
'อหมัดมูซูลัม เปาะจิ'หมอผู้ผสานวิถีอิสลาม
'อหมัดมูซูลัม เปาะจิ' แพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2556 'การแพทย์บูรณาการ ผสานวิถีอิสลาม'
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2556 ประกาศให้ นายแพทย์อหมัดมูซูลัม เปาะจิ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เป็นแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2556 จะมีพิธีรับมอบรางวัลในวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2556 ณ ห้องประชุมทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เมื่อเอ่ยถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายคนที่ไม่เคยสัมผัสหรือไม่เคยไป คงคิดว่าถ้าให้ไปตอนนี้คงไม่อยากเข้าไป เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างบนเส้นทาง แต่ทีมคณะกรรมการสรรหาแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ยังมุ่งมั่นที่จะเดินทางลงพื้นที่ อ.จะแนะ เพื่อไปสัมภาษณ์ นายแพทย์อหมัดมูซูลัม เปาะจิ
22 ด่านตรวจ 200 กว่ากิโลเมตร ของการเดินทาง ทำให้เรารู้ว่า การดำรงตนอยู่ในพื้นที่นี้ไม่ได้ง่ายมากนัก หรือ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน และอย่างไร ดังนั้นการทำหน้าที่ของแต่ละคนจึงต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหาชุมชน และทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับวิถีชุมชนมากที่สุด เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้
เช่นเดียวกับแนวทางการดำเนินงานของนายแพทย์อหมัดมูซูลัม เปาะจิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแนะ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ประจำปี 2556 ที่ตั้งเป้าหมายว่าต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ ได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมและปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันต้องผสานไปกับหลักศาสนา เพื่อให้ผู้มารับบริการสะดวกกาย สบายใจ ดังที่ว่า “มาโรงพยาบาล เสมือนบ้าน” และ “สุขภาพบูรณาการอิสลาม”
• เป็นคนนราธิวาส ทำงานที่นราธิวาส เพื่อคนนราธิวาส
นายแพทย์อหมัดมูซูลัม หรือที่คนไข้และเจ้าหน้าที่เรียก “หมอหมัด” เป็นคนนราธิวาสโดยกำเนิด เกิดที่อำเภอยี่งอ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2510 มีพี่น้อง 7 คน เป็นบุตรลำดับที่ 1 จบมัธยมศึกษา โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี เมื่อปี พ.ศ. 2531 จบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และได้รับอนุมัติบัตรสาขา เวชศาสตร์ครอบครัว จากแพทยสภา เมื่อปี พ.ศ. 2549
หมอหมัด เริ่มปฏิบัติงานในหน้าที่แพทย์ ตำแหน่งนายแพทย์ ที่โรงพยาบาลระแงะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2537 หลังจากนั้นจึงย้ายไปปฏิบัติงานตำแหน่งนายแพทย์ ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2538 ต่อมามีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลจะแนะ หมอหมัดจึงย้ายไปปฏิบัติงาน ตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ในปีพ.ศ. 2538 และเรื่อยมาจนกระทั่งโรงพยาบาลแล้วเสร็จ และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับชีวิตครอบครัว หมอหมัด สมรสกับคุณซูซานา เปาะจิ มีบุตร - ธิดา 5 คน โดยบุตรคนที่ 1 ศึกษาอยู่ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอิสลาฮียะห์ จังหวัดยะลา บุตรคนที่ 2 ศึกษาอยู่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส บุตรคนที่ 3 ศึกษาอยู่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส บุตรคนที่ 4 และ 5 ยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าศึกษา
• ทำงานด้านการแพทย์ ผสานวิถีอิสลาม ผสมผสานความรู้ทางการแพทย์เข้ากับหลักศาสนา รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเหมาะสมทำให้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ปรากฏชัดในการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก
การทำงานด้านการแพทย์บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม หรือ ขัดกับความรู้สึกอยู่บ้าง แต่ด้วยการเป็นนักเรียนในโรงเรียนศาสนาตั้งแต่เด็ก ทำให้หมอหมัดเข้าใจหลักศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี รู้และเข้าใจหลักการ ดังนั้นเมื่อต้องเรียนแพทย์ หมอหมัดทราบว่ามีหลายเรื่องที่คนในพื้นที่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ และมีช่องทางที่สามารถนำความรู้ทั้ง 2 ด้านมาผสานกันให้เป็นวิถีปฏิบัติเพื่อผู้ป่วยปลอดภัย ได้รับการรักษาที่ดี และไม่ขัดกับหลักศาสนา
