ไลฟ์สไตล์

พระเทพฯทรงอวยพรตรุษจีน"ปีฉลูมีมัจฉา"สมบูรณ์ตลอดปี

พระเทพฯทรงอวยพรตรุษจีน"ปีฉลูมีมัจฉา"สมบูรณ์ตลอดปี

27 ม.ค. 2552

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ไปทรงร่วมงานตรุษจีนเยาวราช ทรงเขียนคำอวยพรภาษาจีนว่า "ปีฉลูมีมัจฉา" แปลว่า "มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดปี" ขณะที่ร้านทองเยาวราชปิดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เหตุคนไทยแห่ขาย-ราคาตลาดโลกผันผวน

เมื่อเวลา 16.55 น. วันที่ 26 มกราคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงร่วมงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ปี 2552 ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ในการนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ประธานกรรมการจัดงาน รับเสด็จ
 เมื่อเสด็จฯ ถึงได้ทอดพระเนตรการแสดงถวายพระพรจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ระบำพื้นเมืองจากไหหลำ และการแสดงของประเทศไทย ซึ่งเป็นการแสดงระบำพื้นบ้านจากนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นจึงเสด็จฯ ไปยังแท่นทรงพระอักษร ทรงเขียนคำอวยพรและทรงลงพระนามาภิไธยเป็นภาษาจีน บนจอคอมพิวเตอร์ด้วยปากกาอิเล็กทรอนิกส์ โดยฉายออกมาทางจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นการเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ปี 2552 โดยข้อความที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเขียนแปลว่า "ปีฉลูมีมัจฉา" ซึ่งมีความหมายว่า "มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดปี"
 จากนั้นจึงทรงพระดำเนินไปยังวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เสด็จฯ เข้าภายในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนท้ายพระที่นั่งบูชา พระพุทธทศพลญาณพระประธานในพระอุโบสถ ทรงกราบ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังพระมหามณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำ และเสด็จฯ ขึ้นพระมหามณฑปชั้น 2 ทรงคลี่แทบแพรที่ผูกเอาไว้ เพื่อเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ปักกิ่งเกมส์ 2008 และของที่ระลึกโอลิมปิกที่ทรงสะสม ในการนี้ยังทรงเปิดศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช และนิทรรศการพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรด้วย
 ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราชแห่งนี้ได้จัดแสดงประวัติความเจริญรุ่งเรืองของชาวจีนเยาวราช ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย และจัดแสดงเรื่องราวพัฒนาการของชุมชนจีน จากตลาดสำเพ็งสู่ความเป็นย่านธุรกิจสมัยใหม่ที่เยาวราช เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ทางประวัติศาสตร์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
 ในส่วนของนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชุด "ปักกิ่งเกมส์ 2008" และของที่ระลึกโอลิมปิกที่ทรงสะสมนั้น จะจัดแสดง ณ โถงชั้น 2 ของมหามณฑป ในการนี้ได้พระราชทานภาพถ่าย 40 ภาพ และพระราชทานของที่ระลึก 58 ชิ้น ซึ่งภาพถ่ายทั้ง 40 ภาพนี้ ส่วนใหญ่เป็นภาพบรรยากาศการเปิดการแข่งขันกีฬาปักกิ่งเกมส์ 2008 ส่วนไฮไลท์ของของที่ระลึกโอลิมปิก จะเป็นสมุดบันทึกส่วนพระองค์ โดยในบันทึกจะมีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พร้อมคำบรรยายความรู้สึกต่อภาพเหล่านั้นกำกับเอาไว้ด้วย โดยนิทรรศการนี้จะเปิดให้ชมวันที่ 27 มกราคม-8 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
 จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินมาถึงร้านกาแฟเอี๊ยแซ ซึ่งเป็นร้านกาแฟาเก่าแก่ในย่านเยาวราช มีพระดำรัสถามเจ้าของร้านว่าชงอย่างไร เมื่อทรงทราบถึงวิธีการชงกาแฟแล้ว จึงทรงชงกาแฟด้วยพระองค์เองอย่างพระเกษมสำราญ หลังจากทรงชงเสร็จก็ทรงชิมแล้วมีพระดำรัสว่า รสชาติเหมือนในวังเลย พร้อมกับแย้มพระสรวล จากนั้นทรงชงกาแฟร้อนใส่นม 2 แก้ว พระราชทานแก่นายอภิสิทธิ์ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์
 ด้านนายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ กล่าวถึงการจัดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราชครั้งนี้ว่า เนื่องจากการจัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีนว่างเว้นมา 1 ปี ปีนี้จึงพยายามจัดกิจกรรมให้ยิ่งใหญ่ที่สุด สิ่งสำคัญของการจัดงานนิทรรศการคือ การอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมของชาวจีนให้คงอยู่ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้ทุกคนหันมาท่องเที่ยวในเมืองไทยกันมากขึ้น นอกจากนี้กิจกรรมที่จัดขึ้นยังเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมมือจัดกิจกรรมร่วมกันกับคนไทยเชื้อสายจีนด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26-27 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น.
 ส่วนบรรยากาศภายในงานครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนทั้งคนไทยเชื้อสายจีน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงมาชมกิจกรรมต่างๆ อย่างคึกคัก เช่น ชมแสดงศิลปวัฒนธรรมของจีน ซุ้มเขียนคำอวยพรจีน ซุ้มหมักเหม่ง หรือศิลปะการดึงหน้าด้วยเส้นด้าย รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าจากการออกร้านของหน่วยงาน องค์กร ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น ร้านภูฟ้า สภากาชาดไทย ร้านขนมตุ้บตั้บ
 ขณะเดียวกัน นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า วันที่ 26-27 มกราคมนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ ย่านเยาวราช มีมติร่วมกันในการปิดร้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ร้านค้าทองคำปิดการซื้อขายในช่วงนี้ เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกมีความผันผวนมาก ทำให้การกำหนดราคาทองคำในประเทศเป็นไปด้วยความยากลำบาก ร้านค้าทองต้องเปลี่ยนราคาซื้อขายหลายครั้งต่อวันและราคาขึ้นลงถึง 400 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาท โดยราคาทองคำแท่งเมื่อวันที่ 24 มกราคม รับซื้อที่บาทละ 1.45 หมื่นบาท และขายบาทละ 1.46 หมื่นบาท ประกอบกับตลาดทองคำในย่านเอเชียต่างปิดการซื้อขายในช่วงตรุษจีนเช่นกัน และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 28 มกราคมนี้
 นายจิตติ กล่าวอีกว่า กระแสการขายทองคำยังมีอย่างต่อเนื่อง หลังจากในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีประชาชนนำทองคำมาขายเป็นจำนวนมาก เพราะราคาทองปรับตัวสูงขึ้นถึงบาทละ 1.5 หมื่นบาท ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกยังคงผันผวน เนื่องจากมีการเข้ามาเก็งกำไรของกองทุนเก็งกำไร และสถาบันการเงินต่างๆ เพราะยังมั่นใจว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
 นพ.กฤชรัตน์ หิรัญสิริ เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า สาเหตุที่ร้านค้าทองเยาวราชต้องปิดทำการ 2 วัน เป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบ 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.เทศกาลตรุษจีนที่ตลาดทองในต่างประเทศทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์ปิดทำการ ทำให้ไม่มีราคาอ้างอิงในการซื้อขาย รวมถึงร้านทำทองปิดทำการทำให้ขาดเงินหมุนเวียน และ 2.ประชาชนแห่ขายทองแท่งเพื่อทำกำไรเป็นจำนวนมาก
 "ต้องยอมรับว่าในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนและนักลงทุนเข้ามาขายทองจำนวนมาก จนเงินร้านค้าทองหมดหน้าตัก เพราะไม่สามารถนำทองที่รับซื้อขายไปทำการแปรสภาพ และส่งออกจำหน่ายในต่างประเทศได้ เงินเลยไม่เข้ามา ซึ่งจากการประเมินยอดขายทองแท่งในวันหยุด 2 วันที่ผ่านมา คาดว่าจะมีคนมาขายทองถึง 7 ตัน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 6,800 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายทองรูปพรรณลดลงประมาณ 30-40%" นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
 เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า สำหรับทิศทางราคาทองคำเชื่อว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น ใครที่จะซื้อเพื่อการลงทุนให้รอ 1-2 วัน ประเมินทิศทางราคาทอง คาดว่าจะแกว่งตัวลดลง และราคาจะปรับตัวผกผันตามราคาตลาดโลก โดยวันที่ 28 มกราคมนี้ จะเปิดทำการ คาดว่ายังจะมีแรงขายจากนักลงทุนออกมาเพื่อทำกำไร
 "เราเชื่อว่าเปิดทำการวันพุธนี้ (28 ม.ค.) ยังมีแรงขายของประชาชนและนักลงทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งเพื่อทำกำไรอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าโอกาสที่ราคาทองคำแท่งจะยืนอยู่ที่ 14.5 หมื่นบาทได้ แต่ก็อยู่ที่ภาพรวมของตลาดด้วย" นพ.กฤชรัตน์ กล่าว