ไลฟ์สไตล์

คุณแม่อาสามือสอง เสียสละเพื่อส่วนรวม

คุณแม่อาสามือสอง เสียสละเพื่อส่วนรวม

14 ส.ค. 2556

คุณแม่อาสามือสอง เสียสละเพื่อส่วนรวม ทำงานไม่หวังผลตอบแทน : โดย...เนาวรัตน์(เล็ก) ชุมยวง ศูนย์สื่อสารเพื่อสังคม

               สังคมชนบทเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเด็ก เนื่องจากผู้ใหญ่ หรือหัวหน้าครอบครัวเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเป็นส่วนมากและทิ้งเด็กให้อยู่กับผู้สูงอายุ เกิดช่องว่างระหว่างวัยของคนสองรุ่นกว้างจนเกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เด็กส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ทำให้มีปัจจัยยั่วยุให้เกิดปัญหา เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยควร หลังคลอดไม่มีเวลาดูแลตัวเองและลูก ทำให้เด็กที่เกิดมาได้รับวัคซีนไม่ครบ ซึ่งเป็นปัญหาต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมีน้อยลงไป

               โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก และองค์การบริหารส่วนตำบลไกรนอก ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ได้เล็งเห็นปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของเด็กในชุมชน เพราะหากปล่อยปัญหาดังกล่าวทิ้งไว้ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และจะเป็นการตอกย้ำปัญหาโครงสร้างของประชากรในชนบทอย่างไม่สิ้นสุด

               นายวิศาล วิมลศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เล่าว่าในปี พ.ศ.2552 ได้มีการริเริ่มโครงการแม่อาสาเพื่อเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้อาสาสมัครเข้าไปดูแลเชิงรุกประชาชนในชุมชน โดยเน้นการดูแลหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดและเด็กแรกเกิด ให้เปรียบเหมือนแม่คนที่ 2 โดยเป็นชื่อเริ่มต้นก่อนที่ชุมชนจะมีการทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง ในครั้งนั้นมีคณะทำงานทั้งหมด 9 คน ทำหน้าที่เปรียบเสมือนคุณหมอที่คอยแนะนำสุขภาวะที่ถูกต้อง ทั้งก่อนและหลังคลอด

               นายวิศาล ยังเล่าอีกว่า ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ ต.ปากพูน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นตำบลต้นแบบได้ดำเนินการเกี่ยวกับการดูแลหญิงตั้งครรภ์หลังคลอด แล้วพบว่าปัญหาดังกล่าว ถ้าได้รับความร่วมมือจากชุมชนก็สามารถแก้ปัญหาในชุมชนได้กันเอง จากแนวคิดดังกล่าวได้นำมาพัฒนาต่อยอดจากงานเดิมของอาสาสมัครที่ทำอยู่ โดยผลักดันให้มีการทำงานเชิงรุกเฉพาะกลุ่ม เกิดเป็นแม่อาสาประจำตำบลไกรนอกขึ้น มีการวางแผนการทำงาน พัฒนาต่อยอดการทำงานอย่างเป็นระบบ

               ปัจจุบัน ต.ไกรนอก มีแม่อาสาทั้งหมด 16 คน แม่อาสาจะเข้ามามีบทบาทในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ ดูแลตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงหลังคลอด โดยให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาคุณแม่มือใหม่ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเยาวชนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลตัวเอง การทำงานของกลุ่มแม่อาสานี้ ได้ทำงานร่วมกับโรงพยาบาล และ อสม.แต่ละคนในชุมชน เพื่อช่วยกันค้นหาข้อมูลว่า หมู่บ้านไหนที่มีหญิงตั้งครรภ์ก็แนะนำให้ไปตรวจการตั้งครรภ์ให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นการแบ่งเบางานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ จนทำให้กลุ่มแม่อาสาเป็นกลุ่มต้นแบบของการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของ ต.ไกรนอก ในเครือข่ายตำบลสุขภาวะ สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

               นางพิทยา ชะอุ้ม หนึ่งในอาสาสมัครแม่อาสา ซึ่งทำงานมานานถึง 16 ปี เล่าให้ฟังว่า วัยรุ่นใน ต.ไกรนอก เมื่อจบมัธยมตอนปลายก็จะไปศึกษาต่อที่อื่น ซึ่งมีเด็กส่วนใหญ่ที่กลับมาแล้วปรากฏว่าท้องโดยไม่รู้ตัว บางคนก็อายที่จะมาฝากครรภ์ บางคนก็ไม่ไปตามนัด มีการไปฝากครรภ์เพียงครั้งเดียวไปพบหมออีกทีก็คลอดลูก ทำให้หญิงเหล่านั้นได้รับการดูแลไม่ได้ตามเกณฑ์ ทำให้เด็กมีปัญหาน้ำหนักน้อยและเด็กบางคนเกิดมาได้รับวัคซีนไม่ครบ ในฐานะที่เป็น อสม.ก็ต้องติดตาม ซักถาม เพื่อให้ได้รับวัคซีนครบถ้วน การทำงานของพวกเราก็ทำด้วยจิตอาสาไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด

               แม่อาสานั้นเปรียบเสมือนเป็นแม่คนที่สองที่คอยดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา มีการแนะนำให้คำปรึกษาเรื่องการฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าเริ่มท้องใน 2 เดือนแรก ติดตามดูแลคุณแม่ไปจนถึงหลังคลอด รวมถึงดูแลลูกให้ได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบและตรงตามกำหนดทุกครั้ง จากความมีจิตอาสาของกลุ่ม อสม.ตำบลไกรนอก ทำให้หญิงตั้งครรภ์ในตำบลได้รับคำแนะนำที่ดีในระหว่างที่ยังตั้งครรภ์ จนกระทั่งคลอดบุตรออกมาแข็งแรง ปลอดภัย นอกจากนี้เด็กและเยาวชนในตำบลยังได้รับความรู้ที่ดีในเรื่องท้องก่อนวัยเรียนอีกด้วย

               นอกจากนี้ นางพิทยา เล่าให้ฟังถึงบทบาทของแม่คนที่สองว่า จะต้องให้คำปรึกษาแก่คุณแม่มือใหม่ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์จนถึงหลังคลอดเกี่ยวกับการดูแลตนเองและเด็กในท้อง และยังมีการสอนวิธีให้นมเด็กอย่างถูกต้อง การบีบนม การอุ้ม การเลี้ยงดู เพื่อเป็นการแบ่งเบางานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก ในด้านการจัดเวรเพื่อมาช่วยปฏิบัติงานในกลุ่มของหญิงตั้งครรภ์ ทุกๆ วันพุธจึงเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือได้อย่างมาก และต้องมีการฝากครรภ์ไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง และต้องฉีดวัคซีนให้ครบทุกเข็ม เพื่อให้เด็กมีร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์มีภูมิคุ้มกันที่ดี

                "กลุ่มแม่อาสา" เป็นการทำงานแบบเชิงรุกอย่างแท้จริง มีการทำงานโดยมีการกระจายงานกับสมาชิกในกลุ่มเพื่อการดูแลอย่างทั่วถึงในแต่ละพื้นที่ เป็นกลุ่มที่ให้ประโยชน์แก่ชุมชนและเป็นการเสียสละตนให้แก่ชุมชน ผลของการทำงานของ "แม่อาสา" ชุมชนมีการดำรงชีวิตที่ดี โดยมีบุคคลที่สำคัญ คือ อาสาสมัครชุมชนนั้นเอง ถึงแม้จะไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่มแม่อาสาดำเนินต่อไป ก็เพราะความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนในตำบล เป็นความสุขที่เงินไม่สามารถซื้อได้ และเป็นสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยควรจะเห็นความสำคัญในเรื่อง "จิตอาสา" การสร้างผู้นำในการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป

 

.............................

(คุณแม่อาสามือสอง เสียสละเพื่อส่วนรวม ทำงานไม่หวังผลตอบแทน : โดย...เนาวรัตน์(เล็ก) ชุมยวง ศูนย์สื่อสารเพื่อสังคม)