
มองบุคคลหาตัวตนบนภาพถ่าย
ศิลปวัฒนธรรม : มองบุคคล หาตัวตนบนภาพถ่าย
หากนั่งมองภาพถ่ายสักรูปก่อนจะได้มองเห็นเรื่องราวและองค์ประกอบในภาพ แน่นอนว่า "ความรู้สึก" ต้องเกิดขึ้นก่อนเสมอ ความสุขทุกข์ที่สะท้อนออกด้วยสีหน้าและแววตาของบุคคลยิ่งถ่ายทอดออกมาได้ชักเจนเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความหมายมากเท่านั้น ไม่แปลกที่ผู้จัดนิทรรศการอย่างโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ต้องรีบคว้าตัว "โอ๊ต" ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี ช่างภาพไทยรุ่นใหม่ ผู้สะท้อนผลงานผ่านวางการแฟชั่น โฆษณา และภาพงานแต่งงานจนเป็นที่ยอมรับระดับโลก มาร่วมจัดทำนิทรรศการ Everyday Portrait : Exhibition Description โชว์ผลงานภาพถ่ายบุคคลสะท้อนเรื่องราวของชีวิต สังคม และวัฒนธรรม ผ่านใบผู้หน้าคนหลากหลายที่มา กว่า 300 ภาพ
จากแรกเริ่มที่ไม่ได้เรียนถ่ายภาพมาโดยตรง หนุ่มไทยดีกรีปริญญาตรี สาขาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (หลักสูตรนานาชาติ) พยายามหัดศึกษาทักษะการถ่ายภาพด้วยตัวเอง และหารายได้จากการทำงานถ่ายภาพ เพื่อเก็บออมเงินจำนวนหนึ่งไปศึกษาต่อด้านการถ่ายภาพที่ "ลอนดอน คอลเลจ ออฟ คอมมูนิเคชั่น" ในยูนิเวอร์ ซิตี้ ออฟ อาร์ท ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเป็นช่างภาพที่อังกฤษให้ได้ จนในวันนี้ คือช่างภาพเวดดิ้งที่คู่รักหลายคู่ในอังกฤษต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง และผลงานหนึ่งที่สร้างชื่อและกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เขา คือการถ่ายภาพแต่งงานให้กับเจ้าของสายการบินไรอัน แอร์ และเหล่าเซเลบริตี้อีกหลายท่าน
สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ ถือเป็นงานแสดงเดี่ยวครั้งที่ 3 ในชีวิตของ "โอ๊ต" ชัยสิทธิ์ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เคยจัดแสดงในประเทศอังกฤษ โดยเล่าเรื่องชีวิตของเขาในช่วงเวลา 1 ปีที่อาศัยอยู่ในถิ่นเมืองผู้ดี ผ่านภาพถ่ายผู้คน สังคม ที่ได้ไปเจอและสัมผัส ด้วยการเล่าเรื่องแบบ 1 วันต่อภาพถ่าย 1 คน รวมทั้งหมดมี 365 ภาพ โดยไม่มีคำบรรยายใต้รูป เพราะเจ้าตัวตั้งใจให้แต่ละรูปอธิบายความหมายด้วยตัวเอง
"การถ่ายคนแบบไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไร ผมเลือกถ่ายภาพคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับผม คนที่ผมรู้สึกคลิ๊กด้วย เพื่อให้ภาพถ่ายสะท้อนให้เห็นว่าคนนั้นเป็นอย่างไร และตัวผมเป็นอย่างไร ผมให้อิสระกับผู้ชมว่าจะคิดอย่างไร เพราะถ้าให้คนอายุ 60 มาดูเขาก็คิดแบบหนึ่ง ถ้าให้เด็กอายุ 15 มาดูเขาก็คิดแบบหนึ่ง ถ้าให้คนจบปริญญาตรีมาดูเขาก็คิดแบบหนึ่ง คนจบปริญญาโทมาดูก็คิดแบบหนึ่ง เพราะงานแสดงชุดนี้เป็นงานปลายเปิด แต่ละภาพจะสะท้อนเรื่องราวในตัวของมันเอง ผมจงใจแสดงเป็นภาพขาวดำ และอัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพราะต้องการสะท้อนให้เห็นว่าคนเราเกิดมาเท่าเทียมกันไม่มีใครมากกว่าใคร แตกต่างกันเพียงแค่หน้าตา แต่ผมไม่ได้ให้ทุกคนคิดแบบนี้เหมือนกันหมดนะ ผมอยากให้เขาไปคิดต่อกันเอง" หนุ่มโอ๊ต เล่าถึงผลงาน
รูปถ่ายทั้ง 365 ใบ เป็นบุคคลที่ช่างภาพหนุ่มรู้จัก แต่จะมี 6 รูปที่นำมาจัดแสดงอีกด้านหนึ่งของผนัง ภาพแรกเป็นภาพคู่แต่งงาน แสดงถึงความรักที่มั่งคง ภาพที่ 2 เป็นภาพแม่กับลูก แสดงถึง ความรักความผูกพัน ภาพที่สาม เป็นภาพชายหนุ่ม ภาพที่สี่ เป็นภาพหญิงสาว แสดงถึงความเป็นคนรุ่นใหม่ ภาพที่ 5 เป็นภาพคนชรา และภาพที่ 6 เป็นภาพชายในยูนิฟอร์ม แสดงถึงหน้าที่การงาน เมื่นำรวมกันเจ้าของผลงานให้ความหมายว่าเป็นการแสดงถึงความสมบูรณ์ของชีวิตมนุษย์สักคน
"เสน่ห์ของการถ่ายภาพบุคคล คือคนเราต่อให้เป็นฝาแฝดกันก็มีอารมณ์ รอยยิ้มที่แตกต่างกัน เสน่ห์ของคนที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งผมชอบตรงนี้ เหมือนเราต้องเรียนรู้และรู้จักกับเขาก่อน มันก่อให้เกิดการสร้างสังคมใหม่ ผมอยากให้คนมองรูปแล้วเกิดไอเดีย หรือจุดประกายความคิดต่อไปเรื่อยๆ หรือเกิดมุมมองที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ รูปที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปที่สวยเสมอไป แต่เป็นรูปที่มีคุณค่า มีความหมาย สามารถสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาได้ในภาพเดียว ฉะนั้นในฐานะช่างภาพเราต้องพูดคุยกับคนที่เราจะถ่ายรูปมากกว่า นั่นหมายความว่าเราต้องเข้าถึงตัวเขา ต้องพูดคุย ต้องวิเคราะห์ ต้องเป็นเพื่อนกับเขา พยายามถ่ายภาพเขาออกมาให้เป็นตัวเขามากที่สุด ฉะนั้นอยากฝากไปถึงเด็กรุ่นใหม่ ให้มองหัวใจของการถ่ายภาพมากขึ้น พยายามคิดถึงเรื่องที่จะสื่อสารมากกว่าการถ่ายรูปสวยเพียงอย่างเดียว และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ" ช่างภาพคนเก่งทิ้งท้ายด้วยเทคนิคการถ่ายภาพให้ได้อารมณ์ที่สมบูรณ์