หนึ่งชิ้นงานของการบูรณาการที่เห็นได้ชัดคือ หมอหมัดได้พัฒนางานบริการอนามัยแม่และเด็ก โดยนำสุขภาพวิถีอิสลามมาบูรณาการใช้ควบคู่กันไป ตั้งแต่การแต่งงาน การฝากครรภ์ การคลอด หลังคลอด การให้นมบุตร
ก่อนหน้านี้ ประชาชนใน อ.จะแนะจะไม่นิยมฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล สาเหตุเป็นเพราะไม่สามารถดำเนินการที่เป็นกิจของอิสลามได้ อาทิ การสวดให้พรก่อนคลอด หลังคลอด เพราะโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง หรือโรงพยาบาลอื่นๆ ส่วนใหญ่จะให้ผู้ป่วยที่จะคลอดเท่านั้น อยู่ในห้องคลอด ญาติต้องรอดูอาการอยู่ภายนอก แต่หมอหมัด อนุญาตให้แม่ หรือสามี หรือโต๊ะบีแด เข้าไปอยู่กับผู้ที่จะคลอดได้ด้วย แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความสะอาดและมาตรฐานของห้องคลอด เพื่อความปลอดภัยของผู้คลอด จึงทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า “มาโรงพยาบาล เสมือนบ้าน”ซึ่งทำให้ผลงานตัวชี้วัดงานอนามัยแม่และเด็กในอำเภอจะแนะดีขึ้น ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 – จนถึงปัจจุบัน
สำหรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ หมอหมัดได้พัฒนาการให้บริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) จำนวน 5 แห่ง ในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส โดยจัดโครงการ “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักโภชนาการ ทีมแพทย์แผนไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นักสุขภาพจิตประเมินภาวะสุขภาพจิตและให้คำแนะนำทางด้านสุขภาพจิต นักกายภาพบำบัด ให้การตรวจเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน นวดแผนไทย สอนการออกกำลังกายในผู้ป่วยสูงอายุ ทันตแพทย์ ให้บริการตรวจรักษาสุขภาพฟัน โดยออกปฏิบัติงานเดือนละ 1 ครั้ง/รพ.สต. ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 – จนถึงปัจจุบัน
จากการที่หมอหมัดเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมที่เป็นส่วนรวม/สาธารณประโยชน์ และมีแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสุขภาพในวิถีอิสลาม จึงได้รับการยอมรับให้เป็นนายกสมาคมจันทร์เสี้ยวด้านการแพทย์และสาธารณสุข
• หมอหมัด “ดีเจ ขวัญใจ ใน 3 จังหวัด”
วิธีการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของหมอหมัด ไม่ได้มีแค่การพูดคุย หรือ ออกหน่วย เท่านั้น สถานีวิทยุเป็นอีกสถานที่ของการเผยแพร่ความรู้ เพราะหมอหมัดจะทำหน้าที่เป็นดีเจ จัดรายการวิทยุพูดคุยเรื่องสุขภาพโดยใช้ภาษามลายู ทางสถานีวิทยุ สวท.สุไหงโก-ลก สถานีวิทยุ อสม.นราธิวาส ยะลา และปัตตานี สถานีวิทยุ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา และ สถานวิทยุ รีซาละ จังหวัดปัตตานี จนบางครั้งผู้ฟังจากจังหวัดอื่น ที่รับฟังทางวิทยุ มารับบริการที่โรงพยาบาลจะแนะ เพราะชอบวิธีการพูด และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพของหมอหมัด
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนางานประชาสัมพันธ์ โดยตั้งชมรมนักประชาสัมพันธ์สาธารณสุขประจำมัสยิด ซึ่งมีผู้นำศาสนาทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค งานอนามัยแม่และเด็ก งานเวชกิจฉุกเฉิน เป็นต้น จัดให้มีนักวิชาการอิสลามมาบูรณาการสุขภาพวิถีอิสลาม เพื่อให้คำแนะนำสุขภาพวิถีอิสลามให้กับผู้มารับบริการ
• กับบทบาทผู้อำนวยการ
การทำงานของหมอหมัดในโรงพยาบาลจะแนะ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ซึ่งขณะนั้นโรงพยาบาลจะแนะยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานบนความไม่พร้อม ทั้งทางด้านอุปกรณ์ และบุคลากร การอยู่เวรคนเดียว ทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันเย็น หรือ เช้ายันเช้า และยังทำงานด้านการบริหาร ต้องประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อให้งานทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เหล่านี้เป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้น อาจจะดูหนัก แต่หมอหมัดก็ไม่เคยท้อแท้ ยังคงทำงานต่อไป จนโรงพยาบาลเติบโตและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
• “ปัญหาสุขภาพ...ใหญ่กว่าการเรียนของลูก”
จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลจะดูแลคนไข้จากเหตุการณ์ประมาณ 8 – 10 คนต่อปี อาจจะดูน้อย แต่เมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ความพร้อมของบุคลากร และเครื่องมือ เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยชีวิตดังนั้น ทางโรงพยาบาลจึงได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครรักษาดินแดน หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นให้นำผู้ได้รับบาดเจ็บหรือศพมาที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อหรือชันสูตร
