
หลักสูตรโรงเรียน 'ชาวนาต้นแบบ'
ทำมาหากิน : หลักสูตรโรงเรียน 'ชาวนาต้นแบบ' สู่เป้าหมายผลิตเมล็ดข้าว 'พันธุ์ดี' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจและสังคมจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สังคมชาวนายังคงอยู่และทำหน้าที่การผลิตข้าว เป็นอาหาร เป็นสินค้าส่งออกของไทย แม้จะต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านต้นทุนที่สูงขึ้น ขายข้าวไม่ได้ราคา หรือแม้กระทั่งปัญหาภัยธรรมชาติที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย แต่ความเหนียวแน่นของชาวนากับแปลงนาที่หวงแหนยังอยู่เช่นเดิม
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้เล็งเห็นถึงความสัมพันธ์ของชาวนากับแปลงนา และมุ่งหวังที่จะสร้างความยั่งยืนของอาชีพชาวนาไทยให้คงอยู่ต่อไป จึงได้จัดทำโครงการ “โรงเรียนชาวนาต้นแบบ” โดยมุ่งเน้นการนำความรู้ตามหลักวิชาการเพื่อพัฒนาปรับปรุงการปลูกข้าวของไทยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นให้แปลงนาของเกษตรกรเป็นพื้นที่วิจัยไปด้วยกัน ควบคู่กับการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาและการปลูกข้าวที่ได้คุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้ได้เอง อันจะเป็นรากฐานที่สำคัญของการผลิตข้าวคุณภาพดีต่อไปในอนาคต
"หลักสูตรในโรงเรียนชาวนา ส.ป.ก.จะเป็นเพียงผู้ก่อตั้งเท่านั้น ส่วนเนื้อหาจะปรับไปตามความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลักว่าต้องการรู้เรื่องอะไร ต้องการศึกษาพันธุ์ข้าวชนิดใด หากมีเรื่องใดที่ยังมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อแนะนำเพิ่มเติมในการทำนาจะมาสอบถามและหารือเพื่อหาคำตอบกันภายในโรงเรียนชาวนาด้วยกัน"
วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เผยต่อว่า ส.ป.ก.มีนโยบายส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพชาวนา เพื่อสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงในภาคเกษตรกรของไทย ซึ่งโครงการหนึ่งที่ ส.ป.ก.ได้ดำเนินและถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี คือ การจัดตั้งโรงเรียนชาวนา ที่พร้อมให้ถ่ายทอดความรู้ตามหลักวิชาการให้แก่เกษตรกรและชาวนาที่สนใจ พัฒนาและปรับรูปแบบการทำนาให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ซึ่งภายในโรงเรียนชาวนานอกจากจะมีการจัดทำหลักสูตร ที่เน้นหนักให้ชาวนาได้พึ่งพาตนเองแล้ว ยังมีแปลงสาธิต แปลงทดลอง และวิทยากรประจำโรงเรียน โดยปัจจุบันมีโรงเรียนชาวนาแม่ข่ายทั่วทุกภาคแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร มหาสารคาม แพร่ น่าน และพัทลุง
เลขาธิการส.ป.ก.ย้ำด้วยว่าสิ่งแรกที่โรงเรียนชาวนามุ่งหวังให้เกษตรกรที่จบหลักสูตร คือ ชาวนาสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว ควบคู่กับการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองไปด้วยกัน เกษตรกรที่เข้าเรียนจะร่วมกันในการศึกษาลักษณะของเมล็ดพันธุ์ รู้จักการคัดเลือกพันธุ์หลัก พันธุ์ขยาย รวมถึงลักษณะและจุดเด่นของข้าวในแต่ละสายพันธุ์ โดยในแปลงสาธิตจะจัดให้มีการปลูกพันธุ์ข้าวเปรียบเทียบกันแบ่งเป็น 12 สายพันธุ์ คือ ข้าวในท้องถิ่นภาคอีสานและภาคเหนืออย่างละ 5 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ที่ปลูกมากและเป็นสายพันธุ์ที่เกษตรกรควรคู่แก่การอนุรักษ์และศึกษา คือ ข้าว กข.6 และข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อเปรียบเทียบทั้งในด้านการเจริญเติบโต ผลผลิต และการทนต่อสภาพแวดล้อม
“สิ่งที่ชาวนาต้องการคือ ความรู้ เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาด โดยเฉพาะองค์ความรู้ในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี เพื่อให้ชาวนาสามารถพึ่งพาตนเองได้ เพราะการมีเมล็ดพันธุ์ที่ดี ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรเอง หากเกิดน้ำท่วมเขาอาจจะเลือกพันธุ์ข้าวที่ทนน้ำปลูก หรือ หากมีปัญหาภัยแล้งก็มีทางเลือกที่จะใช้พันธุ์ข้าวที่ทนแล้งได้" วีระชัยกล่าวย้ำ
กล่าวได้ว่าการดำเนินงานโรงเรียนชาวนาของส.ป.ก.มุ่งหวังให้ชาวนาได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเมล็ดพันธุ์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ และถือเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูงในการทำนา ดังนั้นเกษตรกรที่จบหลักสูตรจะทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังเกษตรกรในชุมชน เพื่อให้สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีไว้ใช้เอง ลดการพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากพ่อค้าเพื่อประโยชน์กับชุมชนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาวนาได้ต่อไปในอนาคต
---------------------------
(ทำมาหากิน : หลักสูตรโรงเรียน 'ชาวนาต้นแบบ' สู่เป้าหมายผลิตเมล็ดข้าว 'พันธุ์ดี' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



