
หนังสือที่เธอถือมา : ขบวนการอ่านสนุก
หนังสือที่เธอถือมา : ขบวนการอ่านสนุก : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
ไม่มีนักเขียนคนใดในโลกที่ไม่ผ่านการอ่านหนังสือ แม้การอ่านหนังสือจะมิใช่ทั้งหมดของกระบวนการอ่าน เพราะที่สุดแล้ว แม้การอ่านโลก อ่านชีวิต อ่านจิตใจ ก็ยังถือเป็นการอ่าน
หลายครั้งที่มีภาคบังคับทางภารกิจหน้าที่ ให้ไปพูดเรื่องการเขียนกับเยาวชน และบางทีเยาวชนเหล่านั้นก็มีภาคบังคับทางภารกิจหน้าที่ให้มาฟัง คนพูดก็พูดแบบครูอาจารย์ที่หลับตารู้และเข้าใจอะไรไปทุกอย่าง ขณะคนฟังจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องพูดถึงการเขียนเลย แค่การอ่านก็ยังไม่เคยรู้จักหนังสือสักเล่ม
ช่องว่างนี้ บางทีก็เหมือนสูญเปล่า หากไปเริ่มต้นที่การสอนให้เขียน โดยไม่มีพื้นฐานการอ่าน ต่างจากกิจกรรมที่ครูอาจารย์ปูพื้นฐานการอ่านไว้แล้ว นักเขียนค่อยไปปูพื้นฐานรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียวที่ทุกกิจกรรมจะได้รับการปูพื้นฐานไว้อย่างทั่วถึงในหมู่เยาวชน เด็กชอบอ่านชอบเขียนจึงมักเป็นคนกลุ่มน้อยของโรงเรียน ชอบเอง ใส่ใจเอง เข้าหาครูอาจารย์ให้สนับสนุนตามสภาพ กลุ่มคนที่ไม่สนใจ ไม่รู้เรื่อง ก็อาจฟังๆ ทำๆ กันไปให้หมดเวลากิจกรรม อาจได้อะไรบ้างไม่ได้อะไรบ้าง ก็มิอาจไปคาดหวังอะไรได้มากมาย เด็กทนเรียนรู้อยู่ฟังยังถือว่าดีไม่น้อยแล้ว
ปกติ กิจกรรมส่งเสริมการเขียน ก็เริ่มพร้อมด้วยการส่งเสริมการอ่านนั่นเอง ครูอาจารย์แม้เขียนไม่เป็นหรือไม่เก่ง ย่อมต้องส่งเสริมการอ่านอยู่แล้ว นักเขียนมิใช่แนะนำแต่ทักษะการเขียน นักเขียนเป็นนักอ่านในตัว การแนะนำทักษะการอ่าน ย่อมเป็นเรื่องต้องดำเนินไปพร้อมกัน
วันก่อน ไปเที่ยวหนองคายกับคณะนักเขียนอินเดีย ได้เห็นกิจกรรมหนึ่งน่าสนใจคือ ‘ขบวนการอ่านสนุก’ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนานิสัยรักการอ่านในเด็ก จัดโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย พอดีไปพักโรงแรมที่เขามีกิจกรรมนี้ในหอประชุม นักเขียนอินเดีย 4 คนคือ ดร. K.Sreeniv Asarao ดร.Arjun Deo Charan ดร.Rita Shukla และดร. Satapathy โดยฝ่ายไทยมี ผศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพฑูรย์ ธัญญา กับ นิรัติศัย หล่ออรุโณทัย และผม จึงได้มีโอกาสเข้าชมกิจกรรม ทั้งการมอบรางวัล การจัดนิทรรศการ การมีครูพี่เลี้ยงพูดคุยกับเด็กระดับประถมศึกษา
บังเอิญ ผมได้พบกับคนรู้จักกันคือ คุณแต้ว ระพีพรรณ พัฒนาเวช และ คุณก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์ ที่เคยทำงานฝ่ายวรรณกรรมเยาวชนสำนักพิมพ์มาก่อน และอยู่กับกิจกรรมเพื่อเยาวชนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นผู้ประสานดำเนินกิจกรรมนี้
‘ขบวนการอ่านสนุก’ เริ่มจากการเข้าหาครูตามกลุ่มโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ครูจะจัดหาหนังสือจำนวนหนึ่งมาให้นักเรียนเลือกอ่าน อ่านแล้วให้วาดรูปและเขียนเรียงความ อ่านแล้วได้อะไรก็ย่อความคิดวาดออกมาเป็นรูป อ่านแล้วอยากบอกให้คนอื่นได้อ่านด้วยอย่างไรก็เขียนออกมาเป็นความเรียง เป็นการส่งทอดแรงบันดาลใจผ่านศิลปะและการประพันธ์ ก่อนจะมีการจัดประกวด และมอบรางวัลเป็นกำลังใจ
เท่าที่สังเกตวันนั้นตอนที่ คุณนาถนิศา สุขจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ นักเรียนที่ได้รับรางวัลวาดภาพมักมาจากโรงเรียนเดียวกัน เช่นเดียวกับนักเรียนที่ได้รางวัลเรียงความ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ปูพื้นฐานของครูในแต่ละโรงเรียน โดยการร่วมมือกับบุคลากรภายนอกที่นำกิจกรรมไปส่งเสริมการศึกษาในโรงเรียน
บางโรงเรียนอยู่ในเขตชนบท แต่สามารถทำให้เด็กนักเรียนวาดรูปได้ดี เขียนเรียงความได้ดี ด้วยบ่มเพาะให้เริ่มต้นจากการเลือกอ่านหนังสือ เลือกแล้ว อ่านแล้ว ชอบแล้ว ก็มีต้นทุนที่จะถ่ายทอดออกมา โดยที่หลายฝ่ายให้ความร่วมมือกัน ในอันที่จะส่งเสริมและพัฒนานิสัยรักการอ่านในวัยเด็ก
ไพฑูรย์ ธัญญา นักเขียนซึ่งเป็นทั้งครูอาจารย์สอนวรรณกรรม จัดกิจกรรมส่งเสริมการเขียนการอ่านมาแล้วหลายต่อครั้ง ยังบอกว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดีอย่างยิ่ง เด็กวัยนี้คงมิอาจเคี่ยวเข็ญให้เขียนหนังสือได้เลย ถ้ายังไม่เริ่มต้นด้วยนิสัยรักการอ่าน ยังไม่ต้องถึงกับไปเป็นนักเขียนหรอก แต่การอ่านคือพื้นฐานสำคัญของผู้คนในสังคมทุกสาขาอาชีพ
กิจกรรมส่งเสริมนักเขียนรุ่นเยาว์อย่างที่มักจัดๆ กัน ย่อมมิอาจละเลย ‘กระบวนการอ่านในเด็ก’ เหมือนที่ ‘ขบวนการอ่านสนุก’ เขาพยายามลงมือทำอย่างต่อเนื่อง!
---------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : ขบวนการอ่านสนุก : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



