
'ข้าวอินทรีย์จากชุมชน'ยุคระแวงข้าวถุงโรงงาน
'ข้าวอินทรีย์จากชุมชน'ยุคระแวงข้าวถุงโรงงาน : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ
แม้ผลการสุ่มตรวจข้าวสารบรรจุถุงสำเร็จของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ผ่านห้องแล็บกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จะออกมาตรงกันว่า พบการตกค้างของสารรมควันเมทิลโบรไมด์เกินค่ามาตรฐานที่ 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือ ppm จะมีเพียงยี่ห้อเดียว ขณะที่ยี่ห้อพบการตกค้างในปริมาณไม่มาก แต่มิอาจปฏิเสธว่า สร้างความหวาดระแวงต่อการบริโภคข้าวสารบรรจุถุงสำเร็จที่วางจำหน่ายอย่างมาก เมื่อเร็วๆ นี้ภาคีเครือข่ายอาหารเพื่อสุขภาพ ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร เครือข่ายตลาดนัดสีเขียว และรพ.รามาธิบดี จึงจัดเสวนา “ข้าวอินทรีย์จากชุมชน”ภายใต้โครงการ “กินดี อยู่ดี ด้วยข้าวอินทรีย์ชุมชน”
"ข้าวอินทรีย์มีสารต้านอนุมูลอิสระและเป็นแหล่งของแคลเซียม เหล็ก วิตามินอี และให้คุณค่าทางอาหาร ที่สำคัญ ปลอดภัยจากสารเคมี 100 %”นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย กล่าวถึงคุณค่าของข้าวอินทรีย์
นายวิฑูรย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า การใช้สารเคมีในนาข้าวมี 2 ระยะ ได้แก่ 1.ในกระบวนการผลิตหรือช่วงการทำนา ทั้งปุ๋ยเคมี สารกำจัดวัชพืช สารกำจัดแมลง สารป้องกันโรคพืช ซึ่งสัดส่วนการนำเข้าสารเคมีที่ใช้ในนาข้าวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปี 2555 มีอัตราการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากปี 2554 และ 2.หลังการเก็บเกี่ยว คือ สารที่ใช้ในการป้องกันมอด มด แมลงต่างๆ ที่ผ่านมายังตรวจเจอการตกค้างเกินค่าความปลอดภัยไม่มาก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ 10 ปี มีการตรวจพบการตกค้างของสารเมทิลโบรไมด์ที่ใช้ในการรมควันข้าวน้อยมากประมาณ 0.75 ppm ปัจจุบันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10 เท่า นอกจากนี้ ต้นทุนในการทำนาปรังแบบใช้สารเคมีเพิ่มขึ้นจากที่ไม่ควรเกิน 300-500 บาทต่อไร่ กลับสูงถึง 1,500 บาทต่อไร่
แต่สำหรับการผลิตข้าวอินทรีย์ของชุมชนนั้น จะปลอดสารเคมีตั้งแต่ขั้นตอนของการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เพราะต้องมาจากการทำนาแบบอินทรีย์เท่านั้น การกำจัดวัชพืชหรือการกำจัดแมลงไม่มีการใช้สารเคมีทั้งสิ้น อาศัยกลไกในระบบนิเวศ หากมีแมลงศัตรูพืชระบาดจึงใช้น้ำหมักธรรมชาติ ส่วนการเก็บรักษาข้าวจะไม่มีการรมควัน เพราะเป็นการผลิตจำหน่ายภายในประเทศ ไม่ได้ส่งออกไปขายต่างประเทศ จึงไม่จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนดของประเทศปลายทางที่ต้องให้มีการรมควันกำจัดมอด มด แมลงก่อนส่งออก
ทว่า การป้องกันข้าวสารจากมอด มด แมลงในระดับครัวเรือน ได้มีการคิดค้นนวัตกรรมโดยเครือข่ายโรงเรียนชาวนา จ.นครสวรรค์ ด้วยการนำสมุนไพร 4 ชนิดมาใช้ ได้แก่ ผิวมะกรูด ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม และข่าลิง นำมาหั่นฝอยแล้วตากแห้งพอหมาดๆ นำมารวมกันแล้วห่อผ้าเล็กให้ได้ขนาดราว 2 นิ้ว ใส่ในถังข้าวสาร ใช้ 4-5 อันต่อ 1 ถังป้องกันได้นาน 1 เดือน
“ปัญหาหนึ่งของการบริโภคข้าวอินทรีย์ คือ คนคิดว่าราคาแพง แต่ความจริงราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป 30% แต่เมื่อแปลงเป็นข้าวที่กินต่อมื้อ พบว่าแพงขึ้นเพียงมื้อละ 1 บาทเท่านั้น ถือว่าคุ้มค่ากับการที่ส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพของตัวเอง ป้องกันโรคจากต้นตอในการบริโภคข้าวที่ปลอดสารเคมี ดีต่อระบบการผลิตอาหารทั้งหมด เพราะเมื่อไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน สัตว์ พืชต่างๆ ที่เป็นอาหารก็ไม่ปนสารเคมี ระบบนิเวศสมดุล ขณะที่ผลผลิตจะเข้าสู่ระบบตลาดแบบสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค หากเป็นกลไกตลาดขนาดใหญ่ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่สามารถรู้ที่มาที่ไปของอาหาร อีกทั้งยังเป็นส่วนกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเปิดพื้นที่ให้อาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จากการที่บริโภคหันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้" นายวิฑูรย์กล่าว
ขณะที่ รศ.ดร.พรรณวดี พุธวัฒนะ รองคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพและวัฒนธรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเกิดโรคเรื้อรังในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งเกิดจากร่างกายได้รับสารปนเปื้อนต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม อาหาร ซึ่งโรคมะเร็งหลายชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ อาหารเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดโรคด้วย หน้าที่ของโรงพยาบาลนอกจากการรักษาโรค ยังต้องให้ความรู้และช่วยสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชนด้วย รพ.รามาฯ จึงได้ร่วมสนับสนุนการจำหน่ายข้าวอินทรีย์จากชุมชนให้แก่ประชาชน ถือเป็นการเผยแพร่ความรู้ และชักชวนให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี โดยจะมีการจำหน่ายที่ รพ.รามาฯ ในวันพุธแรกของเดือนกันยายน และตุลาคม 2556 หากผู้บริโภคให้การตอบรับดีอาจมีการพิจารณาการขายสม่ำเสมอในระยะยาว
นางวัลลภา แวน วิลเลียนส์วาร์ด เครือข่ายตลาดสีเขียว บอกว่า ผู้บริโภคมีความผลิตภัณฑ์อินทรีย์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเกษตรกรมีความกังวลเรื่องตลาดที่จะส่งสินค้า หากมีตลาดที่มั่นคงจะทำให้เกษตรกรหันมาผลิตพืชผลปลอดสารพิษมากขึ้น ราคาก็จะถูกลงด้วย โดยขณะนี้มีการจัดกิจกรรมตลาดนัดสีเขียวจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ อาหารเพื่อสุขภาพ และล่าสุดเป็นช่องทางจำหน่ายข้าวอินทรีย์ โดยจัดแบบหมุนเวียนไปสถานที่ต่างๆ ทั้งราชการ และเอกชน และยังมีการจัดทำระบบสมาชิก เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรงด้วย
ในยุคที่อาจเรียกได้ว่า เกิดการหวาดระแวงต่อข้าวสารบรรจุสำเร็จจากโรงงาน การหันมามอง “ข้าวอินทรีย์จากชุมชน” คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค
........................
จุดจำหน่ายกินดี อยู่ดี ด้วยข้าวอินทรีย์ชุมชน อาทิ ตลาดสุขใจ (โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์), รพ.รามาธิบดี, ม.สุโขทัยธรรมาธิราช, รพ.นครธน, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์การค้าอมรินทร์ พลาซ่า เป็นต้น
สนใจข้อมูลตลาดสดสีเขียว วัน เวลา สถานที่ จำหน่ายข้าวอินทรีย์ ได้ที่ www.thaihealth.or.th หรือ www.facebook.com/food4change
........................
('ข้าวอินทรีย์จากชุมชน'ยุคระแวงข้าวถุงโรงงาน : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ )



