
บ้านไม่บาน:'บ้านเพื่อแม่'
'บ้านเพื่อแม่' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” เป็นควันหลงจากวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาว “คนรักบ้าน” หลายท่านได้เดินทางกลับบ้านไปกอดและกราบแทบเท้า “แม่” รดน้ำขอพรจาก “แม่” ก็น่าอิจฉา ชาว “คนรักบ้าน” ที่ “แม่” ยังอยู่ครับ เพราะ “แม่” ผมท่านได้ละสังขารไม่ได้อยู่ให้ผมได้กอดและกราบแล้ว ทำได้แต่จุดธูปแล้วเอาพวงมาลัยไปกราบ “แม่” และถวายสังฆทานไปให้ “แม่” จะว่าไปแล้ว “วันแม่” ควรจะมีทุกวันครับ ไม่ควรจะคิดถึง “แม่” เฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม เราควรคิดถึง “แม่” ทุกวันและไปกอดและกราบท่านทุกวัน แสดงความรักและความเคารพต่อท่านทุกวัน
นอกจากนั้น ในความเห็นของผมวันอีกวันหนึ่งที่น่าจะเป็น “วันแม่” เป็นที่สุด คือ “วันเกิด” ของเราๆ ท่านๆ นั่นแหละครับ เพราะเป็นวันที่ “แม่” เจ็บปวดที่สุดจากการที่ได้คลอดเรามาและมีความสุขมากที่สุดที่ได้เห็นลูกลืมตามาบนโลกหลังจากที่ “แม่” ได้ประคบประหงมตั้งครรภ์กันเป็นเวลานานกว่า 9 เดือน สำหรับผมแล้ว “แม่” ก็เป็น “พระในบ้าน” อย่างแท้จริง ถึงแม้ “แม่” จะละสังขารไปนานหลายปีท่านก็ยังเป็น “หลักชัย” ให้ผมเหมือนเดิม
ในปัจจุบันนี้ผมพยายามทำตัวปกติครับเสมือนว่า “แม่” ยังมีชีวิตอยู่ จากเดิมที่เคยกินข้าวกับ “แม่” ก็เปลี่ยนเป็นเลี้ยงพระเพล ถวายจตุปัจจัยไทยทาน และกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ “แม่” ซึ่งแท้จริงแล้ว “แม่” ไม่ได้จากไปไหนหรอกครับ เพราะครึ่งหนึ่งในร่างกายผมก็เป็นของ “แม่” นั่นแหละครับ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นของ “พ่อ” ซึ่งท่านก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน ดังนั้นถ้าผมจะไปไหนหรือทำอะไรก็เสมือนว่าผมพาทั้ง “พ่อ” กับ “แม่” ไปด้วยเสมอ พอคิดแบบนี้ก็คลายทุกข์คลายโศกไปได้บ้าง แต่ถ้าท่านอยู่ให้ผมได้กอดได้กราบแบบตัวเป็นๆ ก็คงจะดีกว่านี้มากครับ
สำหรับในสัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอ “บ้านเพื่อแม่” มีลักษณะเป็น “บ้านไม่บาน” หลังเล็กๆ ขนาดกะทัดรัด กำลังพอเหมาะ พอดี เอาไว้ให้ “แม่” ได้นั่งเล่นนอนเล่นทำกิจกรรมที่ “แม่” ชอบ มีห้องนั่งเล่น,ห้องนอนและห้องน้ำเล็กๆ สำหรับ “แม่” ที่จะดูแลได้ไม่ลำบาก เพราะ “แม่” ผมชอบทำอะไรเองครับ ถึงแม้จะมีคนรับใช้ แต่ถ้าเป็นห้อง “แม่” ก็มักจะลงมือทำเองเสมอ เพราะ “แม่” จำได้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้าง ตราบจนวาระสุดท้ายของ “แม่” ก็ไม่หลงครับ “แม่” มีสติสัมปชัญญะและความจำที่สมบูรณ์มาก สมศักดิ์ศรีที่ “แม่” จบแพทย์ศิริราช เพราะการที่จะเป็นแพทย์สมัยก่อนต้องมีความจำที่ดีเยี่ยมครับ
เนื่องจากตอนนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ต หรือโน้ตบุ๊ก หรือไอแพด ฯลฯ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงได้ในปัจจุบัน อาศัยความจำและความเพียร อันเป็นความรู้ที่ได้มาจากการได้เรียนมาก ฟังมาก อ่านมาก เขียนมาก และลงมือปฏิบัติจริงมาก รวมกับสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด เพราะ “แม่” เคยเล่าให้ฟังว่าสมัยที่จบแพทย์ “ศิริราช” ใหม่ๆ ได้ตัดสินใจทิ้งเมืองหลวงมาบุกเบิกที่จังหวัด “สุรินทร์” ซึ่งสมัยนั้นกว่า 50 ปีล่วงแล้ว การเดินทางยังยากลำบากมากครับ เชื่อไหมครับว่าในช่วงเวลานั้นทั้งจังหวัดมีหมอเพียง 3 คน ถ้าไม่แกร่ง ไม่แข็ง และไม่มุ่งมั่นจริงก็คงอยู่ลำบากครับ ผมคิดว่าผมได้เชื้อความแกร่งและความมุ่งมั่นก็น่าจะได้มาจาก “แม่” นี่แหละครับ
“บ้านเพื่อแม่” หลังนี้ ผมออกแบบให้เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 400,000 บาท++ ครับ แต่ถ้าลูกคนใดสร้างให้ “แม่” ก็จะกลายเป็นบ้านหลังเล็กที่แสนจะยิ่งใหญ่เหลือเกินในความรู้สึกของ “แม่” ครับ ก็ลองเอาแบบนำไปปรับประยุกต์ใช้กันดูครับ ผมเชื่อว่า “แม่” คงชอบ (เพราะลูกได้สร้างให้นั่นเอง) นอกจากนั้น ผมยังออกแบบให้เป็นบ้าน “อเนกประสงค์” ที่เรียกว่า “Universal Design” หมายถึง บ้านที่เหมาะกับทั้งผู้สูงวัย สตรีมีครรภ์ และเด็กอ่อน พยายามที่จะไม่ใช้บันไดเป็นขั้นแต่ออกแบบให้เป็นทางลาด มีราวจับเวลา “แม่” เดินไปไหนมาไหนก็จะสะดวกปลอดภัย อีกทั้งมีประตูห้องน้ำที่เปิดกว้าง เพียงพอที่รถเข็นสามารถเข็นเข้าไปได้อย่างสะดวก ทั้งยังเผื่อไว้ในช่วงปัจฉิมวัยในยามที่ “แม่” เดินเหินไม่สะดวก มีช่องเปิดรับแสงสว่างอย่างเพียงพอและยังออกแบบให้มีช่องหน้าต่างที่ช่วยในการระบายอากาศทำให้เย็นสบายและไม่อับทึบ สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศแต่ประการใดครับ
ผมเชื่อว่า “บ้านไม่บาน” ชั้นเดียวหลังเล็ก ซึ่งเป็น “บ้านเพื่อแม่” หลังนี้ก็คงไม่เกินกำลังความสามารถของบรรดา “คนรักบ้าน” ที่เป็นลูกของ “แม่” มาร่วมกันแสดงความรักกับ “แม่” กันตั้งแต่วันนี้เถอะครับ หากวันไหน “แม่” ไม่อยู่แล้วก็จะเป็นอย่างผมนั่นแหละครับ ต้องจุดธูปบอก “แม่” ทุกครั้งเวลาจะทำอะไรให้ท่าน
สำหรับบรรดาแฟนๆ ที่ต้องการดาวน์โหลดแบบ “บ้านเพื่อแม่” หลังนี้ก็สามารถทำได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายที่ www.homeloverthai.com ก่อนจากกันครับอยากให้บรรดาชาว “คนรักบ้าน” ที่เป็นลูกของ “แม่” แสดงความรักต่อ “แม่” โดยการ “กอด” และ “กราบ” ทุกๆ วันไม่นานทีปีหนเฉพาะวันแม่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา มาร่วมกันแสดงความรักกับ “แม่” กันทุกๆ วัน ตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ผัดวันประกันพรุ่งกันอีกต่อไป ก่อนที่ “แม่” ไม่อยู่ให้ท่านแสดงความรัก เพราะ “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว” ครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'บ้านเพื่อแม่' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



