ไลฟ์สไตล์

โคเนื้อพันธุ์'ไทย-แบล็ค'ตัวละแสน

โคเนื้อพันธุ์'ไทย-แบล็ค'ตัวละแสน

01 ส.ค. 2556

ทำมาหากิน : อีก 10 ปี โคเนื้อพันธุ์ 'ไทย-แบล็ค' ได้เห็นเกษตรกรขายตัวละแสน : โดย...ดลมนัส กาเจ

 

                          หลังจากกรมปศุสัตว์ดำเนินโครงการพัฒนาพันธุ์โคเนื้อคุณภาพ "ไทย-แบล็ค" ที่นำพ่อพันธุ์โคเนื้อพันธุ์แองกัส ผสมกับแม่พันธุ์พื้นเมืองของไทย มาตั้งแต่ปี 2548 ผ่านไปแล้ว 8 ปี ขณะนี้พอมองทางสว่างแล้วว่า ประเทศไทยจะสามารถผลิตโคเนื้อคุณภาพสูงมีไขมันแบบไม่อิ่มกระจายแทรกตามกล้ามที่ทำให้รสหนุ่มเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลกภายใน 10 ปี และถึงเวลานั้นจะได้เห็นโคเนื้อไทยราคาตัวละหลักแสนบาท ไม่แพ้โคเนื้อชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อโกเบของญี่ปุ่น และออสเตรเลีย อย่างแน่นอน

                          นสพ.อยุทธ์ หรินทรานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกว่า การดำเนินโครงการพัฒนาพันธุ์โคเนื้อคุณภาพไทย-แบล็ค" ของสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่นำพ่อพันธุ์โคเนื้อพันธุ์แองกัสผสมกับแม่พันธุ์พื้นเมืองของไทย มาตั้งแต่ปี 2548 นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ได้ผ่านขั้นตอนระยะแรก หรือเอฟ 1 (F1) ได้เลือดแองกัส 50% และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการสร้างในรหัสเอฟ2 (F2) คือนำพ่อพันธุแองกัสผสมกับแม่พันธุ์ที่เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์แองกัสกับพื้นเมืองที่มีเลือดพันธ์แองกัส 50% เพื่อจะให้ได้ลูกผสมที่มีเลือดแองกัส 75% ตามที่เป้ากำหนด ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีก 2-3 ชั่วอายุ หรือประมาณอีก 10 ข้างหน้า

                          "ตอนนี้เราสำเร็จในในระยะแรก หรือเอฟ 1 ที่ได้ลูกผสมไทย-แบล็คที่มีเลือดแองกัส 50% ซึ่งเกษตรกรส่วนหนึ่งนำไปเลี้ยงบ้างแล้ว ปรากฏว่าเป็นที่นิยมชมชอบของนักบริโภคเนื้อ ทำให้โคพันธุ์ราคาแพงที่สุดขายในราคาโคเป็นๆ กก.ละกว่า 90 บาท ถ้าการทดลองในรหัสเอฟ 2 ประสบความสำเร็จตามเป้าที่กำหนดไว้ อีกราว 10 ปีข้างหน้าเราจะได้เห็นเนื้อโคหรือชั้นดีมีคุณภาพของไทย และวันนั้เราจะได้เห็นโคไทยราคาตัวละเป็นหลักแสนบาท เพราะเป็นโคเนื้อที่มีคุณภาพ ไม่แพ้ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลีย และสามารถปรุงเป็นอาหารหลายอย่างตามใจชอบ อย่างในต่างประเทศจะนิยมนำไปทำอาหารประเภทที่เรียกว่า ชาบู ของชาวญี่ปุ่น และสเต๊กของชาวตะวันตก เนื่องจากเป็นเนื้อที่มีไขมันแบบไม่อิ่มตัวกระจายแทรกตามกล้ามเนื้อ ทำให้รสชาติความนุ่มตรงตามความต้องการของตลาด" นสพ.อยุทธ์ กล่าวอย่างมั่นใจ

                          รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกอีกว่า เนื้อโคไทย-แบล็กตามเป้าที่กำหนดนั้น ถือเป็นเนื้อชั้นสูงที่คัดเลือกโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และพบว่าเป็นโคที่ความสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อม โรค และแมลง ในอนาคตโคพันธุ์ไทย-แบล็คนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรที่เลี้ยงได้ในอนาคต และจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เลี้ยงเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะมีเนื้อที่มีรสชาติดีแล้ว ยังเป็นโคที่มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง อัตราเจริญเติบโตไม่ต่ำกว่า 1.0 กก./วัน โดยเกษตรกรใช้เวลาเลี้ยง รวมถึงการขุนด้วยจนโคอายุ 2 ปีครึ่ง จะมีน้ำหนักราวตัวละ 600 กก.สามารถขายหรือบริโภคได้แล้ว

                          อย่างไรก็ตาม ก่อนจะนำพ่อพันธุ์โคพันธุ์แองกัสนั้น ได้มีการศึกษาสายพันธุ์โคที่เป็นนิยมในการบริโภคทั่วโลกหลายสายพันธุ์ เพื่อหาความเหมาะสมและตรงเป้าหมายมากที่สุดสำหรับที่เลี้ยงในประเทศไทย สุดท้ายเลือกพันธุ์แองกัสใช้เป็นพ่อพันธุ์ เนื่องจากมีข้อดีตรงตามความต้องการในการสร้างพันธุ์ คือเป็นโคขนาดกลาง พ่อโคหนัก 1,000-1,600 กิโลกรัม ที่สามารถจะนำมาผสมพันธุ์กับแม่โคพื้นเมืองของไทยที่มีน้ำหนักราว 600-700 กก. เมื่อนำมาผสมกับพันธุ์พื้นเมืองที่มีข้อดีคือ เลี้ยงง่าย หากินเก่ง ไม่เลือกอาหาร การเจริญพันธุ์สูงและให้ลูกสม่ำเสมอเช่นเดียวกับพันธุ์แองกัสจึงเหมาะที่สุดสำหรับประเทศไทย

                          ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีกไม่นาน นอกจากที่คนไทยจะได้บริโภคเนื้อคุณภาพสูงจากโคเนื้อพันธุ์ไทย-แบล็คแล้ว ก็ยังเป็นอีกทางหนึ่งของเกษตรกรที่จะสามารถนำไปเลี้ยงอาชีพสร้างรายได้ในอนาคต

 

 

------------------------

(ทำมาหากิน : อีก 10 ปี โคเนื้อพันธุ์ 'ไทย-แบล็ค' ได้เห็นเกษตรกรขายตัวละแสน : โดย...ดลมนัส กาเจ)