
สปสช.ใช้เทเล-เมดิซินช่วยรักษาชาวบ้านจว.ใต้
นพ.วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑรองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่าจากปัญหาของการจัดบริการสุขภาพ ปัญหาข้อจำกัดทางด้านบุคลากรและความห่างไกลในพื้นที่ รวมถึงสภาพความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างทำให้โรงพยาบาลประส
การให้คำปรึกษา และการส่งต่อผู้ป่วย ดังนั้น สปสช.จึงมอบให้สปสช.เขต12 สงขลาร่วมกับรพ.สงขลานครินทร์และโรงพยาบาลในพื้นที่7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างใช้งบประมาณกว่า 8 ล้านบาทเพื่อวางระบบเทเล-เมดิซิน หรือเครือข่ายการตรวจรักษาสื่อสารเพื่อให้คำปรึกษาและประสานงานการส่งต่อผู้ป่วยทางไกลผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารขึ้นในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
นพ.อมรรอดคล้าย ผอ.สปสช.เขต12 สงขลากล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการส่งมอบเครื่องเทเล-เมดิซิน ซึ่งดำเนินการติดตั้งที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินของโรงพยาบาลทั้งหมด 10 แห่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ 2 แห่งคือ รพ.สงขลานครินทร์และรพ.ศูนย์หาดใหญ่ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย และโรงพยาบาลทั่วไปอีก 8 แห่งได้แก่ รพ.ควนขนุนจ.พัทลุงรพ.เบตงจ.ยะลารพ.นราธิวาสรพ.ปัตตานีรพ.สงขลารพ.สตูลรพ.ตรังและรพ.พัทลุงซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลลูกข่าย รวมทั้งหมดเป็น 11 จุดสื่อสาร
รศ.นพ.สุเมธพีรวุฒิ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า การใช้ระบบเทเล-เมดิซิน จะช่วยให้การตรวจรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โรงพยาบาลชุมชนสามารถขอคำปรึกษาเรื่องการรักษาผู้ป่วยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบ แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ทั้งภาพเคลื่อนไหว เสียงและข้อมูลอื่นของคนไข้ เช่น คลื่นหัวใจ ไปพร้อมๆ กัน ทำให้ไม่จำเป็นต้องส่งผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลแม่ข่ายก็สามารถรักษาได้ เหมาะกับกรณีผู้ป่วยวิกฤติและผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกลหรือการเดินทางลำบาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีปัญหาความไม่สงบ



