ไลฟ์สไตล์

บ้านแหลมเทียนประมง'ต้นแบบ'

บ้านแหลมเทียนประมง'ต้นแบบ'

02 ส.ค. 2556

ทำมาหากิน : ยกประมงพื้นบ้านแหลมเทียน สู่หมู่บ้านชาวประมง 'ต้นแบบ' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                               ปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านบ้านแหลมเทียน อ.เมือง จ.ตราด กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ กรณีชาวบ้านช่วยกันจับกุมผู้ลักลอบคราดหอยลายในเขตหวงห้าม แต่ทางตำรวจได้ปล่อยให้ประกันตัวผู้ต้องหาไป พร้อมเรือยนต์ของกลาง จนสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้านแหลมเทียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มประมงพื้นบ้านที่เป็นต้นแบบของกรมประมงและของ จ.ตราด ในการทำประมงแบบอนุรักษ์และส่งเสริมการขยายพันธุ์สัตว์น้ำ กรมประมง จึงนำเป็นต้นแบบในการนำไปใช้แก้ปัญหาการทำประมงผิดวิธีให้ชาวประมงทั่วประเทศได้เห็นเป็นตัวอย่าง

                               "ชาวประมงพื้นบ้านบ้านแหลมเทียนจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลห้ามมีการทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ ทั้งอวนรุน อวนรากและคราดหอย แต่ที่ผ่านมาเมื่อมีผู้กระทำผิดแจ้งไปยัง สภ.อ่าวช่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยมาดำเนินการจับกุม ชาวบ้านต้องช่วยกันจับกุมเอง"

                               มนตรี ธรรมโชติ ประธานกลุ่มประมงทะเลพื้นบ้าน บ้านแหลมเทียนกล่าวระหว่างนำชาวบ้านร่วม 200 คน บุกโรงพักขับไล่ร้อยเวร สภ.อ่าวช่อ อ.เมือง จ.ตราด หลังให้ประกันผู้ต้องหาและคืนเรือยนต์ของกลางไป เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบ้านแหลมเทียนถือเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ประสบปัญหาการเข้ามาลักลอบทำประมงคราดหอยในเขตชายฝั่งของกลุ่มเรือคราดหอยนอกพื้นที่ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับความเดือดร้อน จากเครื่องมือประมงที่ได้รับความเสียหาย คุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป ปริมาณสัตว์น้ำลดน้อยลง

                               หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกรมประมง จึงได้ร่วมมือกับกลุ่มชาวประมงในพื้นที่ ได้จัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทำให้ปัญหาการลักลอบเข้ามาคราดหอยลายลดน้อยลง และชาวประมงบ้านแหลมเทียนและพื้นที่ใกล้เคียง ได้นำหอยลายขึ้นมาใช้ประโยชน์ โดยไม่ผิดกฎหมายอย่าง "ตะแกรงกระดื๊บ" และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถสร้างรายได้อย่างดีให้แก่ชาวประมง ซึ่งแต่ละรายจะสามารถคราดหอยลายด้วยมือได้ประมาณ 30-40 กิโลกรัมต่อวัน และจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ 46 บาท

                               ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านคนเดิมย้ำด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกลุ่มกองทุนประมงทะเลพื้นบ้าน บ้านแหลมเทียน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ด้วยเงินงบประมาณโครงการพัฒนาประมงทะเลชายฝั่งพื้นบ้าน 150,000 บาท สนับสนุนโดยกรมประมง ปัจจุบันมีสมาชิก ประมาณ 190 ราย เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้บริการเงินกู้แก่สมาชิกใช้สำหรับลงทุนประกอบอาชีพ เพื่อให้สมาชิกมีสถานะการเงินที่มีสภาพคล่อง ไม่เป็นหนี้นอกระบบ มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี และพึ่งพาตนเองได้ สอดคล้องตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

                               ขณะที่ วิระ จิตรสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปราบปรามประมงทะเล กรมประมง ยอมรับว่าการเข้ามาลักลอบทำการประมง ในเขตชายฝั่งบ้านแหลมเทียนทำให้เครื่องมือประมง (อวนลอย) ของชาวประมงพื้นบ้านได้รับความเสียหาย หน่วยบริหารจัดการประมงทะเล เกาะช้าง ตราด ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหาการทำการประมง ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจตราเฝ้าระวังและการจับกุมเรือคราดหอยที่เข้ามาลักลอบทำประมงในเขตหวงห้าม 3,000 เมตร นอกจากนี้ กลุ่มชาวประมงและเจ้าหน้าที่กรมประมง ได้นำต้นหมาก ปักแนวเขต 3,000 เมตร ตามแนวชายฝั่งของหมู่ 1 และหมู่ 4 ต.อ่าวใหญ่ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเป็นการแสดงแนวเขตในการอนุรักษ์สัตว์น้ำ

                               หมู่บ้านแหลมเทียน นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของชุมชนเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้ามาทำประมงของกลุ่มเรือคราดหอย พร้อมทั้งใช้เครื่องมือคราดหอยที่ไม่ผิดกฎหมายประมงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เป็นหมู่บ้านชาวประมงต้นแบบที่มีความเข้มแข็ง ในการรวมกลุ่มกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นต่อไป

 

 

-----------------------------

(ทำมาหากิน : ยกประมงพื้นบ้านแหลมเทียน สู่หมู่บ้านชาวประมง 'ต้นแบบ' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)