ไลฟ์สไตล์

ปชป.ติงงบหนุน'สกว.'น้อยมากแค่พันล้าน

ปชป.ติงงบหนุน'สกว.'น้อยมากแค่พันล้าน

15 ส.ค. 2556

'ยิ่งลักษณ์'เผยนักวิจัยไทยมีแค่ 7 ต่อ 10,000 คน ต่ำกว่ามาตรฐานโลก เตรียมผลักดันการวิจัยเชิงพาณิชย์ ขณะที่ ส.ส.ปชป.ยังไม่เห็นความจริงใจเหตุให้งบหนุน สกว.แค่พันล.

               เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 ส.ค. 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์ในงาน “Thailand Innovation Forum : R&D to Commercialization” ในหัวข้อ “การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมุมมองจากภาครัฐและมาตรการส่งเสริมภาคเอกชน” ณ ห้องประชุม Crystal Ballroom ชั้น 2 อาคาร Crystal Design Center (CDC) เรียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งเป็นงานฉลอง 100 ปี กลุ่มบริษัทเอสซีจี  โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า แนวทางการบริหารประเทศว่า มี 4 แนวทาง คือการเพิ่มรายได้อย่างมั่นคงโดยการสร้างความมั่นคงในการแข่งขัน 2.สองลดความเหลื่อมล้ำ ให้สังคมและคุณภาพชีวิตดีขึ้น  3.เจริญเติบโต้ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ4.การบริหารงานภาครัฐต้องให้ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น

               น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า ในการสร้างขีดความสามารถต้องกลับมาใช้โอกาสในการสำรวจขีดความารถในการลงทุนด้านวิจัยเพื่อให้งานพัฒนาเข้าไปถึงและต่อยอดในเชิงพาณิชย์ให้ได้ ซึ่งตนอยากเห็นการผลิตที่มีคุณภาพ เป็นศูนย์กลางการบริการของอาเซียน ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ ศูนย์กลางด้านพลังงานสะอาด ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและศูนย์กลางการวิจัย ดังนั้นต้องดูอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ ที่ต้องนำงานวิจัยไปต่อยอดอย่างไรในอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่ ส่วนด้านการลดความหลื่อมล้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวิจัยที่ลดความเหลื่อมล้ำ ที่ไม่ควรเกิดเฉพาะบริษัทใหญ่เท่านั้น ต้องเริ่มจากวิสาหกิจชุมชุน เอสเอ็มอี ที่จะมาช่วยเสริมประโยชน์กับบริษัทใหญ่ ที่จะต้องช่วยกันยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกร ชาวไร่ สำหรับการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสิ่งที่อยากเห็นอุตสาหกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้ โดยจะมีการทำอีโคทาวน์ กรีนซิตี้ และกรีนโกรฟ ในการที่เรามาทำงานร่วมกันเพื่อหาจุดร่วมกันในการทำให้เกิดกรีนซิตี้ให้ได้

               "ดังนั้นเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นรูปธรรมมีการเสนอแผนเร่งด่วนให้สศช. และสภาการวิจัย มาบูรณาการงานวิจัยทั้งหมดที่มี 7 หน่วยงานหลัก ที่นำงานวิจัยที่พัฒนาแล้วมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้ได้กับทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ โดยมีการตั้งเป้าสนับสนุนงบประมาณวิจัยอย่างต่อเนื่องและจะมีการจัดประกวดเพื่อส่งเสริมงานวิจัยเชิงพาณิชย์ด้วย"นายกฯ กล่าว

               รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ส่วนระยะยาวจะพัฒนางานวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยมีสิทธิประโยชน์ต่างๆเพื่อจูงใจให้อกชนจัดสรรทุนวิจัยเพื่อเร่งการพัฒนาควบคู่กับภาครัฐ และทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาที่ทำงานร่วมกับเอกชน ประสานงานให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่  โดยจะมีการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ด้วย เพราะปัจจุบันเรามีนักวิจัย 7 คนต่อประชากร 10,000 คน ขณะที่มาตรฐานโลกมีนักวิจัย 15 คน ต่อประชากร1หมื่นคน ดังนั้นรัฐบาลต้องเสริมการสนับสนุนทั้งบุคลากรอุปกรณ์และเครื่องมือ เวทีการผลักดันวิจัยเชิงพาณิชย์มากขึ้น สนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้มีอุปกรณ์ทดลอง ซึ่งรัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับเอกชน หวังว่าความร่วมมือจะจุดประกายที่จะร่วมกันในการสร้างรากฐานที่สำคัญของประเทศ"นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว
 

โรงเรียนนายเรือเข้าเยี่ยมชมดูงานสกว.

              ขณะเดียวกัน ณ ห้องประชุมชั้น 22 สกว. อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ   ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และคณะผู้บริหาร สกว. ประกอบด้วย ผศ. วุฒิพงศ์ เตชะดำรงสิน รอง ผอ. สกว. และ ดร.จันทร์วิภา ธนะโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. ให้การต้อนรับ พลเรือตรี จุมพล ลุมพิกานนท์ เสนาธิการโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคณะกรรมการวิจัยโรงเรียนนายเรือ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมดูงาน สกว. ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหารือเรื่องแนวทางการทำวิจัยของบุคลากรในโรงเรียนนายเรือ

               อย่างไรก็ตามในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท หลังจากที่กรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาแล้วเสร็จนั้น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีราชื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายท้วงติงงบประมาณที่จัดสรรให้กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศว่า สกว.ได้รับอุดหนุนงบประมาณเพียงนิดเดียวคือ 1,381 ล้านบาทเท่านั้น แถมถูกกรรมาธิการตัดไปเกือบ 40 ล้านบาทอีก จึงทำให้มีคำถามว่า คำถามคือ ตัดงบประมาณไปเพื่ออะไร รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาประเทศอย่างไร

 

ปชป.ชำแหละงบสำนักนายกฯล็อกเป้า"นายกฯ"ทัวร์นอก

              ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมารรายจ่ายประจำปี 2557  มาตรา 5  ซึ่งเป็นส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ  โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ อภิปรายโจมตีงบสร้างภาพลักษณ์ประเทศ และการเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ และงบการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า สงสัยว่าเป็นงบฯเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ น่าจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุแม้จะมีความจำเป็น เช่น ไปประชุมเวทีนานาชาติ แต่ที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก ในปี 2557 ตั้งไว้กว่า 70 ล้านบาท รวมถึงงบของกระทรวงต่างๆ ที่ตั้งไว้เพื่อภารกิจนี้รวมแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท

              นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของภารกิจขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาล มีความผิดปกติในงบประชาสัมพันธ์ทางสื่อ ตั้งไว้ 119 ล้านบาท ส่วนใหญ่นำไปซื้อสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมที่เป็นสีเดียวกับรัฐบาล

              นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า มีการตั้งงบตามแผนงานพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ไปจัดซื้อรถยนต์รับรองนายกฯ 2 คัน คันละ 33 ล้านบาท ถ้าจะอ้างเหตุผลว่าเป็นรถกันกระสุนเชื่อว่ายุคนี้ไม่มีใครกล้าทำร้ายน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว  นอกจากนี้ตามแผนงานส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน โครงการพัฒนาการเมือง ก็ได้รับงบประมาณเพิ่มถึง 3 เท่า จากที่เสนองบไว้ 400 ล้านบาท กลับได้รับการอนุมัติจากชั้นกรรมาธิการให้ปรับเพิ่มงบฯเป็น 1,900 ล้านบาท ก็ไม่เข้าใจว่าใช้มาตรฐานอะไรในการพิจารณา และเชื่อว่างบฯส่วนนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับงานกทม.อย่างแน่นอน แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะไปประสานความร่วมมือส่วนใด หรือต้องการเก็บไว้ให้ผู้สมัครกทม.ของพรรคเพื่อไทยในการสร้างคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น

              นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ชี้แจงตอบโต้นายสาทิตย์ว่า ที่นายกฯต้องเดินทางไปต่างประเทศ ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน หลังวิกฤติการเมืองจากรัฐบาลที่สั่งกระชับพื้นที่จนประชาชนเสียชีวิต ทำให้สังคมโลกไม่ยอมรับ