ไลฟ์สไตล์

'เราคือมหาอำนาจลูกหนังผมไม่ใช่มาเฟีย'เนวิน ชิดชอบ'

'เราคือมหาอำนาจลูกหนังผมไม่ใช่มาเฟีย'เนวิน ชิดชอบ'

17 ส.ค. 2556

'เราคือมหาอำนาจลูกหนังผมไม่ใช่มาเฟีย'เนวิน ชิดชอบ' : คอลัมน์ คุยนอกกรอบ โดย... ณิชชา เจาวัฒนา ภาพ... ทวีชัย เจาวัฒนา ภาพ


 

          ทีมปราสาทสายฟ้า "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2013 และถือว่าเป็นตัวแทนสโมสรจากประเทศไทยทีมแรกที่ได้มีโอกาสเช่นนี้ จึงเป็นมากกว่าความภาคภูมิใจของแฟนคลับชาวบุรีรัมย์ หากแต่คนทั้งชาติก็ควรปีติยินดีด้วย
 
          โดยนัดแรกรอบก่อนรองชนะเลิศ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" จะออกไปเยือนทีมเอสเตกัล ถึงประเทศอิหร่าน ในนัดแรก วันที่ 21 สิงหาคมนี้ ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านวันที่ 18 กันยายนนี้
 
          โดยผู้ชนะคู่เอสเตกัลกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเข้าไปพบกับผู้ชนะคู่อัล อาห์ลี กับเอฟซี โซล ในรอบรองชนะเลิศ
 
          "วันนี้ ผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เราคือทีมที่มีแฟนบอลมาก และชาวไทยนิยมมากที่สุด เราคือทีมที่เก่งที่สุด" เนวิน ชิดชอบ กล่าวอย่างมั่นใจ และเขายังมีคำอธิบายอีกมากมายเกี่ยวฟุตบอล และฟุตบอล


0 ความสำเร็จของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศชัยสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2013
          มันคงไม่ใช่ความสำเร็จ แต่เป็นเป้าหมายและความตั้งใจของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2009 เราประกาศไว้ว่าภายใน 5 ปี เราจะเป็นท็อปเท็นของเอเชีย และภายใน 10 ปี เราจะเป็นท็อปไฟว์ของเอเชีย วันนี้เราก็ได้เข้ามาเป็น 1 ใน 8 ทีม ซึ่งถือว่าเรามาเร็วกว่าเป้าหมาย
 
          ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและความทุ่มเท ผมเชื่อว่าผู้เล่นไทยที่อยู่ที่นี่เก่งทุกคนก็มีศรัทธาและความเชื่อ และมีความฝันที่จะเป็นหนึ่งของเอเชียให้ได้ ขณะเดียวกันความเชื่อของผู้เล่นต่างชาติที่ย้ายมาอยู่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มีความเชื่อว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะต้องเป็นท็อปไฟว์ของเอเชียให้ได้ เมื่อหลายๆ อย่าง มันเข้ามาประกอบกัน และผู้เล่นของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทุกคน มันทำให้ทุกอย่างลงตัว ยิ่งมาถึงเร็วเท่าไหร่ความกดดันก็กลับมาถึงผมมากเท่านั้น
          
          สำหรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมเชื่อว่าแฟนบอล นักฟุตบอล และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สิ่งเดียวก็คือต้องเดินไปข้างหน้าสูงขึ้นๆ ดีขึ้นๆ นั่นคือความศรัทธาของทุกคน


0 ยุทธศาสตร์ที่จะนำบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปสู่เป้าหมาย
          เราตั้งเป้าว่าเราอาจไปถึงปีที่ 5 เข้าสู่ปีที่ 6 ของอคาเดมีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เป็นของเด็กไทย ที่เล่นฟุตบอลที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคนไทย แต่ความหวังสำหรับผมคืออคาเดมี ซึ่งถ้าตรงนั้นผู้เล่นไทยเราสามารถยกระดับทีมขึ้นไปตรงนั้นได้ ก็ไม่ต้องห่วงว่าทีมชาติไทยจะมีสภาพย่ำแย่


