พาแม่ย้อนอดีต @ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น
ชวนเที่ยว : พาแม่ย้อนอดีต @ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
อดีตบางอย่าง มีค่าควรแก่การจดจำ แม้บางเรื่องจุดเริ่มต้นเป็นเพียงประกายเล็กๆ แต่แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ผลักดันให้จุดเริ่มต้นเป็นจริงขึ้นมาได้ เหมือนอย่าง พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น ที่ฉันจะพาไปซุกตัว แอบจินตนาการในโลกของเล่นแห่งนี้
พิพิธภัณณ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ ไม่ได้มีของเล่นเป็นล้าน แต่เป็นชื่อที่ล้อกันกับ "ร้านหนังสือ" ที่เป็นบูธขายหนังสือเด็กที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจะว่าไปชื่อนี้ก็เหมือนเปรียบเปรย เพราะที่นี่มีของเล่นเยอะมากกว่าที่ไหนๆ เลยก็ว่าได้ รวมความแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 ชิ้น ไม่นับของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่อยู่รวมๆ กันในกระจาด หรือภาพวาดประดับข้างฝา ที่เป็นรูปแมวเหมียว รูปเด็กๆ รูปนก รูปปลา อ้อ...แต่ถ้าพูดถึงมูลค่าก็น่าจะเกินล้านไปเยอะนะ
รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ เจ้าของแรงบันดาลใจและฝันที่เป็นจริง เล่าให้รุ่นน้อง ร.ร.เบญจมราชรังสฤษฎิ์ อย่างฉันฟัง ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงไปเลือกสร้างพิพิธภัณฑ์ที่พระนครศรีอยุธยา ทั้งๆ ที่เป็นคนแปดริ้ว ซึ่งก็ได้ความว่า เป็นเพราะแปดริ้วเป็นเมืองทางผ่าน ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว อย่างอยุธยาที่มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว เป็นเมืองที่ใครก็ตั้งใจไปเที่ยว พอเที่ยวเสร็จตามโบราณสถานหรือวังช้างเสร็จ ก่อนกลับก็แวะเข้าพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นซะก่อน
เดินทางกันซะทีดีกว่า ... ถ้าอ่านคอลัมน์ "ชวนเที่ยว" ฉบับอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2556 พาเที่ยวแถวอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แล้วมาลงเอ่ยที่พิพิธภัณฑ์ที่อยู่ไม่ไกลกัน แต่ด้วยความยิ่งใหญ่ของสถานที่เล็กๆ แห่งนี้ เลยต้องขอมาพาเที่ยวแบบจุใจเต็มๆ ในฉบับนี้ซะหน่อย
แม้จะเป็นสถานที่ใหม่ ในเมืองเก่า หากแต่ข้าวของที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ได้ใหม่ไปซะทั้งหมด แถมเป็นของเก่าที่จับต้องได้ในความรู้สึกสำหรับหลายๆ คนที่เคยเจอ เคยเล่นตุ๊กตา หรือของเล่น หุ่นยนต์
การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น ถ้าไปจากเส้นปทุมธานีจะถึงก่อนเข้าตัวเมือง พิพิธภัณฑ์อยู่ซ้ายมือ ก่อนแยกไปวัดพนมยงค์ หรือตรงไปเข้าเมือง แต่ถ้าไปทางถนนสายเอเชียก็จะต้องเข้าตัวเมืองอยุธยา ตรงมาทางอุทยานประวัติศาสตร์ ผ่านวังช้าง ข้ามสะพานไม้แล้วเลี้ยวขวา เลาะคูเมืองไปถึงสามแยกเล็กๆ เลี้ยวตามป้ายไปทาง อ.เสนาหรือสุพรรณบุรี นิดเดียว จะเห็นตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ฝั่งขวา มีที่จอดรถสะดวกสบาย แต่ถ้าวันหยุดลานจอดรถเต็มแน่ๆ
โชคดีที่ฉันไปวันธรรมดา นอกจากมีเด็กๆ กลุ่มใหญ่ที่แวะไปเที่ยวชมและกลับไปแล้ว ฉันเลยเป็นนักท่องเที่ยวที่วอล์กอินเข้าไปคนเดียวตอนนั้น เข้าประตูไปก็เจอกับร้านอาหารอาจารย์เกริก ก่อนเลย รูปลักษณ์เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น จะเอ๋กับไอ้แมงมุมตัวเบ้อเร่อ ที่ทำท่าไต่ลงมาจากชั้น 2 จนอดแวะเข้าไปนั่งในร้านไม่ได้ "ผัดไทกุ้งสด" อร่อยด้วยรสชาติเดิมๆ ของน้ำมะขาม มีใบบัวบกเป็นผักแนมมาด้วย เสียดายกระเพาะไม่ใหญ่เลยยังไม่ได้ลิ้มลองก๋วยเตี่ยวไก่ตุ๋น คราวหน้าคงไม่พลาดแน่ๆ พอท้องอิ่มค่อยมีเรี่ยวแรงซอกแซกต่อ
ช่วงเวลา 2-3 ชั่วโมง ที่ละเลียดอยู่กับมุมต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ ช่างเป็นความสุขที่เหนือบรรยาย ยิ่งเห็นตุ๊กตา หรือของเล่นสมัยก่อนด้วยแล้ว นึกย้อนไปถึงบ้านสวนที่ฉันกับพี่ๆ แบ่งกันเล่นหุ่นยนต์ และตุ๊กตาพลาสติกสีชมพู ที่มีไม่กี่ตัว แต่...ในตู้กระจกนี่ มีมากมายนับไม่ถ้วน
จากร้านอาหาร มาที่อาคารพิพิธภัณฑ์ บ้านไม้หลังสีขาวตัดกรอบสีฟ้า ข้างหน้าเห็นรถโฟล์คเต่าจอดอยู่ กับกองเครื่องปั้นดินเผา เป็นโอง เป็นไห แจกันใหญ่ๆ ที่เดาว่าเป็นของสะสมเหมือนกัน ลานอิฐบล็อกใส่ลูกแก้วลงไปตามรู อดนึกไปถึงสมัยดีดลูกแก้วกับพี่ชายไม่ได้ แล้วก็ได้ไอเดียว่าเราน่าจะหามาแต่งลานบ้านเรามั่งท่าจะดี .. อิอิ
เห็นตุ๊กตามากมายเหมือนยืนทักทายผ่านหน้าต่างชั้นบน ใจก็อยากจะโลดแล่นไปทันที แค่โผล่หน้าเข้าไปติดต่อ จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ก็เจอ กัปตันอเมริกา ขนาดเท่าคนจริงๆ ยืนทักทายอยู่ด้านหน้า ด้านในมีตู้กระจกเรียงเป็นแถว ให้เดินดูได้อย่างจุใจ แต่ยังก่อน ฉันขึ้นไปชั้นบน ขอดูเจ้าอุลตร้าแมนตัวใหญ่ที่แอบส่งสายตาทางหน้าต่างทักทายซะก่อน แล้วก็ได้เจอเหล่าฮี่โร่ของเด็กๆ ทั้งซุปเปอร์แมน อุลตร้าแมน ตัวเล็ก ตัวใหญ่ เจ้าหนูอะตอมทำท่าเชิญชวนให้ไล่สายตาดูไปทีละตู้
จากโซนตุ๊กตาขวัญใจเด็กๆ ไปเจอกับของเก่าเก็บ โบร่ำโบราณ ทั้งเครื่องเบญจรงค์ เครื่องทองเหลือง สุดปลายผนังด้วยภาพวาดเต็มผนัง นี่เอง...ภาพวาดที่คล้ายกันกับที่ได้รับรางวัลนอมา (NOMA) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจของ อ.เกริก ที่สร้างพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นนี้ขึ้นมา
อ.เกริก เล่าว่า สมัยที่ลงเรียนวิชาภาพประกอบหนังสือเด็ก ในคณะศิลปศึกษา มศว. ได้มีโอกาสวาดภาพแล้วส่งไปประกวดรางวัลนอมา ของยูเนสโก้ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2525 แล้วก็เป็น 1 ใน 13 คนที่ได้รับรางวัล แถมยังได้ทุนศึกษาต่อเกี่ยวกับภาพวาดประกอบอีก 3 เดือน ระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่นได้มีโอกาสเดินทางเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเล่นคีตาฮาร่า ซึ่งของเล่นส่วนใหญ่เป็นพวกสังกะสี มีอายุอานามเป็นร้อยปี ทำให้ฉุกคิดว่า เราเองก็มีของเล่นเก่าๆ น่าสนใจมากมาย เลยเกิดเป็นแรงบันดานใจสร้างพิพิธภัณฑ์ของเล่น ให้คนมาเที่ยวชม
"ใช้เวลาสะสมกว่า 30 ปีทีเดียว ทั้งของเล่นส่วนตัว แล้วก็เสาะแสวงหาตามแหล่งต่างๆ เช่นตลาดท่าพระจันทร์ ตลาดแถวเมืองชล รวมถึงตลาดเก่าริมน้ำไปถึงถนนศรีโสธรเก่า ที่แปดริ้วบ้านเกิด หรือพอเดินทางไปจังหวัดไหน ก็จะถามหาร้านของเล่น รวมถึงร้านที่ปิดไปแล้ว ของเล่นขายไม่ออก ก็เก็บไว้ในโกดัง เราก็ไปเลือก เจ้าของอยากจะขายทิ้งอยู่แล้ว เลยได้มาในราคาไม่แพงนัก"
ฉันเดินอ้อมมาอีกด้าน เจอกับสารพัดขวดแก้ว ทั้งที่ดูเก่าๆ สีขุ่นๆ ไปจนถึงสีสวยๆ ใสๆ ตุ๊กตาดินเผาสมัยอยุธยา เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ก่อนลงบันไดมาชั้นล่าง ยังมีมุมพระเครื่อง ที่มีมากมายนับไม่ถ้วนใส่ตู้ไว้ให้ดูกัน
ด้านล่าง มุมด้านใน เป็นบรรดาตุ๊กตาพลาสติก เป็นเด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย รวมถึงหุ่นยนต์ตัวใหญ่ และเจ้าหนูอะตอม ยังมายืนยืดอกอยู่มุมนี้อีก เรียกว่า ที่นี่มีตุ๊กตาหลายชนิดมาก และบางอย่างก็มีหลายตัว หลายอิริยาบทด้วย วิทยุสมัยโบราณหน้าตาแปลกๆ ตู้ไขลานไข่ก็มี หรือจะตุ๊กตาตัวนุ่มๆ ก็มีอีกเยอะ
จะบอกว่า เป็นความสุขทางใจของคนทำพิพิธภัณฑ์ ขณะเดียวกันก็เป็นความสุขทางใจของคนได้ไปเที่ยวชม ก็ไม่ผิดปากนัก อ.เกริกบอกว่า เปิดมาถึงเดือนตุลาคมนี้จะครบ 5 ปีแล้ว แต่ได้รับผลตอบกลับเกินคุ้ม เป็นความอบอุ่นอย่างมากที่มีคนมาเยี่ยมชม หลายคนมาย้อนอดีตกันที่นี่ ตุ๊กตานี้เคยเลย ตุ๊กตารุ่นนี้ยังมีแบบนั้นอีกทำไมอาจารย์ไม่มี เป็นคำถาม คำทัก ที่ล้วนปลาบปลื้ม แต่ถ้าถามถึงตุ๊กตาตัวแรกของ อ.เกริก ก็คือ เซลลูลอยด์ เป็นตุ๊กตาไขลานเด็กผู้หญิงคล้ายหนูน้อยหมวกแดง ตายล่ะ... ฉันต้องไปอีกแล้วซิ (ฮา)
อ.เกริก ยังฝากข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจ "การพัฒนาคน ต้องพัฒนาทุกด้าน จะได้แข็งแรงทั้งระบบ ตั้งอ่านหนังสือดี กินอาหารดี เดินทางท่องเที่ยว ฟังเพลง ไปพิพิธภัณฑ์ และภูมิใจในชาติพันธุ์ ทั้งหมดทั้งมวลจจะช่วยหล่อหลอมให้เกิดความแข็งแกร่ง"
ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวที่ไปแวะพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น เป็นคนไทยซะ 70 % ส่วนใหญ่มาแบบครอบครัว ที่เหลือเป็นต่างชาติ บางคนวอล์กอิน บางคนขี่จักรยานชมเมืองแล้วแวะมา หรือบางคนถือไกด์บุ๊กท่องเที่ยวของประเทศเขา ที่แนะนำถึงสถานที่ในฝันของเด็กๆ แห่งนี้
แต่สำหรับเราๆ ฉันว่า วันแม่ปีนี้ พาแม่ไปย้อนอดีตที่พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น เป็นการขอบคุณที่แม่ซื้อของเล่นให้เรา ก็ทำให้สุขใจกันได้ทั้งครอบครัวแล้วล่ะ
-----------------------
(ชวนเที่ยว : พาแม่ย้อนอดีต @ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