บุคลากรทุกคนทำงานเพื่อช่วยชีวิตมนุษย์ด้วยกัน รักษาเท่าเทียมกัน ไม่ได้เลือกปฏิบัติกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำให้ไม่กลัวหรือกังวลว่ากลุ่มต่างๆ จะมาทำร้าย แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็จะต้องมีความระมัดระวังตลอดเวลา
ตอนแรกเคยเคยมีความคิดที่จะไปทำงานนอกพื้นที่ โรงพยาบาลเอกชน หรือ โรงพยาบาลอื่นเพราะมีลูก และมีความรู้สึกว่าถ้าไปอยู่ในอำเภออื่นที่เจริญ ก็จะมีโรงเรียนดีๆ เพื่อให้ลูกได้เรียน ได้มีอนาคต แต่หากย้อนคิดไปถึงเจตนารมณ์ครั้งแรก ที่จะมาดูแลสุขภาพผู้คนในชนบท ซึ่งมีแพทย์น้อยมากที่จะมาทำงานตรงนี้ เมื่อชั่งดูแล้ว ปัญหาสุขภาพจะใหญ่กว่าการเรียนของลูก การแก้ปัญหาสุขภาพจะยากและต้องอาศัยความทุ่มเท ความเสียสละ ทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเรียนของลูกปัจจุบันมีสื่อการสอนมาก และผมกับภรรยาช่วยกันสอนเพิ่มเติมจากที่ครูสอนในโรงเรียน
• “การทำหน้าที่แพทย์”
การทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนส่วนใหญ่มีการศึกษาน้อย ยังไม่เข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟู ดังนั้น จะมีโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งการแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ จะต้องเป็นแพทย์ที่รู้บริบท รู้ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนได้ ซึ่งการทำงานเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน เป็นการทำความดีไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ แพทย์ก็ต้องตั้งมั่นอยู่ในหลักของการเป็นแพทย์ที่ดี โดยผมมีหลักการทำงานอยู่ 4 ข้อ คือ
1. ต้องเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางการพัฒนาสุขภาพของประชาชน
2. ต้องเป็นผู้นำในการบริหารจัดการองค์กร
3. ต้องเป็นผู้นำในด้านคุณธรรม จริยธรรม
4. ต้องเป็นแบบอย่างในการดูแลผู้ป่วย
ประชาชนอำเภอจะแนะประมาณ 99 % นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้น วิถีชีวิตหรือบริบทของประชาชน คือ การที่ประชาชนสามารถปฏิบัติตามหลักการศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค หรือการรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพ และโรงพยาบาลประกาศนโยบายให้มีการบริการสุขภาพวิถีอิสลาม เป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชน โรงพยาบาลเป็นที่ยอมรับจากประชาชน โดยอาศัยความสัมพันธ์ที่ดี ใช้หลักการศาสนา และความรู้ทางการแพทย์ สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก และสามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ประชาชนมีความตระหนักเรื่องสุขภาพได้อย่างยั่งยืนกว่า
• เรื่องเล่า..............จากเพื่อนร่วมงานโรงพยาบาลจะแนะ
เรื่องเล่าที่ 1
ผอ.เป็นแบบอย่างของข้าราชการพลเรือนที่ดี มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ประพฤติ ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรม กฎหมาย ระเบียบวินัยข้าราชการพลเรือน และระเบียบวินัยนโยบายองค์กร ไม่มีประวัติการทำผิดทางวินัย เป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งด้านการทำงาน การปฏิบัติตน การเรียนรู้พัฒนาตนเอง พัฒนางาน การให้คำปรึกษาการทำงาน การดูแลรักษาผู้รับบริการ จนได้รับการยอมรับจากบุคลากรทั้งในและนอกโรงพยาบาล เป็นที่เคารพรักของเพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้านและชุมชม
• เรื่องเล่าที่ 2
เป็นแบบอย่างในการทำงานที่ดี มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิบัติงาน
อย่างเต็มความรู้ความสามารถ ตั้งใจที่จะปฏิบัติงานให้ได้รับความสำเร็จ และมีความรักเอาใจใส่ต่องานที่รับผิดชอบอย่างมาก กระตุ้นให้เกิดความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจทำงานในกลุ่มบุคลากร เพื่อให้ผลงานมีคุณภาพและสำเร็จตามเป้าหมาย/เวลา มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยศึกษาและเรียนรู้ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงาน ทั้งในและนอกโรงพยาบาล ปฏิบัติงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม หรือผู้รับบริการเป็นสำคัญ
• เรื่องเล่าที่ 3
เป็นแบบอย่างของบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่มีจิตอาสา เสียสละ ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง แม้ในยามที่ตนเองเจ็บป่วย ยามค่ำคืนก็ยังมาดูแลตรวจเยี่ยมรักษาบรรเทาทุกข์ ให้ผู้รับบริการ โดยปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี คำนึงถึงผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ดูแลผู้รับบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์