0 ปัจจุบันมีน้องๆ อคาเดมีกี่คน
          เรามีอคาเดมีประมาณ 200 คน อายุตั้งแต่ 4 ขวบไปจนถึงเล่นทีมใหญ่ เด็กพวกนี้จากรุ่นต่อรุ่นผ่านกระบวนการกลั่นกรองเข้ามา 20 กว่าคน ในที่สุดอาจจะเหลือรุ่นละ 2-3 คน ที่จะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ความทุ่มเท ตั้งใจ สำหรับผม อคาเดมี รุ่นละ 100 คน ให้ผมได้สัก 3 คน ผมก็ดีใจและก็มีความสุขแล้ว เพราะว่าการทำอคาเดมีมันเหมือนการเอาเพชรมาเจียระไน การที่จะเจียระไนให้มันฉายแสง มีคุณค่า ก็ต้องใช้ความพยายามและความใส่ใจทุ่มเทกับมันมาก
 
          ภายใน 2 ปี เราจะเห็นเด็ก 4-5 คนขึ้นมาจากอคาเดมีมาเล่นจริง ตอนนี้ก็มี 2 คน ที่ขึ้นมาจากอคาเดมีรุ่นแรก ขณะนั้นเราทำอคาเดมีแบบไทย แต่ว่าจากปีนี้เป็นต้นไป เราจะทำแบบสากล เราใช้โค้ชจากอังกฤษ จากสเปน มาดูแลเด็กที่อคาเดมี จะเห็นได้ว่าในอคาเดมีเรา โค้ชหรือสตาฟฟ์บางคนเคยมีผลงานถึงขนาดทำทีมชาติของอังกฤษ นี่คือความทุ่มเทของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าจะได้ผู้เล่นไทยที่มีคุณภาพในอนาคตแน่นอน


0 ความพร้อมในการพิชิตศึกครั้งนี้ 
          ประวัติศาสตร์ทีม ความเก่าแก่ของทีม ในแง่ผู้เล่นซึ่งอิหร่านเขาเหนือกว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทุกกระบวนท่า แต่ในแง่ของความเป็นปัจจุบัน ผมว่าไม่มีอะไรแตกต่าง


0 หมายความว่าอย่างไร
          หลักๆ สำหรับผู้เล่นไทย ก็มี ธีราทร บุญมาทัน, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, ประทุม ชูทอง, ธนะศักดิ์ ศรีใส, จิรวัฒน์ มัครมย์, สุเชาว์ นุชนุ่ม, อดิศักดิ์ ไกรษร, สุรัตน์ สุขะ, สุรีย์ สุขะ , อนาวิน จูจีน แค่เด็กไทยก็เกิน 11 แล้ว รวมกับโควตาต่างชาติอีก 4 คน ผมคิดว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแข็งแกร่งกว่ารอบ 16 ทีม ไปแข่งรอบนี้ผมเชื่อว่าผมไม่กลับมามือเปล่า เพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมและบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทำอยู่ เราไม่ได้ไปเล่นภายใต้ของธงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่เราไปเล่นภายใต้ของธงชาติไทย
 
          ถ้าเราสามารถกลับมาโดยมีแต้มติดมือมาจากอิหร่าน อย่างน้อยก็บอกให้เห็นว่าทีมชาติที่ตกรอบแรกฟุตบอลโลก สามารถเล่นกับทีมที่กลับไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายได้โดยไม่เป็นรองเลย
 
          เรารู้ว่าหัวใจของคนรักบอลไทย และของผู้เล่นของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทุกคนเป็นกำลังใจให้เรา ฉะนั้นกิจกรรมที่หน้าสนามเราจะมีการถ่ายทอดสด และแฟนบอลก็จะมาเชียร์เหมือนกับที่เราเล่นที่บ้าน เราก็จะไปด้วยกัน ไปให้กำลังใจกันถึงขอบสนาม


0 คุณเนวิน คิดอย่างไรกับคำว่า มาเฟียลูกหนัง
          ถ้าบอกว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นมหาอำนาจลูกหนังของประเทศไทย โอเค ใช่ ผมเป็นมหาอำนาจลูกหนัง เพราะวันแรกที่ผมประกาศตั้งทีม ผมก็บอกไปแล้วว่าที่ผ่านมาสำหรับทีมฟุตบอลในประเทศไทยส่วนใหญ่ ทีมที่เป็นมหาอำนาจทีมใหญ่ ทีมที่เป็นแชมป์คือทีมที่ 1 ของประเทศ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะต้องขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของลูกหนังของประเทศไทย เป็นทีมจากบ้านนอก เป็นทีมเซราะกราว และวันนี้ผมก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราคือทีมที่มีแฟนบอลมาก และชาวไทยนิยมมากที่สุด เราคือทีมที่เก่งที่สุด และในระยะเวลาเดียวกันเราคือทีมที่ได้แชมป์มากที่สุด เราคือมหาอำนาจลูกหนัง ผมไม่ใช่มาเฟีย


0 หัวใจสำคัญที่คุณเนวิน บอกว่าเป็นมหาอำนาจในลูกหนัง จุดประสบความสำเร็จหลักคืออะไร
          ปี 2011 เราเป็นแชมป์ทุกแชมป์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตำนาน ยังไม่มีทีมไหนในประเทศไทยทำได้ และบนเส้นทางของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผ่านมา 3 ปี ปีแรกไม่ต้องนับ ปีที่ 2-3 เราเป็นแชมป์ 7 แชมป์ ฉะนั้นวันนี้ไม่มีทีมไหนไม่กลัวบุรีรัมย์ ผมคิดว่า นี่เป็นคำตอบที่เป็นรูปธรรมอยู่แล้วว่าอะไร และใครคือมหาอำนาจลูกหนังไทย เวลาเราเปิดรับอคาเดมี เด็กๆทั่วประเทศก็เฝ้ารอบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะเปิดรับ เพื่อจะมาเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมเชื่อว่าผู้เล่นฟุตบอลในประเทศไทย กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีความหวังและความฝันว่าอยากเป็นนักฟุตบอลของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


0 มีอะไรที่เกี่ยวกับลูกหนังที่คุณเนวิน ตั้งความหวังไว้แต่ยังไม่ได้ทำบ้าง
          ภายใน 10 ปี ผมฝันที่จะเห็นเด็กไทยไปเล่นพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สเปน อิตาลี เยอรมัน ชั้นนำของโลกในยุโรป นั่นคือความใฝ่ฝันของผมสำหรับฟุตบอล และมันคือของรักของชอบ ทำแล้วมีความสุข ชีวิตเราใช้ซะ ใช้ในสิ่งที่ชอบๆ วันนี้ก็ได้มาอยู่ในที่ชอบแล้ว ก็ทำสิ่งที่ตัวเองมีความสุข


0 ในภาคของลูกหนังถือว่าสุดๆ หรือยัง
          ยังครับ เพราะผมคิดว่า ผมต้องทำให้สังคมฟุตบอลส่วนใหญ่ยอมรับว่า ผมรักฟุตบอลจริง และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเป็นมหาอำนาจของเอเชียจริง ฉะนั้น การผ่านเข้ามา 3 ปีแล้วปีนี้ผ่านเข้ารอบเข้ามา 8 ทีม บางคนอาจจะคิดว่าฟลุก เพราะฉะนั้นต้องพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรม 2-3 ปี ความรู้สึกของคนเอเชียที่มีต่อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อจาก 3 ปีต่อไปนี้ จะต้องมีความรู้สึกว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเป็นทีมใหญ่ของเอเชีย และคนยอมรับ นั่นจึงจะเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผมมาถึงจุดที่ได้ทำฟุตบอลในฝันเป็นจริงแล้ว

.......................................
(หมายเหตุ 'เราคือมหาอำนาจลูกหนังผมไม่ใช่มาเฟีย'เนวิน ชิดชอบ' : คอลัมน์ คุยนอกกรอบ โดย...  ณิชชา เจาวัฒนา ภาพ... ทวีชัย เจาวัฒนา ภาพ)