ไลฟ์สไตล์

อย.สั่งเก็บเจลทาปากทินท์ 6 ตัวอย่าง

อย.สั่งเก็บเจลทาปากทินท์ 6 ตัวอย่าง

27 ม.ค. 2552

อย.สั่งเก็บเจลทาปากทินท์ไม่มียี่ห้อ 6 ตัวอย่างส่งตรวจ หวั่นสีไม่ได้มาตรฐานเสี่ยงมะเร็ง เผยผลตรวจ 6 จาก 92 รายการ ใช้สีต้องห้ามสั่งดำเนินคดีแล้ว เตือนใช้ลิปสติกร่วมกันเสี่ยงเริม

 ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นพ.จิโรจน์ สินธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยกรณีวัยรุ่นไทยนิยมนำเจลทินท์ (tint) มาทาปาก เพื่อให้ปากมีสีอมชมพูนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก เนื่องจากลิปสติกดังกล่าวใช้ป้ายริมฝีปากด้านใน ซึ่งมีโอกาสจะกลืนกิน หรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
 "ความเสี่ยงของการใช้ลิปสติกอาจเกิดจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่มีสีห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เช่น ซีไอ 45170, ซีไอ 15585 หรือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพต่ำ มีโลหะหนักปนเปื้อน มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนเกินที่กฎหมายกำหนด รวมถึงวิธีการใช้ เช่น การทาริมฝีปาก มีโอกาสกลืนกินเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะการทาริมฝีปากด้านใน ดังเช่นกรณีของเจลทินท์ ซึ่งสัมผัสโดยตรงกับเยื่อบุอ่อน มีโอกาสถูกกลืนกินหรือถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย นอกจากนี้ หากใช้ลิปสติกร่วมกัน หรือทดลองใช้ตามร้านขายเครื่องสำอางก็มีโอกาสติดโรคได้ เช่น เริม" ภญ.วีรวรรณ กล่าว
 ภญ.วีรวรรณ กล่าวต่อว่า อย.มีมาตรการในการกำกับดูแลเครื่องสำอาง โดยผู้ผลิต/ผู้นำเข้าลิปสติก ต้องมาจดแจ้งก่อนผลิต/นำเข้า สำหรับการจดแจ้งนั้น ผู้ประกอบการมาแจ้งข้อมูล ชื่อ และประเภทผลิตภัณฑ์ สารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า จากฐานข้อมูล อย.มีลิปสติก 1,906 รายการ ที่มีคำว่า "ทินท์" เป็นส่วนของชื่อมีจำนวน 48 รายการ ซึ่งคำว่า “ทินท์” เป็นคำศัพท์ที่หมายถึงสีที่มีสีขาวผสมอยู่ อย.มีการเก็บตัวอย่างเครื่องสำอาง เช่น ตรวจหาสารห้ามใช้ ซึ่งจะรวมถึงสารปรอทในครีมทาฝ้า ตะกั่ว หรือสีห้ามใช้ในลิปสติก โดยในปี 2549-2551 ได้เก็บตัวอย่างลิปสติกจำนวนทั้งสิ้น 92 รายการ พบสีห้ามใช้ 6 รายการ ไม่มียี่ห้อ ไม่ระบุแหล่งผลิตและจำหน่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดี นอกจากนี้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2552 อย.ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า "ทินท์" ที่ฉลาก 6 ยี่ห้อ ส่งตรวจวิเคราะห์หาสีที่ห้ามใช้และโลหะหนักที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว