
เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 8 ส.ค.56
คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ตอน 'ฮาฟิส' นศ.แพทย์ กับชีวิตที่ไม่เคยท้อ
คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวน้องนักศึกษามุสลิมคนหนึ่งจากจ.นราธิวาส ผู้ซึ่งไม่เคยย่อท้อให้ชีวิต แม้จะอยู่ในสภาวะของสังคมที่กำลังลุกเป็นไฟในสามจังหวัดชายแดนใต้ ความยากจน ความลำบาก และความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ พ่อต้องสูญเสียอิสระ แต่ด้วยคำสอนของพ่อ ที่ว่า "ถ้าไม่อยากทำความฝันของตนให้เป็นจริง แล้วใครจะประกาศว่าครอบครัวเราดีจริง ใครจะกอบกู้ปัญหาทุกๆ อย่างในยามที่พ่อขาดทุกอย่างไปแล้ว ในยามที่ทุกคนต้องการกำลังใจ ใครจะสานต่อความฝันของฮาฟิสได้"ก้องในใจตลอดเวลา เป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เขาสอบเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ได้สำเร็จและเดินตามความฝันของตัวเองอย่างมีเป้าหมาย และความฝันที่อยากทำเพื่อสังคมต่อไป
อับดุลฮาฟิส เจ๊ะมามะ หรือ "ฮาฟิส" หนุ่มวัย 20 ปี ต้นๆ เป็นพี่ชายคนโตในครอบครัว อิสมาแอล เจ๊ะมามะ และสูไวบ๊ะ มาหะ มีน้องชายอีกสองคนและน้องผู้หญิงหนึ่งคน อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านลูโบะกาเยาะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พ่อมีอาชีพทำสวน แม่เปิดร้านขายเสื้อผ้าและอาหาร ฮาฟิส เกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลาง จบการศึกษามัธยมปลายที่โรงเรียนดารุสสาลาลาม จังหวัดนราธิวาส
ฮาฟิส เรียนที่โรงเรียนดารุสสาลาม ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่กับสามัญ มีนักเรียนประมาณ 5,000 คน ได้ถูกสอนและปลูกฝังความรู้ทุกอย่างทั้งศาสนาและสามัญ จากการทุ่มเทของอาจารย์และอุสตาซ (ครูสอนศาสนา) ทำให้สามารถเดินตามความฝันและวันแห่งการตัดสิน (วันอาคีเราะห์) ได้ เพราะการเรียนที่นี่ ครึ่งวันเป็นการเรียนศาสนาอีกครึ่งวันเป็นวิชาสามัญ จำนวนคาบสามัญจึงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโรงเรียนทั่วไป
ฮาฟิส มีความฝันจากจะเรียนแพทย์ เพราะมีประสบการณ์พาคุณยายไปตรวจที่โรงพยาบาลทุกเดือน และมักจะเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในโรงพยาบาล เห็นคนที่ได้รับบาดเจ็บตะโกนร้องอย่างทรมาน แต่ปัญหาคือหมอไม่พอ ทำให้นึกขึ้นว่าถ้าหากคนที่ตะโกนอยู่นั้นคือตัวเราเอง เราจะรู้สึกอย่างไร และการที่ได้ช่วยให้คนคนหนึ่งหายจากความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกดีและมีค่า โดยเฉพาะในเหตุการณ์ 3 จังหวัด คือแรงผลักดันที่สำคัญมากที่สุดที่ทำให้อยากเป็นหมอที่สุด ได้เห็นคนที่ถูกทำร้าย โดนยิง โดนระเบิด แม้เด็กที่ไร้เดียงสาก็ยังตกเป็นเหยื่อ นี่คือสิ่งที่ติดตามาตลอด และหมอเท่านั้นที่จะสามารถช่วยชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น
ช่วงชีวิตที่ยากลำบากมากๆ ของฮาฟิส คือ ตอนม.5 เทอม 2 คือวันที่ฮาฟิสจำไม่ลืม เมื่อกลับถึงบ้านเห็นแม่ร้องไห้ และฮาฟิส กลายเป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องทำงานทุกอย่าง แม่ตั้งท้องสามเดือนแล้ว เขาดูแลและให้กำลังใจผู้เป็นแม่ จนแม่คลอดน้องออกมาเป็นผู้ชายและเป็นคนสุดท้อง ฮาฟิส ตั้งชื่อให้น้องว่า "อานัส" ฮาฟิส ทำงานดูแลครอบครัวทำงานทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ เพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ ปีแรกที่จบม.ปลาย เขาเข้าสอบแพทย์ไม่ได้ แต่ด้วยความไม่ย่อท้อก็ได้ไปลงสอบอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และในที่สุดก็สามารถสอบเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ได้ แม้ผลสอบในครั้งนั้นจะรั้งคะแนนท้ายๆ ก็ตาม ฮาฟิส ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ ปัจจุบันนี้เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.79 และจะพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม
แม่เคยถามน้องฮาฟิสว่าเรียนแพทย์ค่าใช้จ่ายสูงจะเรียนอย่างไรแม่ไม่มีเงินจะส่ง ค่าใช้จ่ายหนี้ ค่ากิน ค่าเช่าบ้านก็แทบไม่มี นี่คือ คำถามที่น้องฮาฟิสจำจนทุกวันนี้และเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองรู้จักประหยัดและทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพียงเพื่อไม่ให้เป็นภาระของแม่ โชคดีที่คุณปู่ให้เงินเดือนละ 3,000 บาท แต่ฮาฟิสเก็บเงินส่วนนี้กลับไปช่วยเหลือจุนเจือแม่และน้องๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยก็ยังมีเงินจากกยศ.ที่สามารถกู้เงินจ่ายค่าเทอม
ฮาฟิส ทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเราจะเป็นคนจน คนบ้านนอก เราก็สามารถก้าวหน้า และสอบติดในทุกมหาวิทยาลัยที่เราต้องการเหมือนๆ กัน แต่ต้องอาศัยโอกาสและการขาดโอกาสในการติวเข้มหรือการศึกษาพิเศษเพิ่มเติม ความจนเท่านั้นที่ตัดโอกาสดีๆ ของคนเก่งๆ และยังทำให้คนดีๆ กลายเป็นคนร้ายในสายตาสังคมอีกด้วย บางครั้งดูเหมือนโลกนี้หาความยุติธรรมไม่ได้
..................
(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ตอน 'ฮาฟิส' นศ.แพทย์ กับชีวิตที่ไม่เคยท้อ)



