
'ทีวีดิจิตอล'อนาคตประเทศ-โอกาสของคนไทย
เทคโนโลยี : 'ทีวีดิจิตอล' อนาคตประเทศไทย - โอกาสของคนไทย : โดย...บัซซี่บล็อก
พ.ศ. 2563 คือ หลักไมล์สำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์อาเซียน เมื่อภาคีสมาชิกทั้ง 10 ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน (เออีซี) มีพันธกรณีร่วมกันในการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีจากอนาล็อกไปสู่ดิจิตอลแบบเบ็ดเสร็จ ยุติการแพร่สัญญาณภาพและเสียงระบบอนาล็อกโดยสิ้นเชิง โดยในส่วนของประเทศไทย เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็อนุมัติหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ 24 ช่องแล้ว และตั้งเป้าหมายเปิดประมูลได้ราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ โดยราคาเริ่มต้นประมูล อยู่ระหว่าง 140-1,510 ล้านบาท ส่วนกำหนดเวลายุติการออกอากาศระบบอนาล็อกคือ ปี 2561
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ก็คือ “คลื่นความถี่” ซึ่งเปรียบเสมือน “วัตถุดิบ” สำคัญในการปรุงบริการดิจิตอลต่างๆ เนื่องจากจนถึงวันนี้ กสทช. ยังไม่มีการระบุชัดเจนว่า จะจัดสรรคลื่นความถี่ในย่านใดสำหรับบริการทีวีดิจิตอลของประเทศไทย
บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก “บอสตัน คอลซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี)” ได้นำเสนอรายงานน่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางทีวีดิจิตอลของประเทศไทย (รวมถึงภูมิภาคเอเชีย) โดยอิงกับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นที่หลายประเทศในภูมิภาคนี้ ให้คำมั่น รวมทั้งแสดงความตั้งใจจัดสรรสำหรับใช้กับทั้งบริการบรอดแบนด์เคลื่อนที่ และดิจิตอลทีวี ในแง่การสร้างผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากจะทำให้ต้นทุนบริการต่ำ, ผู้บริโภคมีต้นทุนในส่วนของอุปกรณ์เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ถูกลง ขณะที่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากคุณภาพที่ดีขึ้นของภาพและเสียง ตลอดจนความหลากหลายของคอนเทนท์รายการ
ทั้งนี้ บีซีจี คาดการณ์ว่า หากมีการจัดสรรคลื่นย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียง (บรอดคาสติ้ง) จะส่งผลให้ภายในปี 2563 จีดีพีประเทศไทย จะเติบโตขึ้นเป็น 123,000 ล้านบาท (4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ), มีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น 33,000 ล้านบาท (1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ), เกิดธุรกิจใหม่ๆ ประมาณ 100 ธุรกิจ และสร้างงานใหม่ 3,000 ตำแหน่ง
ผลการศึกษา ยังระบุเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากขนาดประชากรจำนวน 2,000 ล้านคนในภูมิภาคนี้ ยังมีแนวโน้ม จากละตินอเมริกา, แอฟริกา และยุโรป ซึ่งกำลังแสดงความสนใจต่อคลื่นความถี่ย่านนี้เช่นกัน แน่นอนว่า ยิ่งขนาดตลาดใหญ่ขึ้น ต้นทุนค่าอุปกรณ์สำหรับรองรับเทคโนโลยีใหม่ก็จะยิ่งต่ำลงด้วย
รายงานจาก กสทช. ระบุว่า กิจการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง นับเป็นกิจการที่มีอิทธิพลต่อประชาชนมากที่สุด โดยประชาชนจํานวน 63 ล้านคน หรือราว 98% ของประชากรไทย สามารถเข้าถึงสื่อโทรทัศน์ได้ และมีสัดส่วนของการมีโทรทัศน์ต่อครัวเรือนสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชีย ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 84% เมื่อเทียบกับอัตราการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ที่เราอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกถึง 3 เท่า
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้มีการจัดทำบทวิเคราะห์อนาคตทีวีดิจิตอลของประเทศไทย โดยอิงกับกรณีศึกษาของประเทศฝรั่งเศส ที่ใช้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจนเสร็จสมบูรณ์ ช่วงปี 2549-2554 เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานคล้ายคลึงกัน ทั้งขนาดประเทศและจำนวนประชากร, โครงสร้างตลาด, มาตรการจากองค์กรกำกับดูแลที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าร่วมลงทุนในช่องดิจิตอล ควบคู่ไปกับการออกมาตรการปกป้องผู้ประกอบการเดิม
ในครั้งแรก ฝรั่งเศสออกใบอนุญาตทั้งหมด 28 ช่องรายการ พบว่า มากกว่าครึ่งเป็นช่องใหม่ที่บริหารโดยผู้ประกอบการใหม่ซึ่งมาจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ วิทยุ ดาวเทียม และธุรกิจเพลง ขณะที่ช่องรายการเดิมก็ได้รับการจัดสรรพื้นที่บนระบบดิจิตอลเพิ่มรายละ 1 ช่อง รวมทั้งสามารถนำผังรายการในการออกอากาศระบบอนาล็อกมาใช้ในช่องดิจิตอลได้เลย เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอลให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลลัพธ์ก็น่าพึงพอใจ
(สัปดาห์หน้า เราจะมาวิเคราะห์กันต่อในแง่โอกาสทางธุรกิจ, กรณีศึกษา และความพร้อมของผู้ประกอบการจากเวทีระดับอินเตอร์ฯ ที่ประกาศขอร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม “ดิจิตอล บรอดคาสติ้ง” ของประเทศไทย ถ่ายโอนประสบการณ์หนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรับยุคทีวีดิจิตอลที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้)
-----------------------
(เทคโนโลยี : 'ทีวีดิจิตอล' อนาคตประเทศไทย - โอกาสของคนไทย : โดย...บัซซี่บล็อก)



