้าค่ายครั้งนี้เป็นการเตรียมตัว ปรับตัวเป็นนักข่าวสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำได้ทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวี เฟซบุ๊ก ทำให้ได้เห็นและเข้าใจกระบวนการการทำหนังสือพิมพ์ตั้งแต่การตั้งกองบรรณาธิการ การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ กระบวนการทำข่าว การทำวิดีโอคลิปข่าว ตลอดจนเทคโนโลยีในการทำข่าว เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก วิดีโอ คลิปข่าว เป็นต้น

               ขณะที่ ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล หรือ ปุ๋ย วัย 20 ปี นักศึกษาปี 3 นิเทศศาสตร์ ม.เนชั่น รีไรเตอร์กลุ่มสีแดง เล่าว่า เพื่อนในกลุ่มมีทั้งหมด 11 คน มีเพื่อนสมาชิกเป็นคนในพื้นที่ ทำให้รู้ข้อมูลเชิงลึกพื้นที่ว่า และเมื่อเร็วๆ นี้นายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณปรับพื้นที่เขื่อนขุนด่านฯ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว จึงตั้งประเด็นข่าว เสียงสะท้อนจากขุนด่านแลนด์ ลงพื้นที่สัมภาษณ์ความเห็นชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณเขื่อนขุนด่านฯ เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เสียงส่วนน้อยไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้จังหวัดอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

               ปุ๋ย บอกว่า การคิดประเด็นข่าวยังสามารถแตกประเด็นได้เพิ่มอีกหลายข่าวจากคำตอบของแหล่งข่าว เช่น  แหล่งข่าวเล่าว่า เขื่อนขุนด่านฯ มีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองมะเดื่อ ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่า ขณะนี้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำใช้ในการทำเกษตรกรรม แต่เมื่อมีโครงการดังกล่าวขึ้นมาชาวบ้านก็มีความหวังจะใช้น้ำ แต่ถึงวันนี้โครงการยังไม่แล้วเสร็จ จึงได้ประเด็นข่าวเพิ่มคือ เจาะโครงการคลองมะเดื่อ พบปัญหาเพียบ! ส่วนข่าวที่เหลือประกอบด้วย เงินสะพัดวัดหลวงพ่อปากแดง ปัญหาซ้ำซากน้ำตกสาริกา ร้านค้าดักโบกนักท่องเที่ยว เป็นต้น

               ธัญพิสิษฐ์ เลิศบำรุงชัย หรือ ทัศน์ นักศึกษาปี 3 นิเทศศาสตร์ ม.เนชั่น กลุ่มสีฟ้า เจ้าของเรียงความหัวข้อ "นักข่าวสายพันธุ์ใหม่" ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเรียงความดีเด่นอันดับที่ 1 (อ่านนักข่าวสายพันธุ์ใหม่ : MultiJournalism http://www.oknation.net/blog/tanpisit/2013/07/28/entry-3 เล่าว่า สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่ในการเข้าค่ายพิราบน้อยครั้งที่ 16 คือ เนื้อหาและกิจกรรมค่ายมีโจทย์ที่ท้าทายนักสื่อมวลชนรุ่นใหม่ คือการทำคลิปข่าวส่งด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ค่ายพิราบน้อยมีสอนเรื่องการถ่ายภาพวิดีโอ และการรายงานข่าวผ่านทวิตเตอร์ ถือเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการสื่อสารมวลชนไทย ที่ยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยี สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าวงการสื่อสิ่งพิมพ์ในไทยได้ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดอย่างสมบูรณ์

               สำหรับหนังสือพิมพ์ ที่คณะกรรมการเลือก ว่าภาพรวมของการจับประเด็นข่าวและการจัดหน้าหนังสือพิมพ์ได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1  คือ กลุ่มสีแดง "สุพรรณิกานิวส์" เนื้อหาเจาะโครงการคลองมะเดื่อ พบปัญหาเพียบ กรมชลแย้มเลื่อนไร้กำหนด อันดับ 2 สีฟ้า "ฟ้าสาส์น" เนื้อหา อึ้งครึ่งปีสถิติยาเสพติดเกลื่อน และอันดับ 3 สีเหลือง "มะยงชิดนิวส์" เนื้อหา หน่ายน้ำท่วมซ้ำซาก ชาวบ้านนครนายกเอือม ส่วนคลิปข่าวที่ 1 ได้แก่ สีขาว จากเรื่องขายของมือ 2 ในวัด ที่ 2 สีแดง เรื่อง เสียงสะท้อนขุนด่านแลนด์ และ 3 สีฟ้า เรื่อง ความงมงายเป็นต้นเหตุของพุทธพาณิชย์ ส่วนภาพข่าวที่มีคณะกรรมการเลือกว่าเป็นภาพข่าวที่สมบูรณ์ที่สุดมีเพียงรางวัลเดียว ได้แก่ ภาพข่าวจากกลุ่มสีฟ้า ฝีมือถ่ายภาพของ ธัญพิสิษฐ์ เลิศบำรุงชัย

               อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นปีแรกของการอบรมการทำทีวีด้วยก็อาจมีติดขัด ซึ่งจะมีการประเมินแบบเป็นทางการปลายเดือน จากนั้นจะนำผลมาออกแบบอบรมในค่ายครั้งที่ 17 ต่อไป

 

.......................

('นักข่าวสายพันธุ์ใหม่'กับค่ายพิราบน้อย : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...ขวัญเรียม  แก้วสุวรรณ )